ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - อะกีดะฮสะลัฟของแท้(ไม่แอบอ้าง)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
อะกีดะฮสะลัฟของแท้(ไม่แอบอ้าง)
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Tue Apr 21, 2015 8:11 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรื่อง การยืนยันสิฟัตยะดัยแก่อัลลอฮ


Abu Naseem Huwairee คำว่า أعور ความหมาย عرفا บ่งชี้ว่า ไม่มีตา عدم العين ต่อมากล่าวว่า وضد العور ثبوت العين ซึ่งความหมายตรงกันข้ามคือ การยืนยันว่าอัลลอหฺตาอาลา มี ซีฟัตعين ต่อมากล่าวว่า
وهو على سبيل التمثيل والتقريب للفهم لا على معنى إثبات الجارحة
นี้เป็นการยกตัวอย่างเปรียบเทียบ และให้ไกล้กับความเข้าใจ ไม่ใด้เป็นการยืนยันถึงการมีตาที่เป็นอวัยวะ
>>>>>>>>>>>>

ชี้แจง
มาดูข้อเท็จจริงครับ

وَقَالَ ابْنُ الْمُنِيرِ : وَجْهُ الِاسْتِدْلَالِ عَلَى إِثْبَاتِ الْعَيْنِ لِلَّهِ مِنْ حَدِيثِ الدَّجَّالِ مِنْ قَوْلِهِ إِنَّ اللَّهَ لَيْسَ بِأَعْوَرَ مِنْ جِهَةِ أَنَّ الْعَوَرَ عُرْفًا عَدَمُ الْعَيْنِ وَضِدُّ الْعَوَرِ ثُبُوتُ الْعَيْنِ ، فَلَمَّا نُزِعَتْ هَذِهِ النَّقِيصَةُ لَزِمَ ثُبُوتُ الْكَمَالِ بِضِدِّهَا وَهُوَ وُجُودُ الْعَيْنِ ، وَهُوَ عَلَى سَبِيلِ التَّمْثِيلِ وَالتَّقْرِيبِ لِلْفَهْمِ لَا عَلَى مَعْنَى إِثْبَاتِ الْجَارِحَةِ ،
และอิบนุมุนีร กล่าวว่า วิธี อ้างหลักฐาน ยืนยัน อัลอัยนฺ (ตา) แก่อัลลอฮ จากหะดิษดัจญญาล จากคำพูดของนบี ที่ว่า “แท้จริง อัลลอฮ ไม่ได้ตาเหล่ ในแง่ ที่ว่า ตาเหล่นั้น ตามธรรมเนียมคือ ไม่มีตา และ ที่ตงกันข้ามของตาเหล่นั้นคือ การยืนยันว่ามีตา ดังนั้นเมื่อ เอา ข้อบกพร่องนี้ออกไป การยืนยันความสมบูรณ์ ก็จำเป็น ด้วยเหตุสิ่งที่ตรงกันข้ามของมัน และมันคือ การมีตา โดยที่มันคือ แนวทางในการยกตัวอย่าง และการทำให้ใกล้เคียงกับความเข้าใจ
ไม่ใช่บนความหมายยืนยันอวัยวะ - ฟัตหุลบารีย์ 13/389
........
ข้างต้น อัลหาฟิซอับนุหะญัร กล่าวถึงทัศนะของ อิบนุมุนีร (ฮ.ศ 620-583) ถืงการยืนยัน คำว่า ตา (อัลอัยน) แต่ไม่ได้หมายถึงตาที่เป็นอวัยวะ
อัลหะฟิซ อิบนุหะญัร มีชีวิตอยู่ ระหว่าง ฮ.ศ 773 -852 และอิบนุมุนีร อัสสะกันดะรีย์ มีชีวิต อยู่ระหว่าง ฮ.ศ 620-583 ทั้งสองท่านเป็นปราชญยุคเคาะลัฟ ไม่ใช่ปราชญ์ยุคสะลัฟ และการที่ท่านกล่าวถึง ทัศนะของ อิบนุมุนีร ก็ไม่ได้ผิด เพราะ ที่เราพูดถึงคือ การยืนยันความหมายในทางภาษา ไม่ใช่ยืนยันรูปแบบสิฟัตคำว่าอัยนฺ ว่า เป็นอวัยวะหรือไม่เป็นอวัยวะ เพราะไม่มีการอธิบายไว้ในอัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ ส่วนการมอบหมายความหมาย ห้ามแปลความหมายนั้น เป็นอะกีดะฮ อะฮลุลกาลาม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Sun Mar 06, 2016 10:29 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Hamdee Sulong
#ชี้แจง จากอายัตข้างต้นนั้น จริงๆแล้วท่านอิบนุญารีรไม่ได้ให้ความหมายในเชิงรูปธรรม ที่สื่อว่าซาตของพระองค์อยู่บนฟ้า หากแต่ท่านอิบนุญารีรให้ความหมายในเชิงมาญัซ ท่านอธิบายว่า อัลเลาะฮ์ทรงสูงส่งและทรงอำนาจเหนือฟากฟ้า ตามหลักอะกีดะฮ์ของท่านอัฏเฏาะบะรีย์นั้น
เมื่อเรากลับไปที่ซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์อายะฮ์ที่ 29 ท่าน อัฏฏ๊อบรีย์อุลามาอฺสะลัฟ ได้ให้ความหมายในเชิงนามธรรมว่า
فَإِنْ زَعَمَ أَنَّ ذَلِكَ لَيْسَ بِإِقْبَالِ فِعْل وَلَكِنَّهُ إقْبَال تَدْبِير , قِيلَ لَهُ : فَكَذَلِكَ فَقُلْ : عَلَا عَلَيْهَا عُلُوّ مُلْك وَسُلْطَان لَا عُلُوّ انْتِقَال وَزَوَال
"ดังนั้น ก็จะถูกกล่าวแก่เขาว่า ท่านอ้างว่า การตีความคำว่า "استوى" นั้น คือ การมุ่งหน้า . ฉะนั้น หรือว่าพระองค์ทรงผินหลังให้กับฟากฟ้า จากนั้นพระองค์ก็มุ่งไปยังฟากฟ้า?? แต่หากเขาอ้างว่า ดังกล่าวนั้น ไม่ใช่การมุ่งหน้าแบบกระทำ(มุ่งหน้า) แต่เป็นการมุ่งบริหาร. ก็ให้กล่าวแก่เขาว่า ดังนั้น แบบนั้นแหละ(คือการให้ความหมายว่าเป็นการมุ่งกระทำเชิงบริหาร) ท่านจงกล่าวว่า "พระองค์ทรงสูงส่งเหนือฟากฟ้า แบบการสูงส่งของการปกครองและอำนาจ (ไม่ใช่อยู่สูงแบบมีสถานที่) ไม่ใช่สูงแบบเคลื่อนย้ายและก็หายไป" (ดู ตัฟซีร ฏ๊อบรีย์ เล่ม 1 หน้า 192)
........................................
มันเป็นข้ออ้างเดิมๆที่เอามาจากการบิดเบือนของเว็บสะติวเด้น ของนายหัวอารีฟีน เขาชงเองว่าทัศนะของ อิหม่ามอัฏฏอ็บรีย์ สอดคล้อง ตรงกับทัศนะอิหม่ามฏอ็บรีย์โดยอ้างบางส่วนของตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์
เอาเรื่อง 2 เรื่อง มาหมกเหม็ด ให้อยู่ในเรื่อง เดียวกัน เพื่อตบตาผู้อ่าน เพราะ
1. คำอธิบายข้างต้นของ อิหม่ามอัฏฏอ็บรีย์ ท่านได้อธิบายอายะฮ ที่ 29 ซูเราะฮ อัลบะกาะเราะฮ ที่ว่า

هُوَ الَّذِي خَلَقَ لَكُمْ مَا فِي الْأَرْضِ جَمِيعًا ثُمَّ اسْتَوَى إِلَى السَّمَاءِ فَسَوَّاهُنَّ سَبْعَ سَمَاوَاتٍ وَهُوَ بِكُلِّ شَيْءٍ عَلِيمٌ

29. พระองค์คือผู้ได้ทรงสร้างสิ่งทั้งมวลในโลกไว้สำหรับพวกเจ้า ภายหลังได้ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้า
.........
ประโยคที่ว่า ثُمَّ اسْتَوَى إِلَى السَّمَاء แปลว่า ได้ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้า และความหมายคำว่า اسْتَوَى إِلَى แปลว่า มุ่งไปสู่ ,เจตนา
ดังที่อิบนุกะษีร อธิบายว่า
أَيْ قَصَدَ إِلَى السَّمَاء وَالِاسْتِوَاء هَاهُنَا مُضَمَّن مَعْنَى الْقَصْد وَالْإِقْبَال لِأَنَّهُ عُدِّيَ بِإِلَى

หมายถึง เจตนามุ่งไปสู่ฟากฟ้า และคำว่า “อัลอิสติวาในที่นี้ ประกอบด้วยความหมายของคำว่า الْقَصْد (เจตนา)และคำว่า َالْإِقْبَال ( ไปข้างหน้า) เพราะ ว่ามัน(คำว่า อิสตะวา )ถูกให้เป็นกริยาสกรรมกริยา ด้วยคำว่า الى (อิลา) - ดู ตัฟสีรอิบนุกะษีร อรรถาธิบาย อายะฮที่ 29 ซูเราะฮอัลบะเกาะเราะฮ
.................
จะเห็นได้ว่า เรื่องข้าง ต้นไม่เกี่ยวกับ อายะฮที่ 5 ซูเราะฮ ฎอฮา ที่ว่า
الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى
ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงสถิตอยู่บนบัลลังก์
2. เพราะอายะฮที่ว่า
الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى
ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงสถิตอยู่บนบัลลังก์
อิหม่ามอัฏฏอ็บรีย์ (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน) อรรถาธิบายว่า
وَقَوْله : { الرَّحْمَن عَلَى الْعَرْش
اسْتَوَى } يَقُول تَعَالَى ذكْره : الرَّحْمَن عَلَى عَرْشه ارْتَفَعَ وَعَلَا
และอัลลอฮ ตรัสว่า
ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงสถิตย์อยู่เหนือบัลลังก์ ) พระองค์ผู้ซึ่งการกล่าวถึงพระองค์สูงส่งยิ่ง ตรัสว่า
ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงสถิตย์อยู่เหนือบัลลังก์ หมายถึง ขึ้น อยู่สูง (เหนืออะรัช) - ดูตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบาย อายะฮที่ 5 ซูเราะฮ ฏอฮา

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Sun Mar 06, 2016 10:32 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การอ้างบิดเบือนอะกีดะฮอิบนุญะรีรของ Hamdee Sulong ว่า ไม่ได้ให้ความหมายในเชิงรูปธรรม ซึ่งจุดประสงค์ผู้อ้างคือ ไม่ได้หมายถึง อยู่เหนืออะรัชจริงๆ ไม่ได้อยู่เบื้องสูง แบบนี้เป็นการอ้างเท็จให้แก่อิบนุญะรีร
มาดูอิบนุญะรีร (ขออัลอฮเมตตาต่อท่าน)อธิบายอายะฮต่อไปนี้ว่า
تَصْعَد الْمَلَائِكَة وَالرُّوح , وَهُوَ جِبْرِيل عَلَيْهِ السَّلَام إِلَيْهِ , يَعْنِي إِلَى اللَّه جَلَّ وَعَزَّ ; وَالْهَاء فِي قَوْله { إِلَيْهِ } عَائِدَة عَلَى اسْم اللَّه
มลาอิกะฮและอัรรูหฺ ขึ้นไป และเขาคือ ญิบรีล อะลัยฮิสสลาม ยังพระองค์ หมายถึง ไปยังอัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเลิศยิ่ง และ อักษรฮา ในคำตรัสที่ว่า(อิลัยฮิ) กลับไปยังพระนามของอัลลอฮ (หมายถึงเป็นสรรพนามแทนชื่ออัลลอฮ) – ดู – ตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบาย ซูเราะฮอัลมะอาริจญ์ อายะฮที่ 4
..................
อิบนุญะรีร ยืนยันว่า ญีบรีลและ เหล่ามลาอิกะฮ ขึ้นไปยังอัลลอฮ แบบนี้ ถ้าไม่ใช่รูปธรรม แล้วเป็นอะไรหรือ เพราะนี้การขึ้นสู่งเบื้องสูง ไปยังอัลลอฮ


การอ้างบิดเบือนอะกีดะฮอิบนุญะรีรของ Hamdee Sulong ว่า ไม่ได้ให้ความหมายในเชิงรูปธรรม ซึ่งจุดประสงค์ผู้อ้างคือ ไม่ได้หมายถึง อยู่เหนืออะรัชจริงๆ ไม่ได้อยู่เบื้องสูง แบบนี้เป็นการอ้างเท็จให้แก่อิบนุญะรีร
มาดูอิบนุญะรีร (ขออัลอฮเมตตาต่อท่าน)อธิบายอายะฮต่อไปนี้ว่า
تَصْعَد الْمَلَائِكَة وَالرُّوح , وَهُوَ جِبْرِيل عَلَيْهِ السَّلَام إِلَيْهِ , يَعْنِي إِلَى اللَّه جَلَّ وَعَزَّ ; وَالْهَاء فِي قَوْله { إِلَيْهِ } عَائِدَة عَلَى اسْم اللَّه
มลาอิกะฮและอัรรูหฺ ขึ้นไป และเขาคือ ญิบรีล อะลัยฮิสสลาม ยังพระองค์ หมายถึง ไปยังอัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเลิศยิ่ง และ อักษรฮา ในคำตรัสที่ว่า(อิลัยฮิ) กลับไปยังพระนามของอัลลอฮ (หมายถึงเป็นสรรพนามแทนชื่ออัลลอฮ) – ดู – ตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบาย ซูเราะฮอัลมะอาริจญ์ อายะฮที่ 4
..................
อิบนุญะรีร ยืนยันว่า ญีบรีลและ เหล่ามลาอิกะฮ ขึ้นไปยังอัลลอฮ แบบนี้ ถ้าไม่ใช่รูปธรรม แล้วเป็นอะไรหรือ เพราะนี้การขึ้นสู่งเบื้องสูง ไปยังอัลลอฮ


Hamdee Sulong ท่านอัฏเฏาะบะรีย์ ได้กล่าวขณะที่อธิบายอายะฮ์ที่ 5 ซูเราะฮ์ฏอฮาว่า

وَقَوْله : { الرَّحْمَن عَلَى الْعَرْش اسْتَوَى } يَقُول تَعَالَى ذكْره : الرَّحْمَن عَلَى عَرْشه ارْتَفَعَ وَعَلَا . وَقَدْ بَيَّنَّا مَعْنَى الاسْتوَاء بشَوَاهده فيمَا مَضَى وَذَكَرْنَا اخْتلَاف الْمُخْتَلفينَ فيه فَأَغْنَى ذَلكَ عَنْ إعَادَته في هَذَا الْمَوْضع

"คำตรัสของพระองค์ที่ว่า "(อัลเลาะฮ์นาม)อัรเราะห์มาน ทรงอิสติวาอฺ เหนือบัลลังก์" ดังนั้น อัลเลาะฮ์ตะอาลาทรงตรัสหมายถึง "(อัลเลาะฮ์นาม)อัรเราะห์มาน ทรงขึ้นและสูงเหนือบัลลังก์" และแท้จริงเราได้อธิบายความหมาย "อัลอิสติวาอฺ" และเราได้อธิบายการขัดแย้งของปราชญ์ตัฟซีรที่เกี่ยวกับอิสติวาอฺด้วยกับการมีหลักฐาน(ในเชิงภาษาอาหรับ)ต่าง ๆ มาสนับสนุนนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องกลับไปทบทวนอีกในสถานที่ดั้งกล่าว(คือได้อธิบายไว้แล้วในซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์อายะฮ์ที่ 29)"

.........................

อิหม่ามอัฏฏอ็บรีย์ (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน) อรรถาธิบายว่า
وَقَوْله : { الرَّحْمَن عَلَى الْعَرْش
اسْتَوَى } يَقُول تَعَالَى ذكْره : الرَّحْمَن عَلَى عَرْشه ارْتَفَعَ وَعَلَا
และอัลลอฮ ตรัสว่า
ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงสถิตย์อยู่เหนือบัลลังก์ ) พระองค์ผู้ซึ่งการกล่าวถึงพระองค์สูงส่งยิ่ง ตรัสว่า
ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงสถิตย์อยู่เหนือบัลลังก์ หมายถึง ขึ้น , อยู่สูง(เหนื่ออะรัช) - ดูตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบาย อายะฮที่ 5 ซูเราะฮ ฏอฮา
นี้คือความหมายที่อิบนุญะรีรเลือก
ในอายะฮที่ว่า
ثُمَّ اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ
หลังจากนั้นพระองค์ทรงสถิตอยู่บนบัลลังก์ -อัล เราะดุ :2
اللّهُ الَّذِي رَفَعَ السَّمَاوَاتِ بِغَيْرِ عَمَدٍ تَرَوْنَهَا ثُمَّ اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ
อัลลอฮฺคือผู้ทรงยกชั้นฟ้าทั้งหลายไว้โดยปราศจากเสาค้ำจุน ซึ่งพวกเจ้ามองเห็นมัน แล้วทรงสถิตย์อยู่บนบัลลังก์
อิบนุญะรีร อธิบายว่า
وَأَمَّا قَوْلُهُ : ( ثُمَّ اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ ) فَإِنَّهُ يَعْنِي : عَلَا عَلَيْهِ
และสำหรับคำตรัสของพระองค์ที่ว่า (หลังจากนั้นพระองค์ทรงสถิตอยู่บนบัลลังก์ ) แท้จริง ความหมายคือ อยู่สูง เหนือมัน - ตัฟสีรอัฏฏอบรีย์ 16/326
จากคำอธิบายทั้งสองอายะฮข้างต้น ชัดเจนว่า อิบนุญะรีรได้ให้ความหมาย اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ ว่าหมายถึงอยู่เบื้องสูงเหนืออารัช
และทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า การที่อาชาอิเราะฮบางกลุ่มอ้างว่า ไม่มีใครรู้ความหมายอายาตสิฟาตและให้มอบหมายความหมาย คือการอ้างเท็จ เพราะสะลัฟ เขาอธิบายความหมายอายาตสิฟาตตามที่เห็นๆ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Sun Mar 06, 2016 10:34 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Hamdee Sulong ผมไม่เข้าใจบังฮาสันจริงๆ ตกลงบังฮาสันจะบิดเบือนความเข้าใจของอิบนุญารีรทำไม ทั้งที่ท่านอธิบายได้ชัดเจนว่า

ท่าน อัฏฏ๊อบรีย์อุลามาอฺสะลัฟ ได้ให้ความหมายในเชิงนามธรรมด้วยเช่นกัน ซึ่งท่านกล่าวว่า

فَإِنْ زَعَمَ أَنَّ ذَلِكَ لَيْسَ بِإِقْبَالِ فِعْل وَلَكِنَّهُ إقْبَال تَدْبِير , قِيلَ لَهُ : فَكَذَلِكَ فَقُلْ : عَلَا عَلَيْهَا عُلُوّ مُلْك وَسُلْطَان لَا عُلُوّ انْتِقَال وَزَوَال

"ดังนั้น ก็จะถูกกล่าวแก่เขาว่า ท่านอ้างว่า การตีความคำว่า "استوى" นั้น คือ การมุ่งหน้า . ฉะนั้น หรือว่าพระองค์ทรงผินหลังให้กับฟากฟ้า จากนั้นพระองค์ก็มุ่งไปยังฟากฟ้า?? แต่หากเขาอ้างว่า ดังกล่าวนั้น ไม่ใช่การมุ่งหน้าแบบกระทำ(มุ่งหน้า) แต่เป็นการมุ่งบริหาร. ก็ให้กล่าวแก่เขาว่า ดังนั้น แบบนั้นแหละ(คือการให้ความหมายว่าเป็นการมุ่งกระทำเชิงบริหาร) ท่านจงกล่าวว่า "พระองค์ทรงสูงส่งเหนือฟากฟ้า แบบการสูงส่งของการปกครองและอำนาจ (ไม่ใช่อยู่สูงแบบมีสถานที่) ไม่ใช่สูงแบบเคลื่อนย้ายและก็หายไป" (ดู ตัฟซีร ฏ๊อบรีย์ เล่ม 1 หน้า 192 อธิบายอายะฮ์ที่ 29 ซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์)
>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ไปเอา ไปเอาขุดซากความคิดมาจากห้องสะติวเด้น แล้ว มากล่าวหาว่า บิดเบือนอะกีดะฮ อิบนุญะรีร ทำไมไม่ศึกษา อะกีดะฮอิบนุญะรีรโดยรวม ว่าท่านมีอะกีดะฮอย่างไรในการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ ทำไมไม่ศึกษาอายะฮอื่นๆและตำราที่ยืนยันอะกีดะฮของท่าน

Hamdee Sulong ครับ เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่คุณกล่าวหาว่าผมบิดเบือน ขอให้สาบานได้ไหมว่า สิ่งที่ผมนำเสนอไม่ใช่อะกีดะฮอิบนุญะรีร ถ้าเป็นอะกีดะฮอิบนุญะรีร ขอให้คนที่ชื่อ Hamdee Sulong ประสบความวิบัติในโลกนี้ ส่วนผมกล้าสาบานว่าที่ผมเสนอมันคือ อะกีดะฮอิบนุญะรีร
อิบนุญะรีร ได้กล่าวยืนยันไว้หลายที่ ในการยืนยันการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา ดังหลักฐานต่อไปนี้

อิบนุญะรีร อัฏฏอ็บรีย์ นักตัฟสีรยุคสะลัฟ (ฮ.ศ 310) ได้อธิบายว่า

وَهُوَ مَعَكُمْ أَيْنَ مَا كُنْتُمْ ) يَقُولُ : وَهُوَ شَاهِدٌ لَكُمْ - أَيُّهَا النَّاسُ - أَيْنَمَا كُنْتُمْ يَعْلَمُكُمْ ، وَيَعْلَمُ أَعْمَالَكُمْ ، وَمُتَقَلَّبَكُمْ وَمَثْوَاكُمْ ، وَهُوَ عَلَى عَرْشِهِ فَوْقَ سَمَوَاتِهِ السَّبْعِ

(และพระองค์ทรงอยู่กับ พวกเจ้าไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่ ณ แห่งหนใด) เขากล่าวว่า หมายถึง และพระองค์ทรงเป็นพยานแก่พวกเจ้า โอ้มนุษย์เอ๋ย ไม่ว่าที่ใหนก็ก็ตามที่พวกเจ้าอยู่ พระองค์ทรงรู้พวกเจ้า และทรงรู้บรรดาการงานของพวกเจ้า (ทรงรู้)สถานที่เกลื่อนย้ายของพวกเจ้าและที่อยู่อาศัยของพวกเจ้า และพระองค์ ทรงอยู่บนอะรัช เหนือฟากฟ้าทั้งเจ็ดของพระองค์ – ดู ตัฟสีร อัฏฏอ็บรีย์ เล่ม 23 หน้า 170 อธิบายซูเราะฮอัลหะดิด อายะฮที่ 4
@@@@@
คำอธิบายของอิบนุญะรีร ยืนยันถึงพระองค์ ทรงอยู่บนอะรัช เหนือฟากฟ้าทั้งเจ็ดของพระองค์ และคำอธิบายนี้ เป็นหลักฐานลบล้างคำพูดต่างๆ ที่อ้างว่าอิบนุญะรีร ตีความ สิฟัตอิสติวาอฺอย่างสิ้นเชิง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Sun Mar 06, 2016 10:37 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Hamdee Sulong
ท่านอิบนุ อะบี ยะลา ปราชญ์มัซฮับฮัมบาลีย์ได้กล่าวว่า

اَحْمَدُ بْنُ الصَّبَّاحِ الْكِنْدِيُّ نَقَلَ عَنْ إِمَامِنَا أَشْيَاءَ : مِنْهَا مَا نَقَلْتُهُ مِنْ كِتَابِ السُّنَّةِ لِلخَلَّالِ فَقَال أَخْبَرَنِيْ اَحْمَدُ بْنُ الصَّبَّاحِ الكِنْدِي بِالْقَلْزَمِ قَالَ سَأَلْتُ أَحْمَدَ بْنَ حَنْبَلَ كَمْ بَيْنَنَا وَبَيْنَ عَرْشِ رَبِّنَا قَالَ دَعْوَةُ مُسْلِمٍ يُجِيْبُ اللهُ دَعْوَتَهُ

"อะห์มัด บิน อัศศ็อบบาห์ อันกินดีย์ ได้ถ่ายทอดจากอิมามของเรา(คืออิมามอะห์มัด)ถึงประการต่าง ๆ ส่วนหนึ่งก็คือ สิ่งที่ฉันได้ถ่ายทอดมาจากหนังสืออัซซุนนะฮ์ของท่านอัลค็อลล้าล ซึ่งเขากล่าวว่า ได้เล่าให้ฉันทราบโดยอะห์มัด บิน อัศศ็อบบาห์ อัลกินดีย์ ณ ที่อัลก็อลซัม เขากล่าวว่า ฉันได้ฉันท่านอะห์มัด บิน ฮัมบัล กล่าวว่า ระหว่างเรากับบัลลังก์ของผู้อภิบาลแห่งเรานั้น(ระยะทาง)เท่าไหร่ ท่านอิมามอะห์มัดตอบว่า "การวอนขอดุอาของมุสลิมที่อัลเลาะฮ์จะทรงตอบรับการวอนดุอาของเขา" หนังสือเฏาะบะก็อต อัลฮะนาบิละฮ์ 1/50
>>>>>>>>>>>
ข้างต้น ใหนหรือครับ ที่อิหม่ามอะหมัดปฏิเสธการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ มาดูอะกีดะฮอิหม่ามอะหมัดของแท้ไม่แอบอ้างซิครับฮัมดี ข้างล่าง
รายงานจากยูสุฟ บิน มูซา อัล-เฆาะดาดียฺ กล่าวว่า

قيل لأبي عبد الله احمد بن حنبل الله عز و جل فوق السمآء السابعة على عرشه بائن من خلقه وقدرته وعلمه بكل مكان قال نعم على العرش و لايخلو منه مكان

อิมามอะหฺมัด บิน หัมบัล เคยถูกถามว่า “อัลลอฮทรงอยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งเจ็ด เหนืออรัชของพระองค์ แยกจากสิ่งถูกสร้างอของพระองค์ ในขณะที่เดชานุภาพและความรอบรู้ของพระองค์นั้นทรงอยู่ในทุกพื้นที่หรือ?” อิมามอะหฺมัด ตอบว่า “ถูกต้องแล้ว อัลลอฮทรงอยู่เหนืออรัช และไม่มีที่ใดหลุดรอดจากความรอบรู้ของพระองค์ - ดู อิษบะตุ ศิฟะตุล อุลูวฺ หน้า 116
شرح اعتقاد أهل السنة للالكائي (3 / 402)؛ ورواه الخلال في كتابه "السنة" عن شيخه يوسف بن موسى القطان عن الإمام أحمد، كما في كتابي الحافظ الذهبي "العرش" (ج2 ص247) و"العلو للعلي الغفار" (ص176)، قال: رواه الخلال عن يوسف. فسنده صحيح
ตกลง อิหม่ามอะหมัดยืนยันใช่ไหมครับ Hamdee Sulong ว่า อัลลอฮทรงอยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งเจ็ด เหนืออรัชของพระองค์ แยกจากสิ่งถูกสร้างอของพระองค์
จะอึด แถกันไปถึงใหน Hamdee Sulong เอาเรื่องคนละประเด็นมาชง ตามตรรกตัวเอง นะอูซุบิลละฮ หยุดเถอะ Hamdee Sulong ผมไม่ได้โทษฮัมดี แต่โทษเจ้าของข้อมูลที่ใช้ตรรกชงเผยแพร่แก่คนอาวามแล้วฮัมดีก็ตักลิดนำมาอ้าง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Sun Mar 06, 2016 10:39 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Hamdee Sulong ในหนังสือ ฏ่อบ่าก๊อต อัลหะนาบิละฮฺ ของท่าน อบี ยะอฺลา ว่า
أن الإمام أحمد يقول : والله تعالى لم يلحقه تغير ولا تبدل ولا يلحقه الحدود قبل خلق العرش ولا بعد خلق العرش
ความว่า" แท้จริง อิมามอะหฺมัด กล่าวว่า อัลเลาะฮฺ ตะอาลา ไม่มีการเปลี่ยนแปลง มาเกี่ยวพันกับพระองค์ และไม่มีขอบเขตมาเกี่ยวพันกับพระองค์ ไม่ว่าก่อนสร้างอะรัชหรือหลังการสร้างอะรัชแล้ว" ฏ่อบ่าก๊อต อัลหะนาบิละฮฺ เล่ม 2 หน้า 297
#อันนี้พระองค์ทรงไม่เปลี่ยนแปลง
..............................
มันเกี่ยวอะไรกับมัคลูคหรือครับ คำพูดข้างต้นหมายถึง มัคลูคไม่มาเปลี่ยนแปลง จำกัดขอบเขต และ การพึงพาอาศัยอารัช ซึ่งในคำพูดของอิหม่ามอะหมัด ชัดเจน แต่ Hamdee Sulong ปิดตาชง
มาดูคำพูดอิหม่ามอะหมัดอีกที่
ายงานจากยูสุฟ บิน มูซา อัล-เฆาะดาดียฺ กล่าวว่า

قيل لأبي عبد الله احمد بن حنبل الله عز و جل فوق السمآء السابعة على عرشه بائن من خلقه وقدرته وعلمه بكل مكان قال نعم على العرش و لايخلو منه مكان

อิมามอะหฺมัด บิน หัมบัล เคยถูกถามว่า “อัลลอฮทรงอยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งเจ็ด เหนืออรัชของพระองค์ แยกจากสิ่งถูกสร้างอของพระองค์ ในขณะที่เดชานุภาพและความรอบรู้ของพระองค์นั้นทรงอยู่ในทุกพื้นที่หรือ?” อิมามอะหฺมัด ตอบว่า “ถูกต้องแล้ว อัลลอฮทรงอยู่เหนืออรัช และไม่มีที่ใดหลุดรอดจากความรอบรู้ของพระองค์ - ดู อิษบะตุ ศิฟะตุล อุลูวฺ หน้า 116
شرح اعتقاد أهل السنة للالكائي (3 / 402)؛ ورواه الخلال في كتابه "السنة" عن شيخه يوسف بن موسى القطان عن الإمام أحمد، كما في كتابي الحافظ الذهبي "العرش" (ج2 ص247) و"العلو للعلي الغفار" (ص176)، قال: رواه الخلال عن يوسف. فسنده صحيح
ตกลง อิหม่ามอะหมัดยืนยันใช่ไหมครับ Hamdee Sulong ว่า อัลลอฮทรงอยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งเจ็ด เหนืออรัชของพระองค์ แยกจากสิ่งถูกสร้างอของพระองค์
คำว่า بائن من خلقه หมายถึง แยกจากมัคลูคของพระองค์ คือ พระองค์ไม่ได้พึงพาอาศัยกับมัคลูคเลย
อิบนุอัลมุบารอ็ก (ฮ.ศ.181) กล่าว เมื่อมีผู้ถามว่า เราจะรู้จักพระเจ้าของเราได้อย่างไร เขาตอบว่า

“ بأنه فوق السماء السابعة على العرش، بائن من خلقه

เพราะแท้จริงพระองค์ อยู่เหนือฟากฟ้าทั้งเจ็ด บน อะรัช แยกจาก มัคลูคของพระองค์ – (1)
......................
السنة" لعبد الله بن أحمد (ج1 ص111) قال: حدثني أحمد بن ابراهيم الدورقي ثنا علي بن الحسن بن شقيق قال سألت عبدالله بن المبارك، وذكره. رواته ثقات والسند صحيح
……

คำว่า "อย่เหนืออะรัช แยกจากมัคลูค" แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ไม่ได้หมายถึง การอาศัยอารัช เป็นที่พำนัก แต่หมายถึง การอยู่เบื้องสูงเหนือมัคลูคทั้งหลาย
Hamdee Sulong เอ๋ย....ได้แต่ลอกของเขามาชง แต่ไม่เข้าใจ และดันไปมโนว่าคนที่ถูกเรียกวะฮบีย์ เชื่อว่าอัลลอฮถูกห่อหุ้มและถูกจำกัดด้วยขอบเขตของมัคลูค นะอูซุบิลละฮ จะเอาชนะ ทั้งๆตัวเองไม่เข้าใจอะกีดะฮสะลัฟ ไปลอกของเขามาชงแบบฟังไม่ได้ศัพทย์จับไปกระเดียด

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Sun Mar 06, 2016 10:42 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Hamdee Sulong ท่านอิบนุหะญัร อัลฮัยตะมีย์ กล่าวเกี่ยวกับท่านอิมามอะห์มัด อิบนุ หัมบัล ว่า
" وما اشتهر بين جهلة المنسوبين إلى هذا الإمام الأعظم المجتهد من أنه قائل بشىء من الجهة أو نحوها فكذب وبهتان وافتراء عليه "
และสิ่งที่เลื่องลือท่ามกลางคนโง่เขลาที่พาดพิงตัวเองไปยังอิมามมุจญฺฮิดผู้ยิ่งใหญ่(คืออิมามอะห์มัด)ว่า ท่านเป็นส่วนหนึ่งจากผู้ที่กล่าว สิ่งหนึ่งจากเรื่อง มีทิศ(ให้กับอัลเลาะฮ)หรืออื่นๆ ถือเป็นการโกหก มุสา กุความโกหกให้กับท่านอิมามอะหฺมัด อัลฟาตาวา อัลหะดีษะฮ์ หน้า 144
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

อิบนุหะญัรอัลฮัยตะมีย์ เป็นปราชญ ที่ยึดแนวคิดอะชาอิเราะฮตามแนวคิดอะฮลุลกาลาม มีชีวิตอยู่ระหว่าง ปี (909 هـ - 973 هـ)
เคยกล่าวหาว่า อิบนุตัยมียะฮ และ อิบนุกอ็ยยิมเป็นคนชั่ว
ابن تيمية عبد خذله الله وأضله وأعماه وأصمه وأذله
อิบนุตัยมียะฮ คือบ่าวที่อัลลอฮให้เขา ไม่สมหวัง,ให้เขาลุ่มหลง ,ให้เขาตาบอดและหูหนวก....ดูฟะตาวาหะดีษียะฮ หน้า 86
ซึ่งไม่น่าจะเป็นวิสัยของ อุลามาอฺ แต่ท่านก็มีคุณุปราการแก่โลกอิสลามมากมาย ขออัลลอฮอภัยแก่ท่าน
คำว่า ทิศ สำหรับอัลลอฮนั้น ปราชญยุคสะละลัฟ ไม่ได้ปฏิเสธ ซึ่งหมายถึง เบื้องสูง
ชัยค์อับดุลกอเดร อัลญัยลานีย์ (ฮ.ศ 470-561)ปราชญ์ซูฟีย์ มัซฮับฮัมบะลีย์ กล่าวว่า
وهو بجهة العلو مستو على العرش، محتو على الملك، محيط علمه بالأشياء، {إليه يصعد الكلم الطيب والعمل الصالح يرفعه})
และพระองค์อยู่ทิศเบื้องสูง ทรงเป็นผู้สถิตเหนือบัลลังค์ ทรงเป็นผู้มีอำนาจเหนือการปกครอง ความรู้ของพระองค์ ครอบคลุมบรรดาสรรพสิ่ง (บรรดาถ้อยคำ ที่ดีจะ (ถูกพา) ขึ้นสู่พระองค์ และพระองค์ และการงานที่ดีนั้นพระองค์จะทรงยกย่องสรรเสริญมัน” (ฟาฏิร / 10) – ดู الغنية لطالبي طريق الحق لعبد القادر الجيلاني (ج1 ص121 و123
ปราชญมัซฮับอิหม่ามอะหมัด ยืนยันว่า อัลลอฮ อยู่ทิศเบื้องสูง โดย อาศัยหลักฐานอัลกุรอ่าน แล้ว อุลามาอฺอย่าง Hamdee Sulong อาศัยอะไรเป็นหลักฐานครับ หรือ อาศัยตักลิดข้อความจากเว็บสะติวเด้น
และขอบอก ฮัมดีสุหลงว่า คนที่ปฏิเสธการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ เขาไม่ได้ยึดอะกีดะฮสะลัฟ แต่ยึดแนวคิดของกลุ่มญะฮมียะฮ
หัมมาด บิน เซด (ฮ.ศ 179)ปราชญสะลัฟกล่าวว่า
إنما يدورون ، على أن يقولوا : ليس في السماء إله إله " . يعني : الجهمية
ความจริงพวกเขา ยังคงวนเวียนอยู่บน การกล่าวว่า บนฟ้า ไม่มีพระเจ้า บนฟ้าไม่มีพระเจ้า หมายถึงพวกญะฮมียะฮ
سير أعلام النبلاء للذهبي (ج7 ص461) وتذكرة الحفاظ له (ج1 ص168) عن ابن أبي حاتم الرازي الذي رواه في كتابه "الرد على الجهمية" (العلو للعلي الغفار ص143) بسند صحيح؛ وفي رواية أخرى: (إنما يحاولون أن ليس في السماء شيء)، رواه الإمام أحمد في مسنده (ج45 ص566) بسند صحيح، وغيرهم.
เป็นรายงานที่เศาะเฮียะ ครับ และดูสำเนาหนังสืออัลอะลูว์ ของอิหม่ามอัซซะฮะบีย ระบุคำพูด หัมมาด บิน เซด ข้างต้น ข้างล่าง ส่วน Hamdee Sulong จะดิ้น จะดันทุรัง จะรักษาหน้า จะตักลิด นายหัว ก็เอากันไป ผมทำหน้าที่ชี้แจงเท่านั้น



Screenshot - 24_1_2016 , 22_33_23.png
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  87.25 กิโลไบต์
 เข้าชม:  4725 ครั้ง

Screenshot - 24_1_2016 , 22_33_23.png



_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Sun Mar 06, 2016 10:44 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Hamdee Sulong

******************
#ชี้แจง ท่านอีหม่ามอะห์มัดไม่เคยเข้าใจความหมายอย่างที่บังฮาสันเข้าใจแน่นอน เนื่องจากท่านอะห์มัดมิได้เจาะจงความหมายไว้ แต่ท่านมอบหมายความรู้ไปยังอัลเลาะฮ์ตะอาลา และคำกล่าวของท่านอิม่ามอะห์มัดที่ว่า อัลเลาะฮ์ทรงสูงส่งเหนืออะรัชนั้นมิใช่พระองค์ประทับหรือสถิตอยู่บนอารัชอย่างบนล่างแน่นอน

เพราะท่านอีหม่ามอะหมัดอธิบาย ว่า..
أمروها كما جاءت ،وردوا علمها إلى قائلها ومعناها إلى المتكلم بها
พวกท่านจงอ่านผ่านมันไปเสมือนที่มันได้มีระบุมา และจงกลับคือการรู้มัน(บรรดาซีฟาต)ไปยังผู้ที่กล่าวมัน และ(จงกลับคืน)กับ ความหมายของมัน ไปยังผู้ที่พูดด้วยกันมัน"
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
ก่อนเดินทางไปบรรยายขออัด Hamdee Sulong สักดอก เพราะดื้อ ได้ถ้วย ตรวจสอบหลักฐานมาดีแล้วหรือครับ น้องบ่าวสุดหล่อ
อิบนุกอ็ยยิม กล่าวว่า
كذب من زعم أن السلف لا يدرون معاني ألفاظ الصفات
ผู้ที่เข้าใจว่า สะลัฟไม่รู้บรรดาความหมายของถ้อยคำบรรดาสิฟาตนั้น โกหก – มุคตะศอรอัศเศาะวาอีก เล่ม 1 หน้า 133
หมายถึงใครเข้าใจว่า ชาวสะลัฟไม่รู้ความหมายเกี่ยวกับถ้อยคำบรรดาสิฟาตนั้นเขาโกหก
การมอบหมายความหมาย โดยไม่รู้ความหมายของสิฟาตนั้น ไม่ใช่แนวทางสะลัฟ แนวทางสะลัฟคือ การยืนยันความหมาย และรู้ความหมาย และมอบหมายความรู้กี่ยวกับรูปแบบวิธีการ(กัยฟียะฮ)ของสิฟัต แก่อัลลอฮ
ตัวอย่างเช่น การอธิบายของอิบนุญะรีร ปราชญ์ตัฟสีรยุคสะลัฟต่อไปนี้ ซึ่งท่านอธิบายความหมาย “อัลอิสติวาอฺ”ในซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์อายะฮ์ที่ 29 ท่านอัฏเฏาะบะรีย์ได้เลือกความหมายที่ว่า
ว่า
وأوْلى المعاني بقول الله جل ثناؤه:"ثم استوى إلى السماء فسوَّاهن"، علا عليهن وارتفع،
บรรดาความหมายที่ดีที่สุด จากคำตรัสของอัลลอฮ์ ที่ว่า “หลังจากพระองค์ทรงอิสติวาสู่ฟากฟ้า แล้วพระองค์ก็ทรงสร้างมัน” คือ พระองค์ทรงอยู่สูงเหนือมันและขึ้นบน(มัน ) –
อัลอัศบะฮานีย์ (ฮ.ศ 538) อธิบายคำพูดอิบนุอุยัยนะฮว่า
كل شيء وصف الله به نفسه فقراءته تفسيره ثم قال: أي هو على ظاهره لا يجوز صرفه إلى المجاز بنوع من التأويل
ทุกสิ่งที่อัลอฮ พรรณนาคุณลักษณะแก่ตัวของพระองค์ด้วยมัน การอ่านมัน คือ การอธิบายมัน …….
ต่อมาเขากล่าวว่า หมายถึง มันอยู่บนความหมายที่ปรากฏของมัน ไม่อนุญาตให้ผันมันไปสู่ความหมายเชิงอุปมา (มะญาซ) ด้วยชนิดใดๆ จากการตีความ
العلو للعلي الغفار للذهبي (ص263)؛ وكتاب العرش له (ج2 ص359-360)
………………..
เพราะฉะนั้น คำว่า “อย่าเข้าไปยุ่งที่ท่านพี่น้องว่า “หมายถึง อย่าไปยุ่งเรื่อง รูปแบบวิธีการ ไม่ใช่ไม่ให้แปลความหมาย

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Sun Mar 06, 2016 10:50 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มาดูคำพูดอิหม่ามอัซซะฮะบีย์ ดังต่อไปนี้

وكما قال سفيان وغيره "قراءتها تفسيرها"، يعني أنها بينة واضحة في اللغة، لا يبتغى بها مضائق التأويل والتحريف. وهذا هو مذهب السلف مع إتفاقهم أيضا أنها لا تُشْبِه صفات البشر بوجه إذ الباري لا مثل له لا في ذاته ولا في صفاته

และดังที่ ซูฟยานและอื่นจากเขา กล่าวว่า “การอ่านมัน คือ การตัฟสีรมัน หมายถึง แท้จริงมันมีความหมายชัดเจน และแจ่มแจ้งในทางภาษา และไม่สมควร ทำให้ยุ่งยากด้วยการตีความและเปลี่ยนแปลงความหมาย และนี้คือ แนวทางของสะลัฟ พร้อมทั้งการเห็นฟ้องของพวกเขา อีกว่า ไม่คล้ายคลึงกับ บรรดาลักษณะของมนุษย์ จะด้วยทางใดๆ (ก็ตาม) เพราะ พระผู้ทรงสร้าง ไม่มีตัวอย่างเปรียบเทียบใดๆสำหรับพระองค์ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับซาตของพระองค์ และ ไม่ว่าเกี่ยวกับบรรดาคุณลักษณะของพระองค์ก็ตาม –ดู อัลอุลูวีย ลิอะลียิลฆอฟฟาร หน้า 251
.......
ท่านอิหม่ามอัซซะฮะบีย์ บอกว่า ความหมายของสิฟาต ชัดเจนแจ่มแจ้งในทางภาษา แสดงให้เห็นว่าสะลัฟรู้ความหมายในทางภาษาและไม่ได้ห้ามแปลความหมายในทางภาษา



Hamdee Sulong อิหม่ามอะหมัดไม่ได้มีอะกีดะฮแบบอาชาอิเราะฮ กาลามียะอ ญะมียะฮ ครับ เพราะอิหม่ามอะหมัดยืนยันในการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ
قال يوسف بن موسى القطان : قيل لأبي عبد الله أحمد بن حنبل: الله عز و جل فوق السماء السابعة على عرشه بائن من خلقه وقدرته وعلمه في كل مكان؟
قال: « نعم على العرش وعلمه لا يخلو منه مكان
ยูซูฟ บิน มูซา อัลกอ็ฏฏอน กล่าวว่า "ได้ถูกกล่าวแก่ อบีอับดุลลอฮ ,อะหมัด บิน หัมบัล ว่า " อัลลอฮผู้ทรงสูงส่งและทรงเลิศยิ่ง อยู่เหนือ ชั้นฟ้าที่เจ็ด บน อะรัช ของพระองค์ แยกจากมัคลูคของพระองค์ ,พลังอำนาจและความรอบรู้ของพระองค์ อยู่ในทุกสถานที่ใช่ไหมครับ ? เขา(อะหมัด) กล่าวตอบว่า "ครับ อยู่บน อะรัช และ ความรอบรู้ของพระองค์นั้น ไ่มีสถานที่ใด ซ่อนเร้นจากพระองค์
شرح اعتقاد أهل السنة للالكائي (3 / 402)؛ ورواه الخلال في كتابه "السنة" عن شيخه يوسف بن موسى القطان عن الإمام أحمد، كما في كتابي الحافظ الذهبي "العرش" (ج2 ص247) و"العلو للعلي الغفار" (ص176)، قال: رواه الخلال عن يوسف. فسنده صحيح
อิบนุบัฏเฏาะฮอัลอักบะรีย์ อัลหัมบะลีย์ (ฮ.ศ 387)ปราชญมัซฮับหัมบะลีย กล่าวว่า
وأجمع المسلمون من الصحابة والتابعين وجميع أهل العلم من المؤمنين أن الله تبارك وتعالى على عرشه فوق سماواته بائن من خلقه، وعلمه محيط بجميع خلقه،
และมติของบรรดามุสลิม จากเศาะหาบะฮ,ตาบิอีน,และนักวิชาการจากบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหมด ได้มีมติว่า แท้จริงอัลลอฮ ผู้ทรงบริสุทธิ์และทรงสูงส่ง อยู่บนอะรัช เหนือบรรดาชั้นฟ้าของพระองค์ แยกจากมัคลูคของพระองค์ และความรู้ของพระองค์ ครอบคลุม บรรดามัคลูคของพระองค์ทั้งหมด ( ดูหนังสือ อัลอะรัช ของอิหมามอัซซะฮะบีย์ หน้า 325 ข้อความที่ระบายสีเหลือง Hamdee Sulong ครับ อิหม่ามอะหมัดยืนยันการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ อย่าได้เอาอะกีดะฮของอิหม่ามอะหมัดมาชงว่าเหมือนอะชาอิเราะฮกะลามียะฮซิครับ



Screenshot - 24_1_2016 , 22_33_23.png
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  80.38 กิโลไบต์
 เข้าชม:  4721 ครั้ง

Screenshot - 24_1_2016 , 22_33_23.png



_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Sun Mar 06, 2016 10:53 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Hamdee Sulong
ชี้แจง ท่านอีหม่ามซะฮาบีย์กล่าวเช่นกันว่า
ท่านอัซซะฮะบีย์กล่าวว่า
فقولنا في ذلك وبابه : الإقرار ، والإمرار ، وتفويض معناه إلى قائله الصادق المعصوم
"ดังนั้น คำกล่าวของเรา ในสิ่งดังกล่าวและในเรื่องดังกล่าว คือ การยอมรับ และทำการผ่านมันไป โดยทำการมอบหมายกับความหมายของมันไปยังผู้ที่กล่าวที่สัจจริงและถูกปกป้องจากความผิด" ดู ซิยัร อะลาม อันนุบะลาอ์ เล่ม 8 หน้า 105
@@@@@
ไม่เข้าใจ ความมุ่งหมายของอิหม่ามอัซซะฮะบีย์ เพราะไปตามที่เขาบอก มาดูจุดมุ่งหมายของอิหม่ามอัซซะฮะบีย์
คำว่า ความหมายของมันในที่นี้ หมายถึง ความหมายในเชิง การให้รายละเอียด (المعنى التفصيلي) หมายถึง รูปแบบวิธีการ (الكيفية")ไม่ใช่ความหมายที่เป็นที่รู้กันในเชิงภาษา ที่เข้าใจกัน (المعنى العام المفهوم) ซึ่งให้ปลอยไปตามที่มันปรากฏตามตัวบท และมอบหมายรูปแบบวิธีการ(الكيفية) มาดูตัวอย่างคำอธิบายของอิหม่ามอัซซะฮะบีย์ต่อไปนี้
فَإِذا قُلْنَا يَد وَسمع وبصر فَإِنَّمَا هُوَ إِثْبَات صِفَات أثبتها الله لنَفسِهِ وَلَا نقُول أَن معنى الْيَد الْقُدْرَة وَلَا إِن معنى السّمع وَالْبَصَر الْعلم وَلَا نقُول إِنَّهَا جوارح وأدوات للْفِعْل وَلَا نشبهها بِالْأَيْدِي والأسماع والأبصار الَّتِي هِيَ جوارح وأدوات للْفِعْل ونقول إِنَّمَا وَجب إِثْبَاتهَا لِأَن التَّوْقِيف ورد بهَا وَوَجَب نفي التَّشْبِيه عَنْهَا لقَوْله تَعَالَى
{لَيْسَ كمثله شَيْء}
เมื่อเรากล่าวคำว่า ยะดุน(มือ) ,สัมอุน(ทรงได้ยิน) และ บะศอร(ทรงเห็น) ความจริง มันคือการยืนยันบรรดาสิฟาต ที่อัลลอฮได้ทรงยืนยัน ให้แก่ตัวชองพระองค์เอง และเราจะไม่กล่าวว่า คำว่าแท้จริงความหมาย “ยัด”คือ พลังอำนาจ และ เราจะไม่กล่าวว่า ความหมายของ อัสสุมอุ และอัลบะศอร หมายถึง ความรู้ และเราจะไม่กล่าวว่า แท้จริงมันคือ อวัยวะ และบรรดาเครืองมือของการกระทำ และเราจะไม่เปรียบเทียมมัน กับบรรดามือ,บรรดาการได้ยินและบรรดาการเห็น (ของมัคลูค) ซึ่งมันคือ อวัยวะ ,และคือเครืองมือในการกระทำ และเราจะกล่าว ว่า ความจริง จำเป็นจะต้องยืนยันมัน เพราะมันเป็นการหยุดอยู่ที่หลักฐาน(التوفيف )ที่ปรากฏมาด้วยมัน และจำเป็นจะต้อง ปฏิเสธการเปรียบเทียบจากมัน เพราะอัลลอฮตาอาลาตรัสว่า(ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์)
แล้ว อิหม่ามอัซซะฮะบีย์ กล่าวสรุปว่า
وَهَذَا الَّذِي علمت من مَذْهَب السّلف وَالْمرَاد بظاهرها أَي لَا بَاطِن لألفاظ الْكتاب وَالسّنة غير مَا وضعت لَهُ
كَمَا قَالَ مَالك وَغَيره الاسْتوَاء مَعْلُوم
และนี้คือ ที่ข้าพเจ้ารู้ จากมัซฮับสะลัฟ และ ความมุ่งหมายคำว่า “ความหมายที่ปรากฏของมัน หมายถึง ไม่ใช่ความหมายภายในของบรรดาถ้อยคำ แห่งอัลกิตาบและอัสสุนนะฮ อื่นจากสิ่งที่ถูกวางไว้สำหรับมัน ดังที่ มาลิกและคนอื่นจากเขากล่าวว่า “อัสอิสติวา คือ ความหมายที่เป็นที่รู้กัน
มาดูคำอธิบายของอิหม่ามอัซซะฮะบีย์ต่อ คือ
وَكَذَلِكَ القَوْل فِي السّمع وَالْبَصَر وَالْعلم وَالْكَلَام والإرادة وَالْوَجْه وَنَحْو ذَلِك هَذِه الْأَشْيَاء مَعْلُومَة فَلَا نحتاج إِلَى بَيَان وَتَفْسِير لَكِن الكيف فِي جَمِيعهَا مَجْهُول عندنَا وَالله أعلم
และในทำนองเดียวกันนั้น คำพูด ใน คำว่า السّمع(ทรงได้ยิน) وَالْبَصَر(ทรงเห็น) وَالْعلم(ทรงรู้) َالْكَلَام(ทรงพูด) الإرادة (ทรงประสงค์)และ الْوَجْه (พระพักต์) เป็นต้น บรรดาสิ่งต่างๆเหล่านี้ ความหมายเป็นที่รู้กัน ไม่จำเป็นจะต้องชี้แจงและอธิบาย แต่ว่า รูปแบบวิธีการนั้น ในมันทั้งหมด เป็นสิ่งที่ไม่ถูกรู้ ณ พวกเรา -วัลลอฮุอะลัม
– อัลอุลูว ลิอะลียิลฆอฟาร 253-254
.....................
คุณลักษณะ คำว่า السّمع(ทรงได้ยิน) وَالْبَصَر(ทรงเห็น) وَالْعلم(ทรงรู้) َالْكَلَام(ทรงพูด) الإرادة (ทรงประสงค์)และ الْوَجْه (พระพักต์) ข้างต้น อิหม่ามอัซซะฮะบีย์ อธิบายว่า ความหมายเป็นที่รู้กัน ไม่จำเป็นต้องอธิบาย เพราะเป็นที่รู้กัน แต่รูปแบบวิธีการ(الكيف) ไม่เป็นที่รู้กัน ณ พวกเรา
จึงมีคำถาม Hamdee Sulong ว่า
1. ทำไม คำว่า السّمع(ทรงได้ยิน) وَالْبَصَر(ทรงเห็น) وَالْعلم(ทรงรู้) َالْكَلَام(ทรงพูด) الإرادة (ทรงประสงค์) ซึ่งเป็นสิฟาตอัลลอฮ พวกท่านอนุญาตให้แปลความหมายได้
2. ทำไม่ความหมาย الْوَجْه (พระพักต์) พวกท่านห้ามแปล มีหลักฐานอันใดหรือว่า สิฟาตบางประเภทแปลความหมายได้ และบางประเภทแปลความหมายไม่ได้ หลักฐานจากอัลกุรอ่าน หะดิษ คำพูดสะลัฟ มีหรือไม่ ที่แยกว่าแปลได้แปลไม่ได้

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Mon Mar 07, 2016 12:27 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Hamdee Sulong

ท่านอัลกุรฏุบีย์ กล่าวว่า " อบู อัลมะอาลีย์ กล่าวว่า วจนะของท่านนบี(ซ.ล.)ที่ว่า

لا تفضّلوني على يونس ابن متى

"พวกท่านอย่ากล่าวความประเสริญกับฉันเหนือยูนุส บิน มัตธา"

หมายถึง "ในสภาพที่ฉันอยู่ ณ ซิดเราะตุลมุนตะฮา นั้น ฉันก็ไม่ไกล้ชิดไปยังอัลเลาะฮ์ มากกว่าไป ยูนุส โดยที่เขากำลังอยู่ที่ก้นทะเลในท้องปลา และหะดิษนี้ ชี้ให้เห็นว่า แท้จริง อัลเลาะฮ์(ซ.บ.) ไม่มีทิศ" (ดู อัลญาเมี๊ญะอฺ ลิ อะหฺกาม อัลกุรอาน เล่ม 11 หน้า 333 - 334 )

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ใหนสำนวนหะดิษ จุดใหนครับ ที่นำมาอธิบายเกี่ยว การปฏิเสธสถานที่ หรือ ทิศ โกหกล้วนๆ
อย่างที่อิบนุตัยมียะฮกล่าวว่า

وَأَمَّا مَا يَرْوِيهِ بَعْضُ النَّاسِ أَنَّهُ قَالَ : { لَا تُفَضِّلُونِي عَلَى يُونُسَ بْنِ متى } وَيُفَسِّرُهُ بِاسْتِوَاءِ حَالِ صَاحِبِ الْمِعْرَاجِ وَحَالِ صَاحِبِ الْحُوتِ : فَنَقْلٌ بَاطِلٌ وَتَفْسِيرٌ بَاطِلٌ وَقَدْ قَالَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ { اُثْبُتْ أُحُدُ فَمَا عَلَيْك إلَّا نَبِيٌّ أَوْ صِدِّيقٌ أَوْ شَهِيدٌ } وَأَبُو بَكْرٍ أَفْضَلُ الصِّدِّيقِينَ
และสำหรับ สิ่งที่มนุษย์บางส่วนรายงานมัน ว่า แท้จริง ท่านนบีกล่าวว่า (พวกท่านอย่ากล่าวความประเสริญกับฉันเหนือยูนุส บิน มัตธ) และถูกนำมันมาอรรถาธิบายด้วย ความเท่าเทียมกัน ของสภาพผู้ที่เมียะรอจญ์(หมายถึงนบีมุหัมหมัด) และสภาพของ ผู้ที่อยู่ในท้องปลา(นบียูนูส) คือรายงานเท็จ ,และการอรรถาธิบาย(ตัฟสีร)ที่เป็นเท็จ และแท้จริงท่านนบี ศอ็ลฯ ได้กล่าวว่า จงยืนหยัดเถิด อุหุลเอ๋ย..เพราะผู้ที่อยู่บนเจ้า ขณะนี้คือ นบี ,หรือ ดีดดีก หรือ ชะฮีด ) และอบูบักร์นั้น เป็นศิดดิกที่ประเสริฐในหมู่บรรดาศิดดีกีน – มัจญมัวะฟาตาวา 2/224

>>>>>>>>>>>>>เอาหะดิษมาอ้างแล้วเอาคำอธิบายเท็จมาอ้างด้วย ที่เอานบีไปเปรียบกับนบียูนูส เรื่องความใกล้ชิดเท่าเทียมกันระหว่างคนที่เมียะรอจญและคนที่อยู่ในท้องปลา นี่คือ การอธิบายที่เป็นเท็จครับ อย่างที่อิบนุตัยมียะฮกล่าวไว้
จะโกหกไปถึงใหน Hamdee Sulong ข้างล่างสำเนาหนังสือมัจมัวะฟะตาวา



2559-03-06_23h12_05.png
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  79.57 กิโลไบต์
 เข้าชม:  4716 ครั้ง

2559-03-06_23h12_05.png



_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Mon Mar 07, 2016 1:21 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Mon Mar 07, 2016 12:29 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Hamdee Sulong

หมายถึง "ในสภาพที่ฉันอยู่ ณ ซิดเราะตุลมุนตะฮา นั้น ฉันก็ไม่ไกล้ชิดไปยังอัลเลาะฮ์ มากกว่าไป ยูนุส โดยที่เขากำลังอยู่ที่ก้นทะเลในท้องปลา และหะดิษนี้ ชี้ให้เห็นว่า แท้จริง อัลเลาะฮ์(ซ.บ.) ไม่มีทิศ" (ดู อัลญาเมี๊ญะอฺ ลิ อะหฺกาม อัลกุรอาน เล่ม 11 หน้า 333 - 334 )
>>>>>>>>>>>>>>
ข้างต้นเป็นการอ้างของคนโง่เขลา มาดูความโง่เขลาของ ฮัมดีย์ และคนที่ป้อนข้อมูลให้ฮัมดี สุหลงดังนี้

อย่างที่อิบนุอะบิลอิซ ได้เปิดโปง โดยกล่าวว่า

وَأَمَّا مَا يُرْوَى أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ : لَا تُفَضِّلُونِي عَلَى يُونُسَ بْنِ مَتَّى ، وَأَنَّ بَعْضَ الشُّيُوخِ قَالَ : لَا يُفَسِّرُ لَهُمْ هَذَا الْحَدِيثَ حَتَّى يُعْطَى مَالًا جَزِيلًا ، فَلَمَّا أَعْطَوْهُ فَسَّرَهُ بِأَنَّ قُرْبَ يُونُسَ مِنَ اللَّهِ وَهُوَ فِي بَطْنِ الْحُوتِ كَقُرْبِي مِنَ اللَّهِ لَيْلَةَ الْمِعْرَاجِ وَعَدُّوا هَذَا تَفْسِيرًا عَظِيمًا . وَهَذَا يَدُلُّ عَلَى جَهْلِهِمْ بِكَلَامِ اللَّهِ وَبِكَلَامِ رَسُولِهِ لَفْظًا وَمَعْنًى

และสำหรับสิ่งที่ถูกรายงานว่า แท้จริงท่านนบี ศอ็ล กล่าวว่า (พวกท่านอย่ากล่าวความประเสริญกับฉันเหนือยูนุส บิน มัตธ) และแท็จริง ส่วนหนึ่งของบรรดาโต๊ะครู กล่าวว่า “หะดิษนี้จะไม่ถูกอธิบายให้แก่พวกเขา จนกว่า เขาจะได้รับทรัพย์สินอันมากมาย แล้วเมื่อพวกเขามอบมัน เขาก็อธิบายมันว่า “ แท้จริงความใกล้ชิดยูนูส กับอัลลอฮ ในขณะที่เขากำลังอยู่ในท้องปลา เหมือนกับการใกล้ชิดของข้าพเจ้า กับอัลลอฮในคืนเมียะรอจญ์ และพวกเขานับว่า การอรรถาธิบายนี้ เป็นความยิ่งใหญ่ และนี้แสดงบอก ถึง ความโง่เขลาของพวกเขา ต่อ คำพูดอัลลอฮและรอซูล ทั้งที่เป็นถ้อยคำและความหมาย – ชัรหุอะกีดะฮ เฏาะฮาวียะฮ 1/161
.............
เห็นไหมครับว่า คนที่ให้ข้อมูล และตัวของ Hamdee Sulong เองโง่เขลา ที่ไปเอาเรื่องเท็จมาเป็นหลักฐานปฏิเสธการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ



2559-03-06_23h54_01.png
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  73.51 กิโลไบต์
 เข้าชม:  4714 ครั้ง

2559-03-06_23h54_01.png



_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3142


ตอบตอบ: Fri Mar 03, 2017 10:14 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิหม่ามนะวาวีย์กับการกลับสู่อะกีดะฮสะลัฟแท้
ท่านถามมาสิ แล้วเราจะตอบ
23 กุมภาพันธ์ เวลา 4:12 น. ·
หลักอากีดะฮ์ของท่านอีหม่ามอันนะวะวีย์ - รอฮิมาฮุลลอฮ์ -
ท่านอีหม่านะวะวีย์ - รอฮิมาหุลลอฮ์ - นั้น เป็นหนึ่งในอุลามาอ์ที่ดำเนินตามมัสฮับของท่านอีหม่ามอัชชาฟีอีย์ รอฮิมาฮุลลอฮ์
ท่านเสียชีวิตในปีฮิจเราะฮ์ที่ 676 ท่านเป็นอุลามาอ์ที่มีความรอบรู้ในศาสตร์แห่งวิชาการของอิสลามเป็นอย่างดี ซึ่งท่านได้พูดถึงหลักอากีดะฮ์ของอิสลามไว้ในหนังสืออธิบายซอเฮี๊ยะห์ของท่านอีหม่ามมุสลิม ว่า :
أن الله تعالى ليس كمثله شيء وأنه منزه عن التجسم والانتقال والتحيز في جهة وعن سائر صفات المخلوق
ความว่า
"แท้จริงพระองค์อัลเลาะห์ต้าอาลา มิทรงมีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ และแท้จริงพระองค์ทรงปราศจากการมีเรือนร่างเป็นส่วนๆ และมิทรงมีการเคลื่นย้ายใดๆ และพระองค์มิทรงสถิตย์อยู่ในทิศหนึ่งทิศใด และทรงปราศจากบรรดาลักษณะของสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหลาย"
(ดู ชาเราะห์มุสลิม เล่มที่ 3 หน้า 19)
.............
ขี้แจง
อาชาอิเราะฮซูฟีฏอรีกัต ยังหลงหัวไก่ ยังเข้าใจว่า อิหม่ามนะวาวีย์ยึดแนวคิด แบบเดียวกับตนอยู่จึงคำพูดท่านอิหม่ามนะวาวีย์มาอ้าง
ข้างต้น ไม่ใช่ทัศนะของสะลัฟ แต่เป็นทัศนะของอิหม่ามนะวาวีย์ ตามแนวคิดอาชาอิเราะตามแนวอะฮลิลกาลาม ซึ่ง น่าจะเป็นทัศนะก่อนที่ท่านเปลี่ยนมายึดแยวสะลัฟ เพราะมีหลายเรื่องที่อิหม่ามนะวาวีย์มีอะกีดะฮไม่เหมือนอะกีดะฮอาชาอีเราะฮสายซูฟีฏอรีกัต เช่น
1.อิหม่ามนะวาวีย์ (ร.ฮ)ยืนยันว่า กะลามุลลอฮ (คำตรัสของอัลลอฮ)นั้น ตรัสด้วยอักษรและเสียที่ได้ยิน
ในบั้นปลายชีวิตท่านได้เขียนตำราชื่อ
جزء فيه ذكر اعتقاد السلف في الحروف والأصوات
(ญุุซ ฟีฮี ซิกรุเอียะติกอดสะลัฟ ฟิลหุรูฟ วัลอัสวาต)
อาชาอีเราะ เมืองไทยคัดค้านสุดเหวี่ยงว่าคำพูดอัลลอฮไม่เป็นอักษรและเสียง แต่อิหม่ามนะวาวีย์ยืนยันว่า เป็น อักษรและเสียง คือ
ท่านอิหม่ามนะวาวีย์ได้ตั้งหัวข้อว่า
صل: في إثبات الحرف لله تعالى
دليله آيات من الكتاب العزيز
الأول: {فَتَلَقَّى آدَمُ مِنْ رَبِّهِ كَلِمَاتٍ} [البقرة:37] .
บทว่าด้วย การยืนยันอักษรให้แก่อัลลอฮตาอาลา
หลักฐานของมันคือ บรรดาอายาต จากคัมภีรอันทรงเกียรติ์
หลักฐานที่หนึ่ง : (แล้วอาดัมได้เรียนรู้บรรดาคำวิงวอนจากพระเจ้าของเขา -บะเกาะเราะฮ/ 37
ดูหนังสือข้างต้น หน้า 45-56 แล้วท่านได้ยกหลักฐานมากมาย
และในหน้าที่ 56-58 อิหม่ามนะวาวีย์กล่าวว่า
صل: في اثبات الصوت لله تعالى
ينطق الكتاب العزيز بذلك في مواضع:
منها في سورة القصص {فَلَمَّا أَتَاهَا نُودِيَ} [القصص: 30]
บทว่าด้วยการยืนยันเสียงให้แก่อัลลอฮตาอาลา
อัลกิตาบอันทรงเกียรติ ได้พูดด้วยดังกล่าว ในหลายแห่งด้วยกัน ส่วนหนึ่งจากมันคือ ในซูเราะฮอัลเกาะศอศ (เมื่อเขาได้มาที่มันได้มีเสียงเรียก) -อัลเกาศอศ /30
อิหม่ามนะวาวีย์ ได้ตั้งหัวข้อว่า
فصل: في ان كلام الله مسموع
บทในเรื่องว่าแท้จริง คำพูดของอัลลอฮ คือสิ่งที่ถูกได้ยิน
แล้วอิหม่ามนะวาวีย์ ได้ยกหลักฐานมากมาย แล้วท่านสรุปว่า
فعلم بهذه الآيات، أن كلام الله مسموع، والمسموع ليس إلا هذه الحروف والأصوات، فتكون هي كلام الله حقيقة،
ดังนั้น ได้ถูกรู้ ด้วยบรรดาอายะฮเหล่านี้ ว่า คำพูดของอัลลอฮนั้น คือสิ่งที่ถูกได้ยิน และสิ่งที่ถูกได้ยินนั้นไม่ใช่อย่างอื่น นอกจากบรรดาอักษรและบรรดาเสียงเหล่านี้ ดังนั้น มันคือ คำพูดอัลลอฮจริงๆ
- ดู ญุุซ ฟีฮี ซิกรุเอียะติกอดสะลัฟ ฟิลหุรูฟ วัลอัสวาต ของอิหม่ามนะวาวีย์ หน้า 66
2.อิหม่ามนะวาวีย์(ร.ฮ)ยืนยันว่า อัลลอฮตาอาลา อยู่บนอะรัช ดังคำพูดของท่านต่อไปนี้
نؤمن بأن الله على عرشه كما أخبر في كتابه العزيز ولا نقول هو في كل مكان، بل هو في السماء، وعلمه في كل مكان لايخلو منه مكان كما قال: {أَأَمِنْتُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ} [الملك:16] وكما قال: {إِلَيْهِ يَصْعَدُ الْكَلِمُ الطَّيِّبُ} [فاطر:11] .
وكما جاء في حديث الإسراء إلى السماء السابعة
และเราะศรัทธาว่า แท้จริง อัลลอฮ ทรงอยู่บนอะรัชของพระองค์ ดังเช่นสิ่งที่ พระองค์ทรงบอกในคัมภีร์ของพระองค์อันทรงเกียรติ และเราจะไม่กล่าวว่า พระองค์อยู่ในทุกสถานที่ แต่ทว่า พระองค์อยู่บนฟ้า และความรู้ของพระองค์อยู่ในทุกสถานที่ ไม่มีสถานที่ใด ซ่อนเร้นจากมัน ดังที่ พระองค์ตรัสว่า (พวกเจ้าจะปลอดภัยละหรือจากผู้ที่อยู่บนฟ้า -อัลมุลก/16) และเช่น พระองค์ตรัสว่า (บรรดาคำพูดที่ดีขึ้นไปยังพระองค์ -ฟาฏีร /10) และสิ่งที่มีมาในหะดิษอัลอิสเราะฮ สู่ฟากฟ้าชั้นที่เจ็ด- ดู ญุุซ ฟีฮี ซิกรุเอียะติกอดสะลัฟ ฟิลหุรูฟ วัลอัสวาต ของอิหม่ามนะวาวีย์ หน้า 68
.......
1.อิหม่ามนะวาวีย์ บอกว่าเราเชื่อว่าอัลลอฮอยู่บนอะรัช ตามที่อัลลอฮ
2.อิหม่ามนะวาวีย์บอกว่า เราจะไม่กล่าวว่าอัลลอฮอยู่ทุกที่ ประเด็นนี้อาชาอิเราะฮบ้านๆยังเชื่อว่าพระเจ้าอยู่ทุกแห่ง
3.อิหม่ามนาวี บอกว่า อัลลอฮอยู่บนฟ้า แล้วท่านได้อ้าหลักฐาน จากอัลกุรอ่าน
4. อิหม่ามนาวาวียเชื่อว่าอัลลอฮอยู่บนฟ้าโดยอ้างหะดิษอัลอิสเราะฮ(หมายถึงหะดิษอิสเราะฮเมียะรอจญ์)
.................
กลุ่มอาชาอิเราะฮสายซูฟีฏอรกัต ยังหลงหัวไก่และบ้าหวันอยู่อีก โดยเข้าใจว่า อิหม่ามนะวาวีย์ยังจมปลักอยู่ในอะกีดะฮแนวเดียวกับตน จริงๆแล้วอิหม่ามนะวาวีย์กลับสู่แนวอะกีดะฮละลัฟในบั้นปลายชีวิตของท่านแล้ว
والله أعلم بالصواب
28/2/60



457.jpg
 คำจำกัดความ:
 ขนาดไฟล์:  53.18 กิโลไบต์
 เข้าชม:  1657 ครั้ง

457.jpg



_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9
หน้า 9 จากทั้งหมด 9

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.09 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004