ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
ขอเชิญร่วมสร้างมัสยิด
มูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม
ขอเชิญท่านบริจาคสมทบทุน
โครงการก่อสร้างอาคาร
มัสยิดอนุรักษ์



โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร

ชื่อบัญชี
มูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม
ธนาคาร
กรุงไทย สาขาย่อยประเวศ
ประเภท กระแสรายวัน
เลขที่ 188 – 6 – 00316 – 5

>>>..ร่วมบริจาคคลิ๊ก!..<<<

ญะซากุมุ้ลลอฮุคอยร็อน


เมนูหลัก
 หน้าแรก(ข่าวสาร) :
 หน้าแรก
 ค้นหา
 หัวข้อเรื่องที่น่าสนใจ
 สำหรับสมาชิก :
 รายนามสมาชิก
 เข้าสู่ระบบ(สมัครสมาชิก!)
 ร่วมด้วยช่วยกัน :
 แนะนำบอกต่อ
 กระดานเสวนา
 
 สถิติของผู้เข้าชม :
 ยอดฮิตติดอันดับ
 แบบสำรวจ
 คู่มือและเอกสาร :
 ถาม-ตอบ
 วารสารประจำเวบ
 บริการอื่นๆ :
 ติดต่อลงโฆษณา
 ติดต่อเรา
 ห้องแสดงภาพ
 ดาวน์โหลด
 Mozaks_News

 เมนูทั่วไป :
เนตคุณแรงแค่ไหน!
ล้อเลียนการเมือง
เพิ่มเว็บนี้ใน Favourites !
เมล์ด่วนสายตรง
01:54:38
วัน : 26-09-2017
GMT : +0700

สาระวิชาการ
วิชาการ :
ศรัทธาและยึดมั่น
อัลฮะดีษ
จริยธรรมอิสลาม
ประเพณีและความเชื่อ
ประวัติศาสตร์อิสลาม
เหตุแห่งการประทานอัลกุรอาน
อุลูมุ้ลฮะดีษ
ตัฟซีรอัลกุรอาน
คอลัมน์ประจำ :
บทความทั่วไป
ตรรกวิทยา

ดาวน์โหลด

  1: ถาม-ตอบ
ดาวน์โหลด 262 ครั้ง

  2: ขุดโคตรชีอะ
ดาวน์โหลด 171 ครั้ง

  3: การทำแทน
ดาวน์โหลด 95 ครั้ง

  4: ศรัทธาแบบอิสลาม
ดาวน์โหลด 177 ครั้ง

  5: สัญญาณวันสิ้นโลก
ดาวน์โหลด 221 ครั้ง

  6: หลักยึดมั่น
ดาวน์โหลด 134 ครั้ง

..ดูทั้งหมด..

เว็บไซต์อนุรักษ์ซุนนะห์

เผยข้อเท็จจริงลัทธิชีอะห์:





แนวร่วมต่อต้านรอฟิเฏาะ

ภาษาอาหรับ

www.d-sunnah.net
www.fnoor.com
www.albrhan.com
www.wylsh.com
www.khominy.com
http://dhr12.com
www.albainah.net
www.ansar.org
www.almanhaj.com
www.almhdi.com

ภาษาอังกฤษ

www.ahlelbayt.com


หนังสือใหม่
ผลงานล่าสุด
ของ อ.ฟารีด เฟ็นดี้


รู้ทันชีอะฮ์



เผยกลลวงของชีอะห์ในการดึงมุสลิมออกจากอิสลาม
ตอบโต้ข้อกล่าวหา,ใส่ร้าย,ประณามศอฮาบะห์
ติดต่อและสั่งซื้อได้ที่
คุณยะอ์กู๊บ น้อยนงค์เยาว์
084 0004619


ข่าวสาร
หนังสือพิมพ์ไทย :
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
กรุงเทพธุรกิจ
ข่าวสด
ผู้จัดการออนไลน์
มติชน
ประชาไทย
ไทยนิวส์
ศูนย์ข่าวอิศรา
หนังสือพิมพ์อาหรับ :
الاهرام
الجمهورية
الوطن
القبس
البيان
الاتحاد
الرأي العام
الشرق الأوسط
السياسة
دار الخليج
ตำราศาสนาภาษาอาหรับ :
almeshkat
almaktba
kribani
sahab
internet radio
จส.100
คลื่นประชาธิปไตย


บทความเรื่อง ฟิร๊อก กลุ่มแนวคิดบิดเบือน
ตอนชีอะห์อิหม่ามสิบสอง

อย่าให้กะลิมะห์ชะฮาดะห์ของผู้ใดมาล่อลวงเรา
อิสลามไม่มีนิกาย
ข้อแตกต่างด้านโครงสร้างศาสนาของซุนนะห์กับชีอะฮ์
อัลกุรอานและฮะดีษตามความเชื่อของชีอะฮ์
อายะห์อัลกุรอานที่ขาดหาย
"อะฮ์ลุ้ลบัยต์" ครอบครัวและวงศ์วานของท่านนบี
ภรรยาของนบีคือ"อะฮ์ลุ้ลบัยต์"
ฮะดีษซะก่อลัยน์ สิ่งหนักทั้งสอง
ใครคือ"อะฮ์ลุ้ลบัยต์" ที่ระบุในซูเราะห์อัลอะห์ซาบ อายะห์ที่ 33
ฮะดีษกิซาอ์
ท่านอาลีและครอบครัว จากซูเราะห์อัซชุอะรออ์ อายะห์ที่ 23
"อิมามะห์"การศรัทธาต่ออิหม่าม
คำสั่งแต่งตั้งอิหม่าม
หลักฐานแต่งตั้งอิหม่าม จากซูเราะห์อัลมาอิดะห์ อายะห์ 55
อายะห์"อัตตับลีฆ" ซูเราะห์อัลมาอิดะห์ อายะห์ 67
มุบาฮะละห์
ฮะดีษ "มันซีละห์" เปรียบท่านนบีกับอาลีดั่งมูซากับฮารูณ
ละครฉากนี้ที่ "ฆ่อดีรคุม"
คำตอบจากท่านอาลี
อาลีช่วยด้วย !!
อาลี หรือ เยซู
นครแห่งความรู้
ฮุเซนมาจากฉันและฉันก็มาจากฮุเซน
ศอฮาบะห์ในมุมมองของชีอะห์
"อัศฮาบีย์" ประชาชาติของฉัน
ชีอะห์ใส่ร้ายศอฮาบะห์ว่าเป็นมุนาฟิก
พฤหัสบดีวิปโยค
จุดยืนของท่านอาลีที่มีต่อท่านอบูบักร์และท่านอุมัร
เมื่อท่านอาลีประณามและสาปแช่งชีอะฮ์

รายงานความคืบหน้าการนัดสนทนาระหว่างซุนนะห์กับชีอะฮ์


Moradokislam.org: ประวัติศาสตร์อิสลาม

ค้นหาในหัวข้อนี้:   
[ กลับไปที่หน้าแรก | กรุณาเลือกหัวข้อใหม่ ]

 นบี มูซา กับ มาลาอิกะฮฺ แห่งความตาย

ประวัติศาสตร์อิสลามมุร๊อบบี บันทึก "นบี มูซา กับ มาลาอิกะฮฺ แห่งความตาย

อัลฮัมดุลิ้ลละฮฺ ดีใจครับที่ได้กลับมารับใช้พี่น้องอีกครั้งหนึ่ง และหวังว่าพี่น้องทุกท่านจะสบายกันดีทุกท่านนะครับ

เรื่องรางของนบี มูซา กับ มาลาอิกะฮฺ แห่งความตายนั้น เป็นประวัติศาสตร์ ที่ได้ ถูกบันทึกเอาไว้ ใน อัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัล-มาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 24 ลงไป และมีอยู่ในฮาดีษ ของอีหม่าม บุคอรี เลขที่ 1339 / 3407 และยังมีอยู่ในฮาดีษของอีหม่าม มุสลิมด้วยเช่นกัน เลขที่ 1842
ถ้าพูดถึงเรื่องความตาย แน่นอนครับ ทุกคนหนีมันไม่พ้น และทุกคนจะได้ต้องลิ้มรสชาติ ของความตาย อย่างแน่นอน ฟันธง อิอิอิ นี่คือที่มาของเรื่องต่อไปนี้ครับ
ท่านร่อซูล ได้บอกเราอยู่เสมอๆว่า ความประเสริฐของบรรดานบี ณ. ที่อัลลอฮฺนั้นมันช่างมีเกียรติ และมีศักดิ์ศรียิ่งนัก แม้แต่ในเรื่องความตายเช่นเดียวกัน อัลลอฮฺจะให้บรรดานบีของพระองค์ ได้เลือกว่า จะอยู่ในดุนยาต่อไปอีกสักนิส หรือว่า เลือกที่จะกลับไปสู่ความเมตตาของพระองค์ นี่คือสิทธิ พิเศษ สุดๆ ที่มีต่อ บรรดานบีของพระองค์ ส่วนไอ้โล๊ะ และไอ้ฟัด หมดสิทธิที่จะเลือก ต้องตายอย่างเดียว แต่ที่น่าแปลกก็คือเรื่องของท่านนบี มูซาครับ
ครั้งหนึ่งอัลลอฮฺได้ส่งมาลาอิกะฮฺแห่งความตาย ไปหาท่าน นบี มูซา ในรูปร่างของชายคนหนึ่ง เพื่อขอร้องให้ท่าน นบี มูซา ยอมรับความตายที่ใกล้จะมาถึง และยังได้บอก นบี มูซา อีกว่า ความตายใกล้จะมาถึงทุกทีแล้ว เวลาของท่านจะหมดแล้ว ท่านจงเตีรยมพร้อมกลับไปสู่ความเมตาของอัลลอฮฺเถิด
เมื่อ มาลาอิกะฮฺ แห่งความเมตตา ได้พูดจบ ท่าน นบี มูซา ได้ลงมือ ลงไม้ กับ ท่านมาลาอิกะฮฺ โดยการ ต่อยหน้าของมาลาอิกะฮฺ จนทำให้ มาลาอิกะฮฺ ตาฉีก ตาบอด ผมขอย้ำนะครับว่า ตาฉีก และ ตาบอด จริงๆ เพราะเป็นตาของมนุษย์ ที่มาลาอิกะฮฺแห่งความตาย ได้จำแรงร่างมา ท่านครับ หากว่า มาลาอิกะฮฺแห่งความตาย อยู่ในรูปของท่านเองแล้วล่ะก้อ นบี มูซา จะไม่มีความสามารถที่จะชกต่อย หรือทำอันตราย มาลาอิกะฮฺได้เลย
หลังจากที่ มาลาอิกะฮฺ ได้ถูกชกต่อย จนตาบอด ท่านจึงรีบกลับไปหาอัลลอฮฺ และเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พระองค์ได้ทราบ จากนั้นพระองค์ทรงทำให้ตาของมาลาอิกะฮฺ ที่บอด กลับมามองเห็นได้ใหม่อีกครั้ง และได้สั่งให้มาลาอิกะฮฺกลับไปหาท่านนบี มูซา อีกครั้งหนึ่ง มาลาอิกะฮฺจึงกลับไป และได้ขอร้องให้นบี มูซา วางมือของท่านเอาไว้บนหลังวัว จากนั้นให้ท่าน นบี มูซา ได้นับ จำนวนขนที่อยู่บนหลังวัว
เอ......... แล้วทำไมต้องนับด้วยน๊า............ ท่านทราบใหมครับ ........... ก็เพราะว่า จำนวนขนของวัว มีท่าไหร่ นั่นคือ จำนวนปี ที่ ท่าน นบี มูซา จะยังมีชีวิตอยู่ต่อไป เท่านั้น และถ้าหากว่า นบี มูซา เลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปในดุนยา ท่านทั้งหลายจะมีโอกาส ได้เห็น นบี มูซา ยังมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้
แต่ท่าน นบี มูซา หลังจากได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ จาก มาลาอิกะฮฺ แห่งความตาย ท่าน จึงพูดขึ้นว่า ฉันเลือกที่จะตาย ฉันเลือกที่จะอยู่ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ เพราะ ณ. ที่อัลลอฮฺนั้น มีทั้งบรรดาร่อซูล บรรดานบี บรรดาคนซอและฮฺ และบรรดาบ่าวของพระองค์ ที่ มีเกียรติ และการที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับพระองค์นั้น มันช่างเป็นความโปรดปรานอย่างสูง ฉันจึงเลือก ความตาย
แน่นอนครับ เป็นที่ทราบกันดีว่า บรรดาดวงวิญญาณของผู้ที่ตายชะฮีด นั้น จะได้โบยบินอยู่ในท้องฟ้า จะได้กินผลไม้ที่อยู่ในสวรรค์ จะได้ดื่มน้ำจากสายธาร ที่อัลลอฮฺได้เตรียมให้กับพวกเขา และจะได้พักพิงอยู่ใกล้ๆกับ บัลลัง ของพระองค์ นี่แค่ส่วนหนึ่งที่บรรดาผู้ตายชะฮีดจะได้รับนะครับ แต่ถ้าเป็นบรรดาร่อซูล และบรรดา นบี ความโปรดปรานที่จะได้รับ มากกว่าหลายเท่าครับ
เมื่อเป็นเช่นนั้น นบี มูซา จะเลือกที่จะอยู่ในดุนยา ต่อไปทำไมล่ะครับ เพราะดุนยาทุกวันนี้มีแต่ความวุ่นวาย ท่านนบี มูซา จึงเลือกที่จะกลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ เพราะที่นั่นพระองค์ทรงได้จัดเตรียม ความโปรดปรานไว้ให้กับ นบี มูซา แล้ว
ท่าน นบี มูซา จึงขอดุอาอฺ ต่ออัลลอฮฺ ให้ท่านได้ตายใกล้ๆ กับเขตแดนของ บัยตุ้ลมักดิส ท่านครับมันน่าคิดนะครับ ทำไมไม่ขอให้ตายใน เขตแดน บัยตุ้ลมักดิส จะตายข้างนอกเขตทำไม พี่น้องทราบใหมครับ
ก็อันเนื่องมาจากว่า แผ่นดินที่ บัยตุ้ลมักดิส นั้น เป็นที่ต้องห้ามของพวก วงวานอิสรออีล ท่านสามารถที่จะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ซูเราะ อัล-มาอิดะฮฺ อายะฮฺที่ 24 ลงไปครับ
อัลลอฮฺได้ทรงทำให้พวกวงวานอิสรออีล ได้ระเห เร่ร่อน ในแผ่นดินที่มีแต่ทะเลทรายเป็นเวลา 40 ปี เพราะเพื่อเป็นการลงโทษผู้ละเมิดเหล่านั้น
ดังนั้นอัลลอฮฺจึงรับดุอาอฺของ นบี มูซา และท่านร่อซูลได้กล่าวว่า สุสานของ นบี มูซา อยู่ใกล้ๆบัยตุ้ลมักดิส ที่ กะซีบุ้ล อะฮฺมัร หากว่าฉันอยู่ที่นั้น ฉันจะชี้ให้พวกท่านดูสุสานของ นบี มูซา

ข้อคิดและประโยชน์ที่ได้รับ

1. มีฮาดีษที่บ่งชี้ว่า บรรดานบีของอัลลอฮฺ ก่อนที่จะถูกเอาวิญญาณนั้น มีสิทธิ ที่จะเลือกอยู่ต่อไปในดุนยา หรือ เลือกจะกลับไปสู่ความเมตาของอัลลอฮฺ
ดังเช่นฮาดีษ และเรื่องราว ของนบี มูซา นี้เอง ได้มีรายงานจากท่านหญิง อาอีชะฮฺ กล่าวว่า
นางได้ยิน ท่านร่อซูลพูดในขณะที่ท่านร่อซูลใกล้จะเสียชีวิตว่า

اللهم الرفيق الاعلى

นางจึงรู้ว่าท่านนบี เลือกที่จะกลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺ

2. มาลาอิกะฮฺ สามารถ จำแรงร่างเป็นรูปร่างของมนุษย์ ได้ ดังเช่น มาลาอิกะฮฺแห่งความตายที่แปลงร่างมาในรูปมนุษย์ เพื่อไปหา นบี มูซา

3. ทุกคนจะต้องตาย ใครคนใดก็ตามที่สามารถผ่านโลกของความตายไปได้อย่างปลอดภัยแล้วล่ะก้อ แน่นอน บรรดาร่อซูล และ บรรดา นบี ของอัลลอฮฺ ย่อมจะต้องได้รับความปลอดภัยกว่า มนุษย์ทั่วๆไปยอ่างแน่แท้

4. ที่ของ นบี มูซา ณ. อัลลอฮฺ มันช่างมีเกียรติ และมีศักดิ์ศรี ยิ่งนัก ถ้าหาก อัลลอฮฺ ไม่ให้เกียรติ นบี มูซา แล้วไซร้ พระองค์ก็จะทรงให้มาลาอิกะฮฺ แห่งความตาย ได้แก้แค้น นบี มูซา ในขณะที่ท่าน นบี มูซา ได้ ชกต่อย มาลาอิกะฮฺแห่งความตาย จนทำให้ตาบอด

5. สุสานของท่าน นบี มูซา อยู่ใกล้ๆ เขตแดน บัยตุ้ลมักดิส ร่อซูลของเรารู้ที่ตั้งสุสานนั้นเป็นอย่างดี คือ ที่ อัล กะซีบุ้ล อะฮฺมัร

6. ความต้องการของ นบี มูซา อยากมีสุสานอยู่ใกล้ๆ ที่ บัยตุ้ลมักดิสนั้น ไม่เป็นที่ต้องห้ามแต่อย่างใด สำหรับคนที่ต้องการจะตายในแผ่นดินที่มีเกียรติ

7. บัยตุ้ลมักดิสนั้น มีแนวเขตแดนที่ชัดเจน เหตุนี้เอง นบี มูซา จึงขออัลลอฮฺ ให้ตายใกล้ๆเขตแดน บัยตุ้ลมักดิส

ท่านครับ สุดท้ายนี้ อยากจะถามพวกเราว่า เราพร้อมที่จะกลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺหรือยังครับ หรือ อยากที่จะมีชีวิตอยู่ในดุนยาต่อ เพื่อทำความ บัดสี บัดเถลิง ให้กับศาสนาของอัลลอฮฺ อย่ามัวแต่หลง ละเริง เพลิดเพลิน อยู่กับของเล่นในดุนยา จนทำให้เราลืมความตายนะครับ
แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อไปนะครับ
อัลลอฮฺคุ้มครองทุกท่านครับ "

ผู้บันทึก gismad เมื่อ อังคาร 01 ก.พ. 11 @ 22:32 (7480 คนอ่าน)
(มีต่อ... | จำนวน: 5)

 ก้อนหิน กับ เสื้อผ้า นบี มูซา

ประวัติศาสตร์อิสลามมุร๊อบบี บันทึก "ก้อนหิน กับ เสื้อผ้า นบี มูซา

ท่านครับ ได้มีโอกาสกลับมารับใช้ท่านอีกครั้ง รู้สึกดีครับที่จะได้นำเสนอเรื่องราว เรื่องเล่าจากกุรอาน และฮาดีษ มาให้อ่านกัน ต้องยอมรับนะครับว่า เหตุการณ์ บางอย่าง เรื่องบางเรื่อง ที่ได้ยินได้ฟังกัน บางครั้งก็หาที่มาที่ไปไม่ได้ แต่ถ้าจะให้ดีผู้เล่าน่าจะอ้างอิงสักนิดหนึ่งนะครับ เพื่อว่าผู้อ่านจะได้เอาไปค้นคว้าต่อ อย่างเช่นวันนี้ครับ เป็นเรื่องที่ต้องเอามาขยายหยิบยกกันขึ้นมาเพื่อ เป็น เรื่องเล่า คอยสอนลูกสอนหลานครับ

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในสมัย ยุค ของ บนี อิสรออีล พวกเขาได้ใส่ร้ายป้ายสี ให้กับท่าน นบี มูซา ว่า ท่าน นบี มูซา เป็นโรคเรื้อน ก็อันเนื่องมาจากว่า พวกเขาไม่เคยได้เห็นร่างกายของท่าน นบี มูซาแลย

เพราะท่าน นบี มูซา เป็นคนที่ ขี้อายมากๆ ความละอาย เป็นมารยาท ที่ ประเสริฐ ทุกยุค ทุกสมัย

ท่านครับ ในอดีตที่ผ่านมา เป็นที่ทราบกันดีว่า ในสมัย นบี มูซา มีการปฏิบัติ จะไม่เหมือน ในยุคของเรา เช่น มีการ อนุญาต ให้ผู้ชาย อาบน้ำเปลือยกาย ร่วมกับคนอื่นได้ ที่เป็นผู้ชายด้วยกันนะครับ แน่นอนครับว่า ในการมองเห็นส่วนต่างๆของอวัยวะของคนอื่นนั้นมันย่อมเป็นเรื่องง่าย สาเหตุนี้แหละที่ท่าน นบี มูซา ไม่เคยได้อาบน้ำร่วมกับคนอื่นเลย ก็เพราะว่า ท่านอายมากๆครับ และก็ด้วยสาเหตุนี้เช่นกันที่ทำให้ พวก บนี อิสรออีล ไม่เคยได้เห็นเรือนร่างของท่าน นบีมูซาเลย จึงทำให้พวกเขาได้ใส่ร้าย ป้ายสี ว่า ท่าน นบี มูซา เป็นโรคเรื้อน ไม้กล้าที่จะอาบน้ำร่วมกับพวกเราเพราะอาย อิอิอิ

ท่านครับ อัลลอฮฺไม่พอใจ ในสิ่งที่ พวกบรรดา บนี อิสรออีล ได้กล่าวหา นบี ของพระองค์ และพระองค์ทรงต้องการที่จะให้ นบี ของพระองค์ ใสสะอาดจากการที่ถูกกล่าวหา เพื่อจะทำให้พวก บนี อิสรออีล ประจักษ์กับความจริง จึงเป็นที่มาของเรื่องแปลกๆที่กำลังจะเกิดขึ้นครับ

มีอยู่วันหนึ่งที่ ท่าน นบี มูซา ต้องไปอาบน้ำเพียงคนเดียว เหมือนเช่นเคย ที่ผ่านมา ท่าน จึงถอดเสื้อผ้าวางไว้บนก้อนหิน แล้วลงไปอาบน้ำ เมื่อเสร็จสิ้นจากการอาบน้ำ ท่าน นบี จึงมาที่ก้อนหินที่วางเสื้อผ้าเอาไว้ ทันไดนั้น ก้อนหินก้อนนั้น มันลอยได้ แล้วก็พาเสื้อผ้า นบี มูซา ไปด้วย ท่าน นบี มูซา ต้องการ เสื้อผ้าของท่านมาก จึงตามก้อนหิน ก้อนนั้นไป แล้วพรางพูดว่า เสื้อผ้าของฉัน ๆ ๆ ท่านครับ มันไม่ยอมหยุด มันลอยไปเรื่อย ๆ ก้อนหินอะไรบินได้ ลอยได้ ธรรมชาติของก้อนหินมันลอยไม่ได้ มันยังไงๆ อยู่นะ ทันไดนั้น ก้อนหินก้อนนั้น ก็มาหยุดอยู่ใกล้ๆพวก บนี อิสรออีล

ท่านครับ คงจะนึกภาพออกนะครับว่า เหมือนเรากำลังอาบน้ำอยู่ แล้วลูกๆของเราเอาเสื้อผ้าที่เราเตรียมเอาไว้ไปมันจะเกิดอะไรขึ้น ฉันได ก็ ฉันนั้น ครับ ท่าน นบี มูซา ตามก้อนหินมาในสภาพที่ เปลือยกาย ไม่มีอะไรปกปิด ทันใดนั้น พวก บนี อิสรออีล จึงได้เห็นเรือนร่างของ ท่าน นบี มูซา อย่างชัดเจน และได้ประจักษ์แก่สายตาของพวกเขาแล้วว่า ท่าน นบี มูซา ไม่ได้เป็นโรคเรื้อน อย่างที่พวกเขาได้กล่าวหา หากแต่ตรงกันข้าม ท่าน สง่างาม ทั้งภายนอกและภายใน

ด้วยความที่ท่าน นบี มูซา เป็นคนที่ขี้อาย จึงรีบหยิบเสื้อผ้าที่อยู่บนก้อนหินมาสวมใส่ แล้วจึงได้นำไม้เท้า มาตี ก้อนหิน ประมาณ 6 – 7 ครั้ง แต่ที่น่าแปลกอีกอย่างหนึ่งครับ ก้อนหินที่ถูกไม้เท้าของ นบี มูซา ตี มันมีร่องรอยการถูกตีครับ ท่านลองคิดดูนะครับว่า ธรรมชาติ ของก้อนหิน ถูกสร้างให้มีความแข็งแกร่งกว่าไม้ แล้วไฉนเล่า จึงเป็นรอยเมื่อถูกตี ท่านสามารถดูต่อเพิ่มเติมได้ที่ ซูเราะฮฺ อัล อะฮฺซาบ อายะฮฺ ที่ 69 และในฮาดีษของ บุคอรี

แง่คิด และประโยชน์ที่ได้รับ

1. ในสมัยก่อน ยุคของพวก บนี อิสรออีล อนุญาตให้ผู้ชายอาบน้ำด้วยกันได้โดยไม่ต้องใส่เสื้อผ้าปกปิดเอาเราะฮฺ แต่ใน ยุคของเรา ทำไม่ได้ เป็นสิ่งที่ต้องห้าม

2. ความอายของท่าน นบี มูซา มันยิ่งใหญ่นัก เพราะท่านไม่เคยเปิดเผยสัดส่วนร่างกายของท่านให้ผู้ใดได้ชมเลย การกระทำอย่างนี้ ในยุคของเราสามารถทำได้ เพราะการละอาย เป็นส่วนหนึ่ง ของการศรัทธา ไม่เป็นที่ต้องห้ามแต่อย่างใด

3. พวกที่ชอบ ทำร้าย บรรดานบี และ บรรดา ร่อซูล ของพระองค์นั้น ไม่ว่าจะทำร้ายด้วยวิธีการแบบใหนก็ตาม พวกเขาเหล่านั้นจะไม่ได้รับความสำเร็จ และจะต้องมีวิธีตอบโต้กับพวกที่ชอบทำร้าย ด้วยกับความอดทน

4. อัลลอฮฺ ทรงทำให้ นบี มูซา รอดพ้นจากการถูกกล่าวหา ด้วยวิธีที่ดูเหมือนว่าแกล้งท่าน นบี มูซา เพื่อจะได้ให้พวก บรรดา บนี อิสรออีล ได้ประจักษ์ กับความจริง โดยไม่มีข้อเคลือบแคลงใดๆ และสำหรับพระองค์นั้น มี ฮิกมะฮฺ อยู่อีกมากมาย ที่เราและท่าน ทั้งหลายไม่รู้

5. ในเรื่องนี้ มีสิ่งที่ แปลก อภินิหาร เกิดขึ้น อยู่ 2 เรื่องด้วยกัน นึกออกใหมครับ 1. ให้ก้อนหิน ลอยหนี จากการเอาเสื้อผ้าของ นบี มูซา 2. ทำให้ก้อนหินมีร่องรอย เนื่องจากการถูก ไม้เท้า ของ นบี มูซา ตี

6. บรรดา นบี มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ทุกประการ ไม่ว่าเรื่องรูปร่าง หน้าตา มารยาท เพราะพระองค์ทรงเลือกท่านเหล่านั้น มาเป็นผู้ ประกาศ ศาสนาของพระองค์ จึงต้องคัดสันมาเป็นพิเศษ ประเสริฐที่สุด ดีที่สุด ในหมู่มนุษย์

7. ไม่สามารถที่จะนำการ ปฏิบัติ ในยุคก่อนๆ มาปฏิบัติในยุคนี้ได้ ก็เพราะว่า ถูกยกเลิกไปแล้ว ด้วยกับ ชารีอะฮฺ ของ นบี มูฮำหมัด

แล้วพบกันใหม่ในเรื่องต่อไปนะครับ อัลลอฮฺคุ้มครองทุกท่านครับ
"

ผู้บันทึก webmaster เมื่อ จันทร์ 07 ธ.ค. 09 @ 21:00 (6272 คนอ่าน)
(มีต่อ... | จำนวน: 0)

 มัสยิดอัล-อักศอ ตอนที่ 6

ประวัติศาสตร์อิสลามAnonymous บันทึก " ในตอนที่ 5 เราได้ทราบเจตนาของท่านจอมทัพ ซอลาฮุดดีน อัลอัยยูบีย์แล้วว่า ท่านจะเอาบัยติลมักดิสคืนจากพวกชาวไม้กางเขนให้ได้ และจะไม่ปล่อยให้ชาวไม้กางเขนหลงเหลือแม้แต่คนเดียว เราจะทำกับพวกชาวไม้กางเขนให้เหมือนที่ทำกับพี่น้องมุสลิมของเราอย่างแข็งกร้าว

ความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะขอทำสัญญาสงบศึกกับท่านจอมทัพ ซอลาฮุดดีน อัลอัยยูบีย์ แต่ก็ไม่เป็นผล ในที่สุดผู้นำของนัศรอนีย์ที่ชื่อ บัลบาน บิน บัซรอน ก็ได้เข้าพบจอมทัพ ซอลาฮุดดีน อัลอัยยูบีย์ เพื่อขอสงบศึกด้วยสภาพที่น่าเวทนา และต่ำต้อยอย่างที่สุด และไม่ว่าจะด้วยวิธีใดท่านจอมทัพก็ยังปฏิเสธที่จะทำสัญญา ในที่สุดชาวนัศรอนีย์ จึงยื่นข้อเสนออันสุดท้าย แก่จอมทัพ ซอลาฮุดดีน อัลอัยยูบีย์ว่า

หากท่านไม่ยอมทำสัญญาสงบศึก พวกเราจะกลับไปฆ่าเชลยศึกมุสลิมที่อยู่ในกำมือของเราทั้งหมด ประมาณ 4000 คน และพวกเราจะสังหารชีวิตลูกเมียของเราทั้งหมด เราจะทำลาย*****นเรือน สถานที่งดงามทุกแห่ง เราจะเผาทรัพย์สมบัติของเรา เราจะสร้างความเสียหายแก่โดมแห่งหิน ( อัซซ็อคเราะฮฺ ) เราจะเผาทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าเราหลังจากทุกสิ่งพินาศย่อยยับ แล้วเราจะออกมาต่อสู้กับพวกท่านจนกว่าเราทุกคนจะดับดิ้นไป เพราะไม่มีประโยชน์สำหรับการมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว และจงคิดให้ดีคนของเราแต่ละคนที่ตายไป เขาจะเข่นฆ่าคนของท่านสักกี่คน ท่านหวังว่ามันจะมีความดีหลังจากนี้อีกหรือ

สงบศึก

หลังจากท่านจอมทัพซอลาฮุดดีน อัลอัยยูบีย์ ได้ฟังถ้อยคำโอดครวญของชาวนัศรอนีย์ ท่านก็บังเกิดความเห็นใจ และยอมรับคำขอสงบศึก และทำสัญญาต่อกันโดยมีเงื่อนไขดังนี้

1. ทุกคนต้องจ่ายเงินญิซยะฮฺตามจำนวนนี้
1.1 ผู้ชาย คนละ 10 ดีนาร
1.2 ผู้หญิง คนละ 5 ดีนาร
1.3 เด็ก ๆ คนละ 2 ดีนาร

2. คนที่ไม่สามารถจ่ายได้ตามจำนวนนั้นต้องตกเป็นเชลยศึกของมุสลิม

3. หลังจากจ่ายญิซยะฮฺแล้ว ชาวนัศรอนีย์ต้องออกจากบัยติลมักดิสไปอยู่สถานที่ปลอดภัย ณ เมืองซูร ( ดู อัลบิดายะฮฺ วัลนิฮายะฮฺ ของท่าน อิบนุกะษีร เล่มที่ 12 หน้าที่ 32 ) ภายใน 40 วัน

4. สาธารณสมบัติ ศาสตราวุธ และที่พักอาศัยตกเป็นของชาวมุสลิม

อย่างไรก็ตามคนชรา คนอ่อนแอ และคนยากจนหลายคนที่ไม่มีกำลังจะจ่ายได้ แต่จอมทัพซอลาฮุดดีนก็อนุญาตให้ออกจากเมืองโดยไม่ต้องจ่ายญิซยะฮฺแต่อย่างใด

บะอีดุ๊ดด๊าร ณ น้ำเชี่ยว

"

ผู้บันทึก วิทยากร เมื่อ พฤหัสบดี 03 พ.ค. 07 @ 14:32 (3715 คนอ่าน)
(มีต่อ... | จำนวน: 3)

 มัสยิดอัลอักศอ (ตอนที่ 4)

ประวัติศาสตร์อิสลามAnonymous บันทึก "ท่านอุมัรเข้าสู่บัยติลมักดิส

หลังจากเสร็จสิ้นการทำสัญญาสันติภาพ ท่านอะมีรุลมุมีนีนก็เดินเข้าสู่มัสยิดอัล-อักศอทางประตูที่ท่านรอซูลผู้ทรงเกียรติเคยเข้าไปในคืนอิสรออฺ-มิอฺรอจ
มีบางกระแสเล่าว่าท่านได้กล่าวตัลบียะฮฺ ( ลับบัยกัลป์ลอฮุมมะลับบัยกะ ) ในขณะที่เดินเข้าสู่มัสยิดอัล-อักศอ ต่อมาท่านได้ละหมาดตะฮียะตุลมัสยิด ที่มิฮฺรอบของท่านนบีดาวูด และท่านได้เป็นอิหม่ามนำละหมาดแก่กลุ่มชนมุสลิม ในเวลาศุบฮิของวันรุ่งขึ้น ท่านได้อ่านซูเราะฮฺ ซ๊อดในรอกาอัตแรก และร่วมสุหยูดติลาวะฮฺพร้อมกับมะมูม ในรอกาอัตที่สอง ท่านอ่านซูเราะฮฺบนีอิสรออีล ( อัลอิสรออฺ ) และท่านมีคำสั่งให้ละหมาดด้านหน้าของอัสซ็อคเราะฮฺ ( โดมแห่งหิน ) ผินหน้าสู่กิ๊บลัต ( อัลกะอฺบะฮฺ ) ในขณะที่อัสซ็อคเราะฮฺนั้นอยู่ด้านหลัง
การสูญเสียบัยติลมักดิส
ในตอนเช้าของวันศุกร์ที่ 7 เดือนชะอฺบาน ฮิจเราะฮฺที่ 492 ตรงกับคริสตศักราช 1099 บัยติลมักดิสตกไปอยู่ใต้อำนาจของนัสรอนีอีกครั้ง ( ละอฺนะตุลลอฮิอะลัยฮิม ) พวกนัสรอนีได้นำทหาร 1 ล้านคน บุกโจมตีบัยติลมักดิส ในที่สุดบรรดามุสลิมต้องหลั่งเลือดชะฮีดถึง 6 หมื่นคนในการเผชิญศึกครั้งนี้ ( ดูอัลบิดายะฮฺ 12 / 156 ) หลังจากที่พวกเขาเข้าครอบครองสำเร็จ ทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาลของมัสยิดอัล-อักศอถูกปล้นและถูกทำลายโดยศัตรูของอัลลอฮฺ ( อินนาลิลละฮฺวะอินนาอิลัยฮิรอญิอูน ) ในตอนต่อไปเราจะได้รู้ว่าใครเป็นคนปลดปล่อยบัยติลมักจากนัสรอนี

บะอีดุ๊ดด๊าร ณ น้ำเชี่ยว
"

ผู้บันทึก วิทยากร เมื่อ พฤหัสบดี 08 มี.ค. 07 @ 01:19 (4420 คนอ่าน)
(มีต่อ... | จำนวน: 5)

 มัสยิดอัลอักศอ (ตอนที่ 3)

ประวัติศาสตร์อิสลามAnonymous บันทึก "เนื้อหาของสัญญาระหว่างท่านอุมัรกับชาวอิลลิยาอฺ

เนื้อหาของสัญญาสันติภาพที่กระทำขึ้นระหว่างอุมัรกับชาวอิลลิยาอฺ มีดังนี้

บิสมิลลาฮิรเราะฮฺมานิรรอฮีม
นี่คือข้อสัญญาสันติภาพระหว่างบ่าวของอัลลอฮฺ อุมัร อิบนุ ค็อฏฏอบ อะมีรุลมุมีนีน กับคริสเตียน อะฮฺลิ อิลลิยาอฺ เราจะให้ความคุ้มครองต่อชีวิต ทรัพย์สิน โบสถ์ของพวกเขา และจะไม่มีการทำลาย โยกย้าย และเปลี่ยนแปลงใดๆ ไม่มีการทำลายไม้กางเขนของพวกเขา ไม่มีการยึดทรัพย์ ไม่มีการบังคับในเรื่องศาสนา ไม่มีการทำอันตรายแก่บุคคลใด ไม่อนุญาตให้คนยิวคนหนึ่งคนใดอยู่รวมกับพวกเขา ชาวคริสเตียนแห่งอิลลิยาอฺ จะต้องจ่ายญิซญะฮฺ และมีหน้าที่ขับไล่ชาวโรมัน และทรราชทุกคนให้ออกไปจากแผ่นดินอิลลิยาอฺ ( บัยตลมักดิส ) ชาวโรมคนใดที่ออกจากเมือง ชีวิตและทรัพย์สินจะได้รับการคุ้มครอง จนกระทั่งเขาเดินทางถึงเมืองที่เขาจะพำนัก อยู่อย่างปลอดภัย แต่หากชาวโรมคนใดต้องการจะอาศัยอยู่ในอิลลิยาอฺต่อไป เขาจะต้องจ่ายญิซญะฮฺเช่นเดียวกับชาวคริสเตียน และชาวอิลลิยาอฺคนอื่นๆ และชาวอิลลิยาอฺต้องการที่จะออกไปพร้อมกับชาวโรมัน โดยละทิ้งโบสถ์และไม้กางเขนไว้ เขาจะได้รับความปลอดภัย โบสถ์รวมทั้งไม้กางเขน จะได้รับกาพิทักษ์ปกป้องจนกระทั่งเขาเดินทางถึงสถานที่ที่เขาต้องการพำนักอย่างปลอดภัย
จากหลักการที่ถูกเขียนขึ้นในสัญญาฉบับนี้ ถือเป็นการทำสัญญาแห่งอัลลอฮฺที่มีผลให้เกิดพันธะผูกพันต้องรับผิดชอบโดยคุละฟาอฺ และบรรดามุมินตราบนานเท่าที่พวกเขา ( คริสเตียน ) ได้ปฏิบัติตามสัญญาในการจ่ายภาษีญิซญะฮฺแก่มุสลิม ( ดูตะรีคุลอุมัมวัลมุลูก 3/609 )
พยานในการเขียนสัญญาฉบับนี้ คือ
1. คอลิด บิน วะลีด
2. อัมร์ บิน อาศ
3. อับดุลเราะฮฺมาน บิน เอาฟ์
4. มุอาวิยะฮฺ บิน อบีซุฟยาน
และสัญญาฉบับนี้ ได้กระทำขึ้นในปีที่ 15 แห่งฮิจเราะฮฺ ( หรืออาจเป็นปีที่ 16 แห่งการฮิจเราะฮฺศักราช ) และในตอนต่อไปเราจะเข้าไปในบัยติลมักดิสพร้อมกับท่าน อะมีรุลมุมีนีนติดตามให้ได้นะขอรับ
บะอีดุ๊ดด๊าร ณ น้ำเชี่ยว
"

ผู้บันทึก วิทยากร เมื่อ พฤหัสบดี 08 มี.ค. 07 @ 01:16 (3473 คนอ่าน)
(มีต่อ... | จำนวน: 5)

News ©

อายะฮฺ..อัลกุรอาน..
"และเมื่อได้ถูกกล่าวแก่พวกเขาว่า..จงปฏิบัติตามสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานลงมาเถิด..

พวกเขาก็กล่าวว่า..มิได้เราจะปฏิบัติสิ่งที่เราได้พบบรรดาบรรพบุรุษของเราเคยปฏิบัติมาเท่านั้น

และแม้ได้ปรากฏว่าบรรพบุรุษของพวกเขาไม่เข้าใจสิ่งใดและทั้งไม่ได้รับแนวทางอันถูกต้องก็ตามกระนั้นหรือ?"

(อัล-บะเกาะเราะฮฺ : 170)


ขอเชิญร่วมสร้างมัสยิด

Donate

NAME ANURAK MORADOKISLAM FOUNDATION
BANK KRUNG THAI
BRANCHPRAWETH
A/C No.188 - 6 - 00316 - 5

>>..ร่วมบริจาคคลิ๊ก!..<<


อนุรักษ์ฯโพลล์
คุณอยากให้เวบไซต์ มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม ปรับปรุงอะไร?

บริการดาวน์โหลด
เนื้อหาและบทความ
ข่าวสาร
พัฒนาผลงานใหม่ๆ
ทั้งหมดที่กล่าวมา
อื่นๆ(กรุณาแสดงความเห็น)



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้ลงคะแนน 599

เมนูสมาชิก
หมายเลข IP ของคุณ 54.81.44.140


สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

ชื่อเรียก:
รหัสผ่าน:
 

สถิติสมาชิก
สมาชิกคนล่าสุด : vcomthai
สมาชิกทั้งหมด : 2,936

ผู้ที่กำลังใช้งาน : 13
บุคคลทั่วไป : 13
สมาชิก : 0

  
ทีมงาน :
  

ฝากข้อความ

เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ที่สามารถฝากข้อความได้ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

คุณมีแล้วหรือยัง?
ศูนย์หนังสือ นัฟฟาซี่

..รวบรวมคำบรรยายของ..

อ.ฟารีด เฟ็นดี้




พลิกฟื้นคืนแผ่นดิน

ที่สุดของชีวิต

มุนาฟิก

ตัลกีน

อิสลามตามคำสอน(เล่ม1)

อิสลามตามคำสอน(เล่ม2)



สนใจสั่งซื้อ
และเป็นตัวแทนจำหน่าย


..ติดต่อ..
คุณ ยูนุส พุฒเพ็ง

09 - 6700615
01 - 8258438

หนังสือดี มีค่า น่าอ่าน

รวมสกุ๊ปพิเศษ

[เรื่องทั้งหมด]

ครัวอนุรักษ์
 ข้าวผัดสุลต่าน
 โรตีละเลง
 ยำยอดตำลึง
 ข้าวผัดสับปะรด
 แกงเหลืองมะม่วง
 ยำใบช้าพลู
 ส้มตำปู
 น้ำตำลึง
 กุ้งเท็มปุระ
 น้ำจิ้มไก่ย่างสูตร 1

[ เรื่องทั้งหมด ]

นานาสาระ
 สาเหตุสมองเสื่อม
 ผมผิดเหรอ
 ออกกำลังกายวันละนิดจิตแจ่มใส
 คนแรกของโลก 25
 ที่สุดของโลก 25
 คนแรกของโลก 24
 ที่สุดของโลก 24
 คนแรกของโลก 23
 ที่สุดของโลก 23
 ทำไมหนอ?

[ เรื่องทั้งหมด ]

อนุรักษ์ทัวร์ทั่วไทย
 เพชรบุรี แดนใจ
 จังหวัดพัทลุง
 จังหวัดมหาสารคาม
 จังหวัดชลบุรี
 จันทบุรี
 จังหวัดนครนายก
 จังหวัดปัตตานี
 จังหวัดกระบี่
 จังหวัดยะลา
 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

[ เรื่องทั้งหมด ]

บทความพิเศษ
เมื่อมุสลิมแตกแยก1
ทาส ตอนที่ 1
ทาส ตอนที่ 2
เผยอะกีดะห์กลุ่มดะอ์วะห์
ตอนที่... 1/ 2/
ทำไมมุสลิมจึงลอยกระทงไม่ได้
มุสลิมกับวันคริสมาส
มุสลิมกับวันปีใหม่
มุสลิมกับวันวาเลนไทม์
ประท้วงเป็นบิดอะห์จริงหรือ
ตอนที่.. 1/ 2/ 3/ 4/ 5/
แบบทดสอบ ความเข้าใจเกี่ยวกับประท้วง
คู่มือเลือกตั้งฉบับผู้ศรัทธา
เมื่อความอวิชชาเป็นวิชา
ในที่สุดเขาก็หลงทาง
ตอนที่... 1/ 2/ 3/ 4/
เมื่อโลกหยุดหมุน
ใครแม่นกว่าใคร


แก๊สรถยนต์
ฝ่าวิกฤติน้ำมันแพง


เติมเต็มถังยังเหลือสตางค์เก็บ
ดำรงค์ (ช่างแอน) มะติมุ
รับติดตั้งแก๊สรถยนต์
ซ่อมเครื่องยนต์
และช่วงล่างรถยนต์ทุกชนิด
โทร 02- 8132871 (กด1)
หรือ 01- 4499028


Link
รวมงานเขียน-คำบรรยาย
และผลงานด้านอื่นๆ
ของ อาจารย์ฟารีด เฟ็นดี้

อาจารย์ฟารีด เฟ็นดี้


เวบไซต์เพื่อนบ้าน:

มุสลิมไทย
ชมรมนักเรียนกฎหมายมุสลิม
สภายุวมุสลิมโลก (wamy)
ข่าวประชาชาติอิสลามออนไลน์
ซุนนะห์ไซเบอร์
มูลนิธิศรัทธาชน
มุสลิมไทยเฮลท์
สมาคมนักเรียนไทยโมร็อกโก
ศาสนวิทยา
ริฏอ สะมะดี
มุรีด ทิมะเสน
อัซซุนนะห์
ชมรมมุสลิม ม.เทคโนโลยีมหานคร
ชาวต้นไม้
บ้านมุสลิมะห์
มัจลิสอิลมีย์ ปัตตานี
วิทยาลัยอิสลามยะลา
เรารักนบี
โรงเรียนตัรบียะห์ อิสลามียะห์
ชมรมวะรอซะตุซซุนนะฮฺ
มุสลิมสยาม
อิสลามไซเบอร์

แหล่งข่าวอาหรับ:

อัลญะซีเราะห์
อิสลามเมโม
อัซซอบิรูน
อัลมุฮีต
อัลมุคตะซิร
กะลิมะตุ้ลฮักก์
อัรชีฟอัคบาร
อิสลามอนนไลน์

แหล่งข่าวอังกฤษ:

อัลญะซีเราะห์
อิสลามออนไลน์
ญิฮาดอันสปัน
อิสลามเว็บ
ปาเลสไตน์อินโฟ
อิสลามิคนิวส์
อัซซาม
อุมมะห์นิวส์
อาหรับนิวส์
เค-นิวส์
อิสลามออนไลน์นิวส์


ขายทีดิน
ที่ดินเปล่าถมแล้ว 92 ไร่
ติดถนนเหมาะแก่การทำจัดสรร หรือโรงงาน
ฝังท่อประปา และท่อน้ำทิ้ง
ตัดถนนในที่ดินกว้าง 8 เมตร
อยู่ที่ อ.บางน้ำเปรียว จ.ฉะเชิงเทรา

ราคาเพียง 25 ล้านบาทเท่านั้น
สอบถามรายละเอียด
ติดต่อเจ้าของที่ดินโดยตรง
07 - 0037171
06 - 0909979








ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.16 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004