ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - al-azhary แห่ง sunnahstudent กับแนวทางอันตราย นำพาสู่หายนะ
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
al-azhary แห่ง sunnahstudent กับแนวทางอันตราย นำพาสู่หายนะ
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
maliksn
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/10/2008
ตอบ: 164


ตอบตอบ: Tue Oct 28, 2008 6:31 pm    ชื่อกระทู้: al-azhary แห่ง sunnahstudent กับแนวทางอันตราย นำพาสู่หายนะ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Exclamation
เป็นที่ทราบกันว่า แนวทางของผู้ที่อ้างตนว่าอยู่ในแนวทางอัลอะชาอิเราะฮฺผู้หนึ่ง ที่ใช้ชื่อในเว็บไซต์ sunnahstudent ว่า al-azhary ใช้แนวทางในการสั่งสอนลูกศิษย์ของตนตามแนวทางของนักวิภาษวิทยา(อะฮลุลกะลาม)โดยพยายามหาคำอธิบายต่างๆ มาอรรถาธิบายคุณลักษณะสิฟัตของอัลลอฮ์อย่างไม่บังควร ซึ่งถือว่าสติปัญญา และสมองของมนุษย์นั้น ไม่มีความสามารถที่จะไปนึกคิด หรือจินตนาการถึงได้ จึงไม่บังควรที่จะไปพยายามอรรถาธิบายในสิ่งที่เราไม่มีความรู้

ไม่ว่า al-azhary จะพยายามหาคำอธิบายใดๆ มาอธิบายคุณลักษณะสิฟัตของอัลลอฮ์ก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่า การอธิบายดังกล่าว เป็นสิ่งที่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง และในการพยายามอธิบายนี้ ไม่มีหลักฐานอนุญาติจากอัลลอฮ์ และท่านรอซู้ล (ซ.ล.) ในการอนุมัติให้มุสลิม หรือมนุษย์คนหนึ่งคนใด จะมาคิด หรือวิเคราะห์คุณลักษณะของพระองค์โดยใช้สติปัญญาระดับมนุษย์มาอธิบาย ดังนั้น เมื่อสติปัญญามนุษย์อันน้อยนิด ที่เพียงแค่เรื่องในโลกทั้งหมดใบนี้ ก็ยังรู้ได้ไม่หมด เมื่อมาอธิบายคุณลักษณะของอัลลอฮ์ จึงถือว่าอาการหนักยิ่งกว่ามนุษย์ที่ยังไม่ได้เข้าสวรรค์ แต่พยายามอธิบายเรื่องราวในสวรรค์(โดยปราศจากหลักฐาน) ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังไม่ได้เข้าไปเห็น

และเนื่องจากแนวทางของอะฮฺลุลกะลามที่ al-azhary กำลังเผยแพร่อยู่ในเว็บ sunnahstudent เมื่อผู้ใดเชื่อและหลงคล้อยตาม จะทำให้ผู้นั้น เปิดโอกาสตัวเองให้ชัยตอนมีช่องทางที่จะเข้ามากระซิบกระซาบในหัวใจ ในเรื่องเกี่ยวกับอัลลอฮ์ เมื่อเขาผู้นั้นพยายามจะอธิบายคุณลักษณะของพระองค์ด้วยสติปัญญาของมนุษย์ ซึ่งในที่สุด เมื่อนึกคิดต่อพระองค์มากเข้า ก็จะทำให้เกิดการจินตนาการต่อพระองค์ผิดๆ และกลายเป็นการกล่าวเท็จต่ออัลลอฮ์ในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ แนวทางที่ al-azhary เผยแพร่อยู่นั้น ถือว่าไม่ได้ตรงกับแนวทางความเชื่อของบรรดาสะลัฟฟุศศอเเละฮ์ในยุคแรกๆ ที่จะไม่บังอาจไปอรรถาธิบายคุณลักษณะของพระองค์อัลลอฮ์อย่างเด็ดขาด แต่จะพรรณาคุณลักษณะของพระองค์ ไปตามที่พระองค์ทรงพรรณาต่อพระองค์เองไว้เท่านั้น ดังหลักฐานที่บังอะซันได้โพสต์ไว้ในกระทู้ต่างๆ ดังนี้

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Exclamation ครับ คุณมุญาฮิด

การตามอัลกุรอ่านและตามหะดิษ โดยไม่พยายามเบี่ยงเบนความหมาย ตามอารมณ์ เป็นแนวทางของ ละฟีย์หรือ บรรพชนผู้ทรงคุณธรรม ส่วนคนที่ถูกเรียกวะฮะบี นั้น เป็นฉายาที่ศัตรูของผู้ดำเนินแนวทางของสะลัฟเขาตั้งให้ครับ ส่วนอะกีดะฮแปลกๆ นั้น เป็นอะกีดะฮที่ไม่ได้ระบุไว้ในอัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ แต่ เป็นอะกีดะฮ ที่มาจากการใช้ปัญญา โดยมีฮาวานัฟสูหรืออารมณ์ใฝ่ต่ำเป็นทางนำครับ
ท่านอิหม่ามมาลิกกล่าวว่า
إياكم وأصحاب الرأي فإنهم أعداء السنّة
"พวกท่านพึงระวังนักแสดงความคิดเห็น เพราะแท้จริงพวกเขา คือ ศัตรูอัสสุนนะฮ - มะนากิบมาลิก ของ อัซซะวาวีย์ หน้า 148

----------------

อิหม่ามอบูหะนีฟะฮ(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า
لا ينبغي لأحد أن ينطق في ذات الله بشيء بل يصفه بما وصف به نفسه ولا يقول فيه برأيه شيئاً تبارك الله وتعالى رب العالمين
"ไม่สมควรแก่คนหนึ่งคนใด กล่าวในเรื่องซาต(อาตมัน)ของอัลลอฮ ด้วยสิ่งใด แต่ ให้เขาพรรณาคุณลักษณะพระองค์ ด้วยสิ่งที่พระองค์ได้ทรงพรรณาคุณลักษณะแก่พระองค์เอง ด้วยมัน และเขาจะไม่กล่าวสิ่งใดๆในเรื่องนั้น ด้วยความเห็นของเขา อัลลอฮทรงบริสุทธิ์และพระผู้อภิบาลแห่งสากลจักรวาล ทรงสูงส่งยิ่ง (1)
................
(1) شرح العقيدة الطحاوية 2/427 . تحقيق د . التركي , جلاء العينين ص368
........................
อะชาอีเราะฮยุคหลัง พยายามใช้ความเห็นตีความคุณลักษณะของอัลลอฮสิ่งซึ่งอัลลอฮไม่ได้ระบุไว้ และอะไรก็ตามที่ไม่ตรงกับความคิดเห็นของเขา เขาก็บอกว่า ของปลอม แม้แต่หนังสือ อัลอิบานะฮ ของอิหม่ามอบูลหะซัน ที่พวกเขาอ้างว่าสังกัดมัซฮับของท่าน แต่พอหนังสือของอบุลหะซันไม่ตรงกับความเห็นของพวกเขา พวกเขาก็บอกว่า "ของปลอม" วัลอิยาซุบิลละอ


----------------

al-azhary ผู้ตั้งฉายาตัวเองว่า ผู้มีอิทธิพล (~_-)มือพระกาฬ กล่าวว่า
ดังนั้น อะกีดะฮ์ของกลุ่มที่บอกว่า อัลลอฮ์ทรงลงมา แบบเคลื่อนไหวเคลื่อนย้ายนั้น คือกลุ่มอะกีดะฮ์ที่บิดอะฮ์ ไม่ใช่แนวทางของสะละฟุศศอลิห์นั่นเองครับ
http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php?topic=110.60

………..
รายงานจากอบีฮุรัยเราะฮ ว่า ท่านรซูลุลอฮ วอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า
يَنْزِلُ رَبُّنَا تَبَارَكَ وَتَعَالَى كُلَّ لَيْلَةٍ إِلَى السَّمَاءِ الدُّنْيَا حِينَ يَبْقَى ثُلُثُ اللَّيْلِ الآخِرُ يَقُولُ: مَنْ يَدْعُونِي فَأَسْتَجِيبَ لَهُ مَنْ يَسْأَلُنِي فَأُعْطِيَهُ مَنْ يَسْتَغْفِرُنِي فَأَغْفِرَ لَهُ
พระผู้อภิบาลของเรา ผู้ทรงบริสุทธิ์ ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเสด็จลงมายังฟากฟ้าดุนยา ทุกๆค่ำคืน จนกระทั้งเหลือแค่ 1 ใน 3 สุดท้ายของกลางคืน โดยพระองค์จะทรงกล่าวว่า “ ผู้ใดวิงวอนต่อข้า ดังนั้นข้าจะตอบรับเขา และผู้ใดขอต่อข้า ข้าก็จะให้เขา และผู้ใดขออภัยโทษต่อข้า ก็ก็จะอภัยโทษแก่เขา
رواه البخاري (1145) و (6321) و(7494)، ومسلم (758
………
โต๊ะครู มือพระกาฬ บอกว่า ถ้าเชื่อตามหะดิษข้างต้น เป็นอะกีดะฮ บิดอะฮ นี่คือ การใช้ปัญญาและการตักลิดความเห็นของนักวิชาการบางท่านมาหุกุมผู้อื่น ที่นี้มาดูนักวิชาที่เชื่อตามหะดิษ กล่าวไว้
ท่านอัล-อาญะรีย์ ได้กล่าวว่า
والإيمان بهذا واجب لا يسع المسلم العاقل أن يقول كيف ينزل , ولا يرد هذا إلا المعتزلة

และการศรัทธา ต่อเรื่องนี้นั้น เป็นวาญิบ ไม่เปิดโอกาสให้มุสลิมผู้มีสติปัญญา กล่าวว่า พระองค์ทรงเสด็จลงมาอย่างไร และไม่มีใครปฏิเสธ สิ่งนี้ นอกจากพวกมุอฺตะซิละฮ - กิตาบุชชะรีอะฮ หน้า 306 บทว่าด้วยเรื่อง
باب الإيمان والتصديق بأن الله عزوجل ينزل إلى السماء الدنيا كل ليلة
อบูนัศรุสสัจญซีย์ กล่าวว่า

"أئمتنا كسفيان الثوري ومالك وحماد بن سلمة وحماد بن زيد وسفيان بن عيينة والفضيل وابن المبارك وأحمد وإسحاق متفقون على أن الله سبحانه بذاته فوق العرش وعلمه بكل مكان وأنه ينزل إلى السماء الدنيا وأنه يغضب ويرضى ويتكلم بما شاء

อิหม่ามของเรา เช่น สุฟยาน อัษเษารีย์ ,มาลิก,หัมมาด บุตร สะละมะฮ ,หัมมาด บุตร ซัยดฺ,สุฟยาน บุตร อุญัยนะฮ ,อัลฟะฎีล,อิบนุ้ลมุบารอ็ก,อะหมัดและอิสหาก พวกเขาเห็นฟ้องกันว่า อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ด้วยซาต(ตัวตน)ของพระองค์ อยู่บนอะรัช ,ความรอบรู้ของพระองค์ครอบคลุมทุกสถานที่ ,แท้จริง พระองค์ทรงเสด็จลงมายังฟากฟ้าดุนยา ,พระองค์ทรงกริ้ว,ทรงพอพระทัยและทรงพูด ตามที่พระองค์ทรงประสงค์ "

المختصرالعلو ص 266وينظر سير أعلام النبلاء17/656
...............
คนที่เชื่อตามหะดิษ ถูกกล่าวหาว่า เป็นบิดอะฮ แล้วที่ไม่ตามหะดิษจะเรียกอะไรดี


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เมื่อเราเริ่มคิดเกี่ยวกับพระองค์อัลลอฮ์โดยที่เราไม่มีความรู้ และไม่สามารถจินตนาการได้ถึงแล้ว นั่นก็เป็นโอกาสอันงามที่ชัยตอนจะได้ป้อนคำถามเข้ามาในจิตใจของเรา เมื่อเราตอบคำถามในใจของเราได้แล้ว ชัยตอนก็จะพยายามป้อนคำถามให้เราคิดและตอบมันแบบไม่รู้จบ จนในที่สุด ก็ได้เผลอหลุดเข้าไปในขอบเขตอันไม่บังควร ก่อให้เกิดความสังสัยต่ออัลลอฮ์อย่างมากมาย หรือหนักเข้าก็ทำให้เริ่มเสียอากีดะห์เพราะความสงสัยนั้นทีละน้อยๆ อย่างไม่รู้ตัว ซึ่งในการนี้ เมื่อเราโดนกระซิบกระซาบให้คิดไม่ดีต่ออัลลอฮ์ นบีก็ได้สอนให้เราขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากชัยตอน แล้วหยุดความคิดนั้นเสีย ซึ่งที่ดีที่สุดแล้ว ในเรื่องของอัลลอฮ์เราก็เชื่อไปตามที่พระองค์ทรงบอกให้เชื่อ โดยไม่คิดต่อ คิดเพิ่มอะไรจะดีที่สุด ส่วนชัยตอนจะมาถามอะไรเรา เพื่อเเกว่งอากีดะฮ์ในเรื่องนั้น ก็ให้ตอบว่าวัลลอฮูอลัม เช่น ยาดุ้ลลอฮ์ มือของอัลลอฮ์ มืออย่างไร เราก็ไม่ต้องไปคิดต่อให้ปวดหัว แค่เชื่อว่ายาดุ้ลลอฮ์ ก็ยาดุ้ลลอฮ์ ส่วนจะเป็นอย่างไร ก็วัลลอฮูอลัม เราไม่มีหน้าที่ไปคิดตรงส่วนนี้(ให้เมื่อย) เพราะถ้าเราพยายามไปอธิบาย เดี๋ยวไปเจออายะฮ์อื่นๆ ที่หนักกว่านี้อีก เราก็ต้องหาทางอธิบายอีก จนเริ่มแตกยอด หาที่สิ้นสุดไม่ได้ บางทีคนเราก็เป็นบ้าได้ เพราะไปคิดในสิ่งที่เหนือจินตนาการ โดยตัวเองไม่มีความรู้เนี่ยแหละ ถ้าให้เลือกได้ ขอเลือกไม่รู้และไม่คิดจะดีกว่า เพราะไม่รู้ในเรื่องที่ไม่สมควรไปเจาะก็ถือว่าไม่มีความผิด

ดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการตั้งกระทู้นี้ เพื่อตักเตือนตัวผมเอง และพี่น้องด้วยความเป็นห่วงใย ให้หลีกห่างการใช้สติปัญญาอันน้อยนิดของเรา ไปอาจหาญอรรถาธิบายซิฟัตของอัลลอฮ์ และพร้อมกันนี้ ขอเรียกร้องให้ al-azhary แห่ง sunnahstudent ได้หยุดเผยแพร่แนวทางอะลุ้ลกะลามที่อันตราย และนำพาสู่หายนะนี้ด้วย

วัสสลามุอลัยกุมว่าเราะมะตุ้ลลอฮ์ว่าบารอกาตุฮ์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Mr.shot
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: Tue Oct 28, 2008 8:44 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เชิญAl azharyชี้แจงด้วย มึนอ่ะ Rolling Eyes Rolling Eyes Rolling Eyes
กลับไปข้างบน
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Thu Oct 30, 2008 9:28 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จากอิมรอน บิน หุศัยน์ กล่าวว่า

أن رسول الله صلى الله وسلم رسول الله صلى الله عليه وسلم سأل عبيد بن حصين رضي الله عنه قبل أن يسلم: (كم إلهاً تعبد اليوم؟)، قال (سبعة، ستة في الأرض وواحد في السماء)، قال (فإذا أصابك الضر فمن تدعو؟)، قال الذي في السماء

ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ถามอุบัยด์ บิน หุศัยน์ (ร.ฎ)ก่อนที่เขาจะรับอิสลามว่า "ปัจจุบันนี่ท่านอิบาดะฮพระเจ้ากี่องค์ ? เขากล่าวว่า "เจ็ดองค์" หกองค์อยู่ในแผ่นดินและหนึ่งองค์ อยู่บนฟากฟ้า " ท่านนบีกล่าวว่า "แล้วเมื่อเหตุร้ายประสบกับท่าน แล้วผู้ใดที่ท่านวิงวอนขอ? เขากล่าวตอบว่า " องค์ที่อยู่บนฟากฟ้า" -รายงานโดย อัลบัยฮะกีย์ ,อัตติรมิซีย์หะดิษหมายเลข 3483 และ ฟะตาวาอิบนุตัยมียะฮ เล่ม 16 หน้า 573 บทว่าด้วยเรื่อง الآداب والتصوف
...........
หะดิษข้างต้น แสดงให้เห็นว่า มุชริกีน เคารพภักดีพระเจ้าหลายองค์ แต่ ผู้ที่เขาเชื่อว่า สามารถบันดาลในสิ่งที่เขาขอได้ คือ อัลลอฮ ผู้ซึ่งอยู่บนฟากฟ้า คำว่า " في " ในที่นี้ เรียกว่า "ฟีลิลอิสเตียะลาอฺ" หมายถึง ฟี ที่มีความหมายว่า อยู่เบี้องบน เช่น อัลกุรอ่านได้กล่าวถึงคำพูดของฟาโรห์ ขณะที่เขาข่มขู่บรรดานักมายากลที่ศรัทธาต่อนบีมูซา
อะลัยฮิสสลามว่า
لأصلبنكم في جذوع النخل
แน่นอนฉันจะเอาพวกท่านไปตรึงไว้บนต้นอินทผาลัม - ฏออา/71
........
ทางเว็บซุนนะฮสะดิวเด้น ไม่ยอมรับการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ ทั้งที่หลักฐานชัดเจน ซึ่งไม่บังควรที่จะไปตีความอย่างอื่น

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Seres
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 30/10/2008
ตอบ: 8


ตอบตอบ: Fri Oct 31, 2008 4:27 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

asan บันทึก:
จากอิมรอน บิน หุศัยน์ กล่าวว่า

أن رسول الله صلى الله وسلم رسول الله صلى الله عليه وسلم سأل عبيد بن حصين رضي الله عنه قبل أن يسلم: (كم إلهاً تعبد اليوم؟)، قال (سبعة، ستة في الأرض وواحد في السماء)، قال (فإذا أصابك الضر فمن تدعو؟)، قال الذي في السماء

ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ถามอุบัยด์ บิน หุศัยน์ (ร.ฎ)ก่อนที่เขาจะรับอิสลามว่า "ปัจจุบันนี่ท่านอิบาดะฮพระเจ้ากี่องค์ ? เขากล่าวว่า "เจ็ดองค์" หกองค์อยู่ในแผ่นดินและหนึ่งองค์ อยู่บนฟากฟ้า " ท่านนบีกล่าวว่า "แล้วเมื่อเหตุร้ายประสบกับท่าน แล้วผู้ใดที่ท่านวิงวอนขอ? เขากล่าวตอบว่า " องค์ที่อยู่บนฟากฟ้า" -รายงานโดย อัลบัยฮะกีย์ ,อัตติรมิซีย์หะดิษหมายเลข 3483 และ ฟะตาวาอิบนุตัยมียะฮ เล่ม 16 หน้า 573 บทว่าด้วยเรื่อง الآداب والتصوف
...........
หะดิษข้างต้น แสดงให้เห็นว่า มุชริกีน เคารพภักดีพระเจ้าหลายองค์ แต่ ผู้ที่เขาเชื่อว่า สามารถบันดาลในสิ่งที่เขาขอได้ คือ อัลลอฮ ผู้ซึ่งอยู่บนฟากฟ้า


ฮะดิษที่คุณอะสันอ้างมานั้น ฏออีฟ อย่างชัดเจน เพราะมีชุบัยบ์ บิน ชัยบะฮ์ แล้วเอามาอ้างเรื่องอะกีดะฮ์ทำไมครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Mr.shot
บุคคลทั่วไป






ตอบตอบ: Fri Oct 31, 2008 11:50 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ชักมึนแฮ่ะ เอ้า บังAsanชี้แจงหน่อย
กลับไปข้างบน
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Nov 01, 2008 7:32 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Seres บันทึก:

...........

ฮะดิษที่คุณอะสันอ้างมานั้น ฏออีฟ อย่างชัดเจน เพราะมีชุบัยบ์ บิน ชัยบะฮ์ แล้วเอามาอ้างเรื่องอะกีดะฮ์ทำไมครับ


ท่านครู Seres แห่งซุนนะฮสะติวเด้น ครับ ขนาดอัลกุรอ่านและหะดิษเศาะเฮียะมากมายที่แสดงบอกถึงการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา คุณและอาชาอีเราะฮร่วมอุดมการณ์ ก็ไม่ยอมรับ เพราะคิดว่า ไม่กินกับปัญญา และเหตุผล ตามแนวคิดของนักปรัชญา และนักกะลาม
ส่วนหะดิษที่ อิมรอน บิน หุศัยน์ กล่าวว่า

أن رسول الله صلى الله وسلم رسول الله صلى الله عليه وسلم سأل عبيد بن حصين رضي الله عنه قبل أن يسلم: (كم إلهاً تعبد اليوم؟)، قال (سبعة، ستة في الأرض وواحد في السماء)، قال (فإذا أصابك الضر فمن تدعو؟)، قال الذي في السماء

ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ถามอุบัยด์ บิน หุศัยน์ (ร.ฎ)ก่อนที่เขาจะรับอิสลามว่า "ปัจจุบันนี่ท่านอิบาดะฮพระเจ้ากี่องค์ ? เขากล่าวว่า "เจ็ดองค์" หกองค์อยู่ในแผ่นดินและหนึ่งองค์ อยู่บนฟากฟ้า " ท่านนบีกล่าวว่า "แล้วเมื่อเหตุร้ายประสบกับท่าน แล้วผู้ใดที่ท่านวิงวอนขอ? เขากล่าวตอบว่า " องค์ที่อยู่บนฟากฟ้า
อีกสำนวนหนึ่งระบุไว้ใน อะห์กามอัลกุรอ่าน ของอิบนุอะเราะบีย์ เล่ม 3 หน้า 519 ว่า

وقال عمران بن حصين : قال النبي صلى الله عليه وسلم لأبي حصين : { يا حصين ; كم إلها تعبد اليوم , قال : إني أعبد سبعة , واحدا في السماء , وستا في الأرض : قال : فأيهم تعد لرغبتك ورهبتك , قال : الذي في السماء . قال : يا حصين , أما إنك إن أسلمت علمتك } . وذكر الحديث .

อิมรอน บินหุศัยนฺ กล่าวว่า นบี กล่าวแก่อบีหุศัยนฺว่า “โอ้ หุศอ็ยนฺ ปัจจุบันท่านเคารพบูชา พระเจ้ากี่องค์ เขาตอบว่า แท้จริง ข้าพเจ้า เคารพบูชาเจ็ดองค์ หนึ่งองค์ อยู่บนฟากฟ้า และหกองค์ อยู่ในแผ่นดิน ท่านนบีกล่าวว่า แล้วองค์ใหนในหมู่พวกนั้น ที่ท่านเตรียมไว้สำหรับการวิงวอนของท่านและการกลัวของท่าน เขากล่าวว่า “ องค์ที่อยู่บนฟ้ากฟ้า ท่านนบีกล่าวว่า “ โอ้หุศัยนฺ ความจริง ถ้าหากท่านรับอิสลาม ฉันก็จะสอนท่าน) เขาได้ระบุหะดิษจนจบ
หะดิษข้างต้น อิบนุกุดามะฮ ก็ได้อ้างไว้ในหนังสือ ของท่านชื่อ ลุมอะตุลเอียะติกอด อัลฮาดีย์ อิลาสะบีลิรเราชาด หน้า 8
หะดิษดังกล่าวได้มีการบันทึกเอาไว้หลายกระแส และนักวิชาการหลายท่านได้อ้างหะดิษข้างต้นเป็นหลักฐาน ยกเว้น นักเรียนใคโรแห่งซุนนะฮสะติวเด้น
--
หะดิษบทนี้นักวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องสายรายงาน และมันก็ไม่ใช่ประเด็นที่จะมาประปฏิเสธ การอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ เพราะหะดิษเศาะเฮียะหลายบทที่มายืนยันการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ เช่น
قَالَ مُعَاوِيَةُ بْنُ حَكَمُ السُّلَمِي : وَكَانَتْ لِيْ جَارِيَةٌ تَرْعَى غَنَمًا لِيْ اُحُدٍ وَالْجُوَانِيَةِ فَاطَّلَعْتُ ذَاتَ يَوْمٍ فَاِذَا بَالذِّئْبِ قَدْ ذَهَبَ بِشَاةٍ مِنْ غَنَمِهَا وَاَنَا رَجُلٌ مِنْ بَنِيْ آدَمَ اَسَفَ كَمَا يَاْسِفُوْنَ . لَكِنَّيْ صَكَكْتُهَا صَكَّةً فَاَتَيْتُ رَسُوْلَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَعَظَّمَ ذَلِكَ عَلَيَّ . قُلْتُ يَارَسُوْلَ اللهِ اَفَلاَ اَعْتِقُهَا ؟ قَالَ : اِئْتِنِيْ بِهَا . فَقَالَ لَهَا : اَيْنَ اللهُ ؟ قَالَتْ : فِى السَّمَاءِ . قَالَ : مَنْ اَنَا ؟ قَالَتْ : اَنْتَ رَسُوْلُ اللهِ . قَالَ : اَعْتِقُهَا فِاِنَّهَا مُؤْمِنَة

มุอาวิยะฮ บิน หุกัม อัลอัสละมีย์ กล่าวว่า “ข้าพเจ้ามีทาสหญิงคนหนึ่ง เลี้ยงแพะให้ข้าพเจ้าที่ อุหุด และ ญุวัยนียะฮ ในวันหนึ่ง ข้าพเจ้า พบว่า แพะตัวหนึ่งที่นางดูแล ได้ถูกเสือเอาไป และข้าพเจ้า เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่รู้สึกโกรธ เหมื่อนเหมือนกับ บรรดาผู้ที่โกรธทั้งหลาย แต่ว่า ข้าพเจ้าได้ทุบตีนาง แล้ว ข้าพเจ้าได้ไปหารซูลุ้ลลอฮ Solallah แล้ว ท่านได้ตักเตือนข้าพเจ้า ในเรื่องดังกล่าว ข้าพเจ้าได้กล่าวว่า โอ้ รซูลุลลอฮ ข้าพเจ้าจะปล่อยนางให้เป็นอิสระได้ไหม? ท่านรซูลุลลอฮ กล่าวว่า “นำนางมาที่ฉัน แล้ว รซูลุลลอฮ ได้กล่าวถามนางว่า “อัลลอฮอยู่ใหน? นางกล่าวตอบว่า “ อยู่บนฟากฟ้า” ท่านรซูลุลลอฮ กล่าวว่า “ฉันเป็นใคร? นางกล่าวว่า “ท่านคือ ศาสนทูตของอัลลอฮ ท่านรซูลุลลอฮ จึงกล่าวว่า “ปล่อยนางให้เป็นอิสระเถิด เพราะแท้จริงนางเป็นผู้หญิงที่ศรัทธา – รายงานโดย มุสลิม และอบีดาวูด

หะดิษข้างบนเป็นหะดิษเศาะเฮียะ ความหมายชัดเจนโดย ไม่ต้องเอาปัญญามาตีความตามอารมณ์ ตามสไตล์ อะชาอีเราะฮ แห่งซุนนะฮสะติวเด้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ฉายาแบบตะกับบูรให้ตัวเองว่า "มือพระกาฬ"
ในตอนหนึ่งของหะดิษอัลอิสรอและเมียะรอจญ ท่านบีมูซา อะลัยฮิสสลาม กล่าวแก่ท่านนบี ศอลลั้ลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในคืนเมียะรอจญ(การขึ้นไปยังฟากฟ้าในคืนหนึ่งของท่านนบีมุหัมหมัด ) ว่า

قال‏ إن أمتك لا تستطيع خمس صلوات كل يوم وإني قد جربت الناس قبلك وعالجت
بني إسرائيل أشد المعالجة فارجع إلى ربك فاسأله التخفيف لأمتك، قلت‏ سألت ربي حتى استحييت ولكن أرضى وأسلم، فلما جاوزت ناداني مناد فأمضيت فريضتي وخففت عن عبادي‏.‏


เขา(นบีมูซา) กล่าวว่า “แท้จริงประชาชาติของท่าน ไม่สามารถปฏิบัติละหมาดห้าเวลาให้ครบในทุกๆวันได้ แท้จริงข้าพเจ้าได้ทดลองกับบรรดามนุษย์ก่อนท่าน แล้ว ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติกับพวกบนีอิสรออีลอย่างหนัก(ด้วยการให้ละหมาดสองเราะกะอัตในตอนเช้าและสองเรากะอัตในตอนเย็น แต่พวกเขาไม่มีความสามารถ ดังนั้น จงกลับไปยัง พระผู้อภิบาลของท่าน ขอให้พระองค์ลดย่อนแก่อุมมะฮของท่าน ข้าพเจ้า(ท่านบี ศอลฯ)กล่าวว่า “ ข้าพเจ้าได้ขอต่อพระผู้อภิบาลของข้าพเจ้าแล้ว จนกระทั้งข้าพเจ้า รู้สึกละอาย แต่ ข้าพเจ้าพอใจและยอมรับ แล้วเมื่อข้าพเจ้าเดินผ่านไป ก็มีผู้ประกาศว่า “ แท้จริงเราได้ให้การกำหนดฟัรดูของเรา ผ่านพ้นไปแล้ว และเราได้ผ่อนปรนให้แก่บ่าวของเราแล้ว” – บันทึกโดย อัลบุคอรี 5/66 กิตาบุลเมียะรอจญ์‏
.....................
อัสสุนนะฮ ที่นำมาเสนอข้างต้น ก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้ที่ศรัทธา ในอัลลอฮและรอซูล และคำว่า “จงกลับไปยัง พระผู้อภิบาลของท่าน” อยากจะถามอาชาอีเราะฮว่า ถ้าไม่รู้ว่าพระเจ้าอยู่ใหน แล้ว ไปหาได้อย่างไร และ คำว่า “เมียะรอจญ” คือ การขึ้นไปยังเบื้องสูงใช่หรือไม่ แล้ว ถ้าพระเจ้า ไม่รู้อยู่ใหน แล้วขึ้นไปทำไม ? อะชาอีเราะแห่งซุนนะฮสะติวเด้นครับ กลับไปอยู่ในป่าช้าของคุณเถิด อย่ามาหลอกหลอนผู้คนในเว็บนี้เลย

والله أعلم بالصواب

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Seres
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 30/10/2008
ตอบ: 8


ตอบตอบ: Sat Nov 01, 2008 9:39 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[quote="asan"]
Seres บันทึก:

ในตอนหนึ่งของหะดิษอัลอิสรอและเมียะรอจญ ท่านบีมูซา อะลัยฮิสสลาม กล่าวแก่ท่านนบี ศอลลั้ลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในคืนเมียะรอจญ(การขึ้นไปยังฟากฟ้าในคืนหนึ่งของท่านนบีมุหัมหมัด ) ว่า

قال‏ إن أمتك لا تستطيع خمس صلوات كل يوم وإني قد جربت الناس قبلك وعالجت
بني إسرائيل أشد المعالجة فارجع إلى ربك فاسأله التخفيف لأمتك، قلت‏ سألت ربي حتى استحييت ولكن أرضى وأسلم، فلما جاوزت ناداني مناد فأمضيت فريضتي وخففت عن عبادي‏.‏


เขา(นบีมูซา) กล่าวว่า “แท้จริงประชาชาติของท่าน ไม่สามารถปฏิบัติละหมาดห้าเวลาให้ครบในทุกๆวันได้ แท้จริงข้าพเจ้าได้ทดลองกับบรรดามนุษย์ก่อนท่าน แล้ว ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติกับพวกบนีอิสรออีลอย่างหนัก(ด้วยการให้ละหมาดสองเราะกะอัตในตอนเช้าและสองเรากะอัตในตอนเย็น แต่พวกเขาไม่มีความสามารถ ดังนั้น จงกลับไปยัง พระผู้อภิบาลของท่าน ขอให้พระองค์ลดย่อนแก่อุมมะฮของท่าน ข้าพเจ้า(ท่านบี ศอลฯ)กล่าวว่า “ ข้าพเจ้าได้ขอต่อพระผู้อภิบาลของข้าพเจ้าแล้ว จนกระทั้งข้าพเจ้า รู้สึกละอาย แต่ ข้าพเจ้าพอใจและยอมรับ แล้วเมื่อข้าพเจ้าเดินผ่านไป ก็มีผู้ประกาศว่า “ แท้จริงเราได้ให้การกำหนดฟัรดูของเรา ผ่านพ้นไปแล้ว และเราได้ผ่อนปรนให้แก่บ่าวของเราแล้ว” – บันทึกโดย อัลบุคอรี 5/66 กิตาบุลเมียะรอจญ์‏
.....................
อัสสุนนะฮ ที่นำมาเสนอข้างต้น ก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้ที่ศรัทธา ในอัลลอฮและรอซูล และคำว่า “จงกลับไปยัง พระผู้อภิบาลของท่าน والله أعلم بالصواب[/b]


หลักฐานได้บ่งบอกให้รู้ว่า ท่านนบีไปรับโองการละหมาดกับอัลเลาะฮ์ก็มิได้หมายความพระองค์ทรงมีสถานที่อยู่ ซึ่งเหมือนกับนบีมูซาที่รับโองการจากอัลเลาะฮ์ที่ภูเขาฏูรซีนีน ก็มิได้หมายความว่าพระองค์ทรงอยู่บนโลก ดังนั้นในตัวบทเราแค่รับรู้ว่าท่านนบีทั้งสองไปรับโองการจากอัลเลาะฮ์แค่นั้นก็พอ อย่าคิดไปว่าอยู่บนฟ้าหรืออยู่บนแผ่นดินเพราะตัวบทเมี๊ยะรอจญ์หรือตัวบทอัลกุรอานที่บอกถึงการรับโองการของนบีมูซาก็มิได้บอกเอาไว้ว่าอยู่ที่ใหน ดังนั้นความเข้าใจหรือการวินิจฉัยจากตัวบทจะนำมายืนยันเป็นซีฟัตเกี่ยวกับอัลเลาะฮ์ไม่ได้

ท่านอิมามอันนะวาวีย์กล่าวว่า

فرجعت إلي ربي : معناه رجعت إلي الموضع الذي ناجينته منه أولا فناجيته فيه ثانيا

"ฉันได้กลับไปยังผู้อภิบาลของฉัน หมายถึง ฉันได้กลับไปยังสถานที่ที่ฉันได้เข้าเฝ้าพระองค์ครั้งแรก แล้วฉันก็ไปเข้าเฝ้าพระองค์ในสถานที่นั้นเป็นครั้งที่สอง" ชัรหฺซอฮฺห์มุสลิม (2/214)

ดังนั้นการไปรับโองการบนฟ้าของท่านนบีกับการรับโองการบนดินที่ภูเขาฎูรซีนีน ก็มิได้หมายความว่าอัลเลาะฮ์ทรงมีสถานที่อยู่เป็นการเฉพาะที่บนฟ้าและบนดิน ดังนั้นเราอย่าไปจินตนาการครับ

วัลลอฮุอะลัม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Seres
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 30/10/2008
ตอบ: 8


ตอบตอบ: Sat Nov 01, 2008 10:25 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

asan บันทึก:

........
ทางเว็บซุนนะฮสะดิวเด้น ไม่ยอมรับการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ ทั้งที่หลักฐานชัดเจน ซึ่งไม่บังควรที่จะไปตีความอย่างอื่น


อย่ากล่าวหาครับ ต้องดูรายละเอียดที่ทางอัลอะชาอิเราะฮ์นำเสนอก่อน เรามิได้ปฏิเสธความสูงส่งของอัลเลาะฮ์น่ะครับ

วะฮาบีย์ปัจจุบัน ได้ตีความ โดยอ้างว่า คำว่า الفوقية และ الإستواء นั้น คือความหมายของการมีทิศและมีสถานที่อยู่ข้างบนให้กับอัลเลาะฮฺ แต่ความจริงมันเป็นเพียงแค่คำกล่าวอ้างเท่านั้น เพราะคำว่า الفوقية นั้นไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นสถานที่ หรือที่อยู่ หรือเป็นทิศ แต่คำว่า الفوقية ได้ชี้ถึงความหมายว่า فوقية القهر والقدرة คือพระองค์ทรงอำนาจมีอำนาจเหนือ และอานุภาพเหนือทุกสิ่ง

ดังนั้นคำว่า الفوقية ดังที่ผมได้เคยอธิบายไปแล้ว คือสามารถเข้าใจได้ 2 ความหมาย คือ

1. ความหมายแบบ الحسى (แบบรูปธรรม) เช่นเรากล่าวว่า هذا الكتاب فوق الطاولة “หนังสือเล่มนี้อยู่บนโต๊ะ” ซึ่งความหมายถึงยืนยันแก่เราว่า หนังสืออยู่มีสถานที่อยู่ และมีทิศ คืออยู่บนโต๊ะ ความหมายนี้วะฮาบีย์เอามาใช้กับอัลเลาะฮฺ ก็แสดงว่าการมีอยู่บนอะรัชของอัลเลาะฮฺนั้น คล้ายคลึง تشبيه กับมัคโลค คือมีทิศ มีสถานที่อยู่ แต่วะฮาบีย์บอกว่า “ อัลเลาะฮฺอยู่ไม่เหมือน تمثيل มัคโลค” เราจึงเห็นได้ว่าวะฮาบีย์ปัจจุบันนั้น ปฏิเสธการเหมือน แต่ไม่ปฏิเสธการคล้ายคลึง เพราะคำว่าเหมือน “ตัมซีล” تمثيل นั้นคือเหมือนกันอย่างสมบูรณ์ แต่คำว่า “ตัชบีฮ์” تشبيه คือการคล้ายคลึง ซึ่งหากคล้ายคลึงเพียงแค่ด้านหนึ่ง หรือในแง่มุมหนึ่ง ก็ถือว่า تشبيه แล้ว

2. ความหมายแบบ المعنوى (แบบนามธรรม) เช่นเรากล่าวว่า هذا السلطان فوق ذلك السلطان “ผู้ปกครองอาณาจักรท่านนี้ อยู่เหนือ ผู้ปกครองอาณาจักรท่านนั้น” ซึ่งเราไม่ได้หมายความถึงสถานที่หรือมีที่อยู่แต่อย่างใด และเราก็ไม่ได้หมายถึงผู้ปกครองอณาจักรนั้นยืนอยู่บนหัวผู้ปกครองอีกคน หนึ่ง เพราะคำว่า”เหนือ” ณ ที่นี้ คือผู้ปกครองอาณาจักรท่านนี้มีอำนาจเหนือผู้ปกครองอาณาจักรท่านนั้น ซึ่งความหมายนี้อัลเลาะฮฺทรงตรัสยืนยันไว้เองว่า

وهو القاهر فوق عباده

“และพระองค์ทรงมีอำนาจเหนือข้าทาสของพระองค์” อัลอันอาม 18

ท่าน อัฏเฏาะบะรีย์ ได้สรุปอธิบายอายะฮ์นี้ว่า

فَهُوَ فَوْقهمْ بِقَهْرِهِ إِيَّاهُمْ , وَهُمْ دُونه

" ดังนั้นพระองค์จึงอยู่เหนือพวกเขาด้วยอำนาจของพระองค์ต่อพวกเขา(มิใช่ด้วยซา ตของพระองค์)และพวกเขาก็อยู่ภายใต้(อำนาจ)พระองค์" ตัฟซีรอัฏเฏาะบะรีย์ ซูเราะฮ์อัลอันอาม อายะฮ์ที่ 18

ท่านชัยคุลอิสลาม อัลฮาฟิซฺ อิบนุหะญัร อัลอัสกอลานีย์กล่าวว่า

وَلَا يَلْزَمُ مِنْ كَوْنِ جِهَتَىِ الْعُلُوِّ وَالسُّفْلِ مُحَالاً عَلىَ اللهِ أَنْ لاَ يُوْصَفُ بِالْعُلُوِّ ، لِأَنَّ وَصْفُهُ بِالْعُلُوَّ مِنْ جِهَةِ الْمَعْنَى ، وَالْمُسْتَحِيْلُ كََوْنُ ذَلِكَ مِنْ جِهَةِ الْحِسِّ وَلِذَلِكَ وَرَدَ فِىْ صِفَتِهِ الْعَالِى وَالعَلِىُّ وَالْمُتَعَالِى ، وَلَمْ يَرِدْ ضِدُّ ذَلِكَ ,إِنْ كَانَ قَدْ أَحَاطَ بِكُلِّ شَىْءٍ عِلْماُ جَلَّ وَعَزَّ

ความว่า “ ไม่จำเป็นจากการมีสองทิศสูง(บน)และทิศล่างนั้น เป็นสิ่งเป็นไปไม่ได้สำหรับอัลเลาะฮ์ที่พระองค์ไม่มีคุณลักษณะที่สูงส่ง เพราะลักษณะความสูงส่งของพระองค์นั้น มาจากด้านของนามธรรม(คือสูงส่งมิใช่รูปธรรมที่อยู่ในความหมายที่พระองค์มี สถานที่สถิตอยู่ให้กับพระองค์) และเป็นสิ่งที่เป็นไม่ได้ กับ(การมีคุณลักษณะสูงส่ง)ดังกล่าวนั้นมาจากด้าน(ความหมาย)ที่เป็นรูปธรรม สัมผัสได้(คือมีสถานที่อยู่แบบสูงๆขึ้นไป) และด้วยเหตุดังกล่าวนี้ คำว่า العالى والعلى والمتعالى (หมายถึงพระองค์ทรงสูงส่งยิ่ง) จึงมีมาอยู่ในลักษณะของพระองค์ และไม่มีระบุมาโดยตรงกันข้ามกับสิ่งดังกล่าวเลย และหากแม้ว่าพระองค์ทรงห้อมล้อมทุก ๆ สิ่งด้วยความรอบรู้ของพระองค์สักทีก็ตาม” ดู ฟัตหฺ อัลบารีย์ เล่ม 6 หน้า 136

เรามาเข้าใจประเด็นคำ ที่ว่า ซีฟัตอุลู้ว์ صِفَةُ الْعُلُوِّ "คุณลักษณะอันสูง..." ของอัลเลาะฮ์ กันครับ ซึ่งคำว่า الْعُلُوِّ (อัลอุลุ้วฺ) ที่แปลว่า "สูง" นี้ ในหลักภาษาอาหรับให้ความหมายได้ทั้งรูปธรรมและนามธรรม ซึ่งตรงนี้จึงมีความเข้าใจในหลักอะกีดะฮ์ที่ต่างกัน

1. หลักอะกีดะฮ์ของวะฮาบีย์ : คืออัลเลาะฮ์มีคุณลักษณะที่สูง (ให้ความหมายในรูปธรรม) หมายถึง สถิตอยู่ในสถานที่สูง ๆ ขึ้นไป

2. หลักอะกีดะฮ์ของอัลอะชาอิเราะฮ์ : คืออัลเลาะฮ์มีคุณลักษณะที่สูง (ให้ความหมายในนามธรรม) หมายถึง มีคุณลักษณะที่สูงส่ง

ท่าน อัฏเฏาะบะรีย์อุลามาอฺสะลัฟ ได้ให้น้ำหนักและทอนความหมายให้อยู่ในเชิงของนามธรรม(คือคุณลักษณะสูงส่ง) ครับ ซึ่งท่านกล่าวว่า

فَإِنْ زَعَمَ أَنَّ ذَلِكَ لَيْسَ بِإِقْبَالِ فِعْل وَلَكِنَّهُ إقْبَال تَدْبِير , قِيلَ لَهُ : فَكَذَلِكَ فَقُلْ : عَلَا عَلَيْهَا عُلُوّ مُلْك وَسُلْطَان لَا عُلُوّ انْتِقَال وَزَوَال

"ดังนั้น ก็จะถูกกล่าวแก่เขาว่า ท่านอ้างว่า การตีความคำว่า "استوى" นั้น คือ การมุ่งหน้า . ฉะนั้น หรือว่าพระองค์ทรงผินหลังให้กับฟากฟ้า จากนั้นพระองค์ก็มุ่งไปยังฟากฟ้า?? แต่หากเขาอ้างว่า ดังกล่าวนั้น ไม่ใช่การมุ่งหน้าแบบกระทำ(มุ่งหน้า) แต่เป็นการมุ่งบริหาร. (ท่านอัฏเฏาะบะรีย์จึงกล่าวตอบโต้ว่า) ก็ให้กล่าวแก่เขาว่า ดังนั้น แบบนั้นแหละ(คือการให้ความหมายว่าเป็นการมุ่งกระทำเชิงบริหาร) ท่าน จงกล่าวว่า "พระองค์ทรงสูงส่งเหนือฟากฟ้า แบบการสูงส่งของการปกครองและอำนาจ (ไม่ใช่อยู่สูงแบบมีสถานที่) ไม่ใช่สูงแบบเคลื่อนย้ายและก็หายไป" (ดู ตัฟซีร เฏาะบะรีย์ เล่ม 1 หน้า 192)

หมายเหตุ : แต่วะฮาบีย์บอกว่าอัลเลาะฮ์เคลื่อนย้าย!?

http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php?topic=3546.75
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Nov 01, 2008 11:18 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[quote="Seres"]
asan บันทึก:

........
ทางเว็บซุนนะฮสะดิวเด้น ไม่ยอมรับการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ ทั้งที่หลักฐานชัดเจน ซึ่งไม่บังควรที่จะไปตีความอย่างอื่น


อย่ากล่าวหาครับ ต้องดูรายละเอียดที่ทางอัลอะชาอิเราะฮ์นำเสนอก่อน เรามิได้ปฏิเสธความสูงส่งของอัลเลาะฮ์น่ะครับ
.........
ไปแก้ตัวในเว็บของคุณนะครับ แล้วลิงค์มา แล้วให้ผู้อ่านเขาพิจารณา ว่า ระหว่าง ตัวบท กับ การใช้ปัญญาไปเปลี่ยนความหมายของตัวบทนั้น อะไรน่าเชื่อถือมากกว่ากัน

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Nov 01, 2008 11:19 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[quote="asan"]
Seres บันทึก:
asan บันทึก:

........
ทางเว็บซุนนะฮสะดิวเด้น ไม่ยอมรับการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ ทั้งที่หลักฐานชัดเจน ซึ่งไม่บังควรที่จะไปตีความอย่างอื่น


อย่ากล่าวหาครับ ต้องดูรายละเอียดที่ทางอัลอะชาอิเราะฮ์นำเสนอก่อน เรามิได้ปฏิเสธความสูงส่งของอัลเลาะฮ์น่ะครับ

.........
ไปแก้ตัวในเว็บของคุณนะครับ แล้วลิงค์มา แล้วให้ผู้อ่านเขาพิจารณา ว่า ระหว่าง ตัวบท กับ การใช้ปัญญาไปเปลี่ยนความหมายของตัวบทนั้น อะไรน่าเชื่อถือมากกว่ากัน

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Seres
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 30/10/2008
ตอบ: 8


ตอบตอบ: Sat Nov 01, 2008 12:02 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[quote="asan"][quote="asan"][quote="Seres"]
asan บันทึก:

[b]ไปแก้ตัวในเว็บของคุณนะครับ แล้วลิงค์มา แล้วให้ผู้อ่านเขาพิจารณา ว่า ระหว่าง ตัวบท กับ การใช้ปัญญาไปเปลี่ยนความหมายของตัวบทนั้น อะไรน่าเชื่อถือมากกว่ากัน


อย่าเข้าใจผิดครับ เพราะที่ทางเว็บซุนนะฮ์สติวเด้นได้นำเสนอนั้น มีตัวบทอัลกุรอานและซุนนะฮ์ที่ซอฮิห์ล้วน ๆ พร้อมกับคำยืนยันจากอุลามาอฺสะละฟุศศอลิห์และนักปราชญ์อะฮ์ลุลฮะดิษ ดังนั้นทางเว็บซุนนะฮ์สติวเด้นได้ยกอายะฮ์และซุนนะฮ์ซอฮิหฺมากมายแล้วทำไมถึงบอกว่า ใช้สติปัญญาล่ะครับ

ดังนั้นถ้าจะวิจารณ์แนวทางอัลอะชาอิเราะฮ์ก็วิจารณ์ไป แต่หากวิจารณ์อัลอะชาอิเราะฮ์แล้วเจาะจงชื่อเว็บหรือชื่อบุคคลแล้วมาด่าประณามนั้น ทางผู้ถูกด่าประณามไม่มีสิทธิ์เข้ามาชี้แจงหรือครับ?

ฉะนั้น ถ้าหากว่าพูดจาพาดพิงประณามผู้อื่น ก็ต้องกล้าที่จะร่วมเสวนากับผู้ที่พวกท่านประณาม ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ "พูดความจริงแม้จะขมขื่นก็ตาม" ครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Nov 01, 2008 4:39 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[quote="Seres"][quote="asan"][quote="asan"]
Seres บันทึก:
asan บันทึก:

[b]ไปแก้ตัวในเว็บของคุณนะครับ แล้วลิงค์มา แล้วให้ผู้อ่านเขาพิจารณา ว่า ระหว่าง ตัวบท กับ การใช้ปัญญาไปเปลี่ยนความหมายของตัวบทนั้น อะไรน่าเชื่อถือมากกว่ากัน


อย่าเข้าใจผิดครับ เพราะที่ทางเว็บซุนนะฮ์สติวเด้นได้นำเสนอนั้น มีตัวบทอัลกุรอานและซุนนะฮ์ที่ซอฮิห์ล้วน ๆ พร้อมกับคำยืนยันจากอุลามาอฺสะละฟุศศอลิห์และนักปราชญ์อะฮ์ลุลฮะดิษ ดังนั้นทางเว็บซุนนะฮ์สติวเด้นได้ยกอายะฮ์และซุนนะฮ์ซอฮิหฺมากมายแล้วทำไมถึงบอกว่า ใช้สติปัญญาล่ะครับ

ดังนั้นถ้าจะวิจารณ์แนวทางอัลอะชาอิเราะฮ์ก็วิจารณ์ไป แต่หากวิจารณ์อัลอะชาอิเราะฮ์แล้วเจาะจงชื่อเว็บหรือชื่อบุคคลแล้วมาด่าประณามนั้น ทางผู้ถูกด่าประณามไม่มีสิทธิ์เข้ามาชี้แจงหรือครับ?

ฉะนั้น ถ้าหากว่าพูดจาพาดพิงประณามผู้อื่น ก็ต้องกล้าที่จะร่วมเสวนากับผู้ที่พวกท่านประณาม ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ "พูดความจริงแม้จะขมขื่นก็ตาม" ครับ

...........
ยกอัลกุรอ่านและหะดิษ เพื่อมาทำปู้ยี้ปู้ยำ แล้วบางกระทู้เอาชื่อบุคคลที่สามมาโจมตี เอาละที่นี้ ขออนุญาตเอาชื่อจริงของเว็บมาสเตอร์ซุนนะฮสะติวเด้นมาเปิดเผยบ้าง ดีไหมคับ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Nov 01, 2008 5:16 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ยกตัวอย่างการที่อะชาอีเราะฮเอาอัลกุรอ่านมายำ

تَعْرُجُ الْمَلائِكَةُ وَالرُّوحُ إِلَيْهِ فِي يَوْمٍ كَانَ مِقْدَارُهُ خَمْسِينَ أَلْفَ سَنَةٍ[
มะลาอิกะฮฺและอัรรูฮ์(ญิบริล)จะขึ้นไปหาพระองค์ในวันหนึ่งซึ่งกำหนดของมันเท่ากับห้าหมื่นปี (ของโลกนี้) [14]
..........................
[14] อัล มาอะริจจ์: 4
.............

ข้างต้นชัดเจนว่า มลาอิกะฮ และอัรรูห (หมายถึงญิบรีล ตามคำอธิบายของอิบนุญะรีร ผู้ที่อะชาอีเราะฮมักจะอ้างอยู่เสมอ และนักตัฟสีรบางท่านกล่าวว่า หมายถึงวิญญาณผู้ตาย) ขึ้นไปยังอัลลอฮ ซุบฮานะฮุวะตะอาลา คำว่า “ขึ้นไปยัง” ก็แสดงว่าอยู่เบื้องสูง หรือ ทิศเบื้องสูง ส่วนลักษณะจะเป็นอย่างไร สติปัญญาย่อมจินตนาการไปไม่ถึง เพราะทรงไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน ท่านนบี ก็ไม่ได้อธิบายรูปแบบไว้ เราเชื่อแค่นี้ เชื่อตามที่ปรากฏในตัวบท แต่อาชาอีเราะฮ โจมตีว่า “มีอะกีดะฮที่หลุ่มหลง และบิดอะฮ”

อิบนิกะษีร (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)อธิบายว่า
وَفِي الْحَدِيث الَّذِي رَوَاهُ الْإِمَام أَحْمَد وَأَبُو دَاوُد وَالنَّسَائِيّ وَابْن مَاجَهْ مِنْ حَدِيث الْمِنْهَاج عَنْ زَاذَان عَنْ الْبَرَاء مَرْفُوعًا الْحَدِيث بِطُولِهِ فِي قَبْض الرُّوح الطَّيِّبَة قَالَ فِيهِ " فَلَا يَزَال يَصْعَد بِهَا مِنْ سَمَاء إِلَى سَمَاء حَتَّى يَنْتَهِي بِهَا إِلَى السَّمَاء الَّتِي فِيهَا اللَّه "
ในหะดิษซึ่งรายงานโดย อิหม่ามอะหมัด,อบูดาวูด,อันนะสาอีย์และอิบนุมาญะฮ จากหะดิษ อัลมินฮาจญ์ จากซาดาน จาก อัลบะรออฺ เป็นหะดิษสืบไปถึงนบี(หะดิษมัรฟัวะ) ซึ่งเป็นหะดิษที่มีเนื้อหายาว ในเรื่อง การเอาชีวิตที่ดี ท่านนบี ได้กล่าวในหะดิษดังกล่าวว่า “ เขาได้นำมัน ขึ้นไป จากฟากฟ้าหนึ่ง ไปยัง อีกฟากฟ้าหนึ่ง จนกระทั่งเขาได้นำมันไปถึงฟากฟ้าที่อัลลอฮ อยู่บนมัน – ตัฟสีรอิบนุกะษีร อรรถาธิบาย ซูเราะฮอัลมะอาริจญ์ อายะฮที่ 4
2. อิบนุญะรีร (ขออัลอฮเมตตาต่อท่าน)อธิบายว่า
تَصْعَد الْمَلَائِكَة وَالرُّوح , وَهُوَ جِبْرِيل عَلَيْهِ السَّلَام إِلَيْهِ , يَعْنِي إِلَى اللَّه جَلَّ وَعَزَّ ; وَالْهَاء فِي قَوْله { إِلَيْهِ } عَائِدَة عَلَى اسْم اللَّه
มลาอิกะฮและอัรรูหฺ ขึ้นไป และเขาคือ ญิบรีล อะลัยฮิสสลาม ยังพระองค์ หมายถึง ไปยังอัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเลิศยิ่ง และ อักษรฮา ในคำตรัสที่ว่า(อิลัยฮิ) กลับไปยังพระนามของอัลลอฮ (หมายถึงเป็นสรรพนามแทนชื่ออัลลอฮ) – ดู – ตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบาย ซูเราะฮอัลมะอาริจญ์ อายะฮที่ 4
…………..
คำอธิบายก็ชัดเจน ท่านอิบนุกะษีร และอิบนุญะรีรไม่ได้ปฏิเสธ ว่า “มลาอิกะฮ และอัรรูหฺไม่ได้ขึ้นไปยังอัลลอฮ”
และหะดิษที่ท่านอิบนิกะษีร อ้างก็เป็นหะดิษเศาะเฮียะ รายงานโดย อิหม่ามอะหมัด หะดิษหมายเลข 18063 ในมัจญมัวอัซซวาอิดระบุว่า บรรดาผู้รายงานมัน เป็นบรรดาผู้รายงานที่ถูกต้อง(رجاله رجال الصحيح) แต่อะชาอิเราะเข้ามาบอกคนอาวามว่า “เฎาะอีฟ” ในเว็บตัวเองกล่าวหาว่าผู้อื่นอ่อนหัดในเรื่องหะดิษ ตรวจสอบทุกสายรายงานแล้วหรือยัง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Sun Nov 02, 2008 9:58 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
maliksn
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/10/2008
ตอบ: 164


ตอบตอบ: Sat Nov 01, 2008 6:12 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[quote="Seres"]
asan บันทึก:
Seres บันทึก:

ในตอนหนึ่งของหะดิษอัลอิสรอและเมียะรอจญ ท่านบีมูซา อะลัยฮิสสลาม กล่าวแก่ท่านนบี ศอลลั้ลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในคืนเมียะรอจญ(การขึ้นไปยังฟากฟ้าในคืนหนึ่งของท่านนบีมุหัมหมัด ) ว่า

قال‏ إن أمتك لا تستطيع خمس صلوات كل يوم وإني قد جربت الناس قبلك وعالجت
بني إسرائيل أشد المعالجة فارجع إلى ربك فاسأله التخفيف لأمتك، قلت‏ سألت ربي حتى استحييت ولكن أرضى وأسلم، فلما جاوزت ناداني مناد فأمضيت فريضتي وخففت عن عبادي‏.‏


เขา(นบีมูซา) กล่าวว่า “แท้จริงประชาชาติของท่าน ไม่สามารถปฏิบัติละหมาดห้าเวลาให้ครบในทุกๆวันได้ แท้จริงข้าพเจ้าได้ทดลองกับบรรดามนุษย์ก่อนท่าน แล้ว ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติกับพวกบนีอิสรออีลอย่างหนัก(ด้วยการให้ละหมาดสองเราะกะอัตในตอนเช้าและสองเรากะอัตในตอนเย็น แต่พวกเขาไม่มีความสามารถ ดังนั้น จงกลับไปยัง พระผู้อภิบาลของท่าน ขอให้พระองค์ลดย่อนแก่อุมมะฮของท่าน ข้าพเจ้า(ท่านบี ศอลฯ)กล่าวว่า “ ข้าพเจ้าได้ขอต่อพระผู้อภิบาลของข้าพเจ้าแล้ว จนกระทั้งข้าพเจ้า รู้สึกละอาย แต่ ข้าพเจ้าพอใจและยอมรับ แล้วเมื่อข้าพเจ้าเดินผ่านไป ก็มีผู้ประกาศว่า “ แท้จริงเราได้ให้การกำหนดฟัรดูของเรา ผ่านพ้นไปแล้ว และเราได้ผ่อนปรนให้แก่บ่าวของเราแล้ว” – บันทึกโดย อัลบุคอรี 5/66 กิตาบุลเมียะรอจญ์‏
.....................
อัสสุนนะฮ ที่นำมาเสนอข้างต้น ก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้ที่ศรัทธา ในอัลลอฮและรอซูล และคำว่า “จงกลับไปยัง พระผู้อภิบาลของท่าน والله أعلم بالصواب[/b]


หลักฐานได้บ่งบอกให้รู้ว่า ท่านนบีไปรับโองการละหมาดกับอัลเลาะฮ์ก็มิได้หมายความพระองค์ทรงมีสถานที่อยู่ ซึ่งเหมือนกับนบีมูซาที่รับโองการจากอัลเลาะฮ์ที่ภูเขาฏูรซีนีน ก็มิได้หมายความว่าพระองค์ทรงอยู่บนโลก ดังนั้นในตัวบทเราแค่รับรู้ว่าท่านนบีทั้งสองไปรับโองการจากอัลเลาะฮ์แค่นั้นก็พอ อย่าคิดไปว่าอยู่บนฟ้าหรืออยู่บนแผ่นดินเพราะตัวบทเมี๊ยะรอจญ์หรือตัวบทอัลกุรอานที่บอกถึงการรับโองการของนบีมูซาก็มิได้บอกเอาไว้ว่าอยู่ที่ใหน ดังนั้นความเข้าใจหรือการวินิจฉัยจากตัวบทจะนำมายืนยันเป็นซีฟัตเกี่ยวกับอัลเลาะฮ์ไม่ได้

ท่านอิมามอันนะวาวีย์กล่าวว่า

فرجعت إلي ربي : معناه رجعت إلي الموضع الذي ناجينته منه أولا فناجيته فيه ثانيا

"ฉันได้กลับไปยังผู้อภิบาลของฉัน หมายถึง ฉันได้กลับไปยังสถานที่ที่ฉันได้เข้าเฝ้าพระองค์ครั้งแรก แล้วฉันก็ไปเข้าเฝ้าพระองค์ในสถานที่นั้นเป็นครั้งที่สอง" ชัรหฺซอฮฺห์มุสลิม (2/214)

ดังนั้นการไปรับโองการบนฟ้าของท่านนบีกับการรับโองการบนดินที่ภูเขาฎูรซีนีน ก็มิได้หมายความว่าอัลเลาะฮ์ทรงมีสถานที่อยู่เป็นการเฉพาะที่บนฟ้าและบนดิน ดังนั้นเราอย่าไปจินตนาการครับ

วัลลอฮุอะลัม



Exclamation
แล้วทีนี้มาบอกว่าเราอย่าไปจินตนาการ? ยุคสะลัฟเค้าไม่คิด เค้าไม่จินตนาการกันอยู่แล้ว แต่มีพวกรุ่นหลังเนี่ยแหละ ที่มานั่งนึก นั่งคิด ต่ออัลลอฮ์ว่า พระองค์อยู่บนฟ้าไม่ได้ อยู่บนดินไม่ได้ ไม่เหมาะสมกับพระองค์ ต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ ก็นี่แหละครับ ที่ผมบอกว่า จะไปคิดทำใมให้มันเมื่อย ก็ในเมื่ออัลกุรอ่านบอก อัลฮาดีษบอก ว่านบีมูซาไปรับคัมภีร์ที่ไหน นบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) ไปรับบัญญัติการละหมาดที่ไหน ไปยังไง เราก็รับรู้ แล้วก็เชื่อไปตามนั้น ก็แค่นี้ ไม่ต้องไปเจาะ

ถึงได้บอกว่า แนวทางอัลอะชาอิเราะฮ์ ของ al-azhary มันอันตราย ถ้าคนเอาวามได้เรียนรู้ จะทำให้ต้องคิดต่อ ต้องเจาะเข้าไป ว่าเป็นยังไง แบบไหน ถ้าคนมีความรู้หน่อย ก็จะเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าเป็นคนเอาวามก็จะยาก มีโอกาสหลุดได้ง่าย แนวทางอะลุ้ลกะลามมันเหมือนยาเสพติด เมื่อเสพเข้าไปแล้ว ก็ยิ่งอยากเสพ เปรียบได้กับแนวทางของ al-azhary ที่เรียนรู้แล้ว ก็กระหายอยากที่จะเรียนรู้เข้าไปอีก จนสุดท้ายเผลอปฏิเศษอัลกุรอ่าน หรืออัลฮาดีษบางอย่างไปแบบไม่รู้ตัว(หรือบางทีก็บอกว่าฮาดีษฏออีฟบ้าง ทั้งๆ ที่ศอเฮียะ ทำนองนี้) เพราะมันดันไม่ลงล็อคกับความเชื่อของตัวเองที่ไปเจาะประเด็นที่ไม่บังควร

al-azhary คิดจะเอาประเด็นอากีดะตรงนี้มาโจมตีซุนนะฮ์ว่ามีความเชื่ออันตราย แต่สุดท้ายกลายเป็นว่า แนวทางที่ตนเองยึดถือ กลายเป็นแนวทางอันตรายซะเอง กลับตัวกลับใจเถอะ al-azhary หยุดเจาะประเด็นที่เกินสติปัญญามนุษย์ได้แล้ว อัลกุรอ่าน อัลฮาดิษบอกมาอย่างไร ก็เชื่อไปอย่างนั้น ไม่ต้องไปคิดมากให้เมื่อย

ถ้ากลับลำไม่ได้ ก็พอเข้าใจนะ ก็คนมันขี่หลังเสือแล้ว จะให้ลงได้ไง จริงมั้ย al-azhary?
แต่ยังไงๆ ก็กลับลำซะเถอะ เดี๋ยวเดือดร้อนวันอาคิเราะฮ์
Exclamation


_________________

คุณโต๊ะครูแห่งเว็บซุนนะฮสะติวเด้นครับ
ตอนนี้รู้สึกก้นร้อนแล้วใช่ไหม คงทำกรรมไว้เยอะในเว็บของตัวเอง ตั้งชื่อว่า "เว็บนักเรียนซุนนะฮ แต่เป้าหมายเพื่อโจมตี พวกที่ตนเองฉายาวะฮบีย์ ผมเข้าไปก็หลายครั้ง แต่ก็ถูกบอร์ดีการ์ดเว็บนี้เล่นสกปรก ก็เลยไม่อยากเข้าไปยุ่ง แต่เมื่อเห็นแต่ละกระทู้มันเด็มไปด้วยโจมตีวะฮบียเกือบทุกกระทู้ จึงต้องเอาข้อความที่เป็นการใส่ร้าย โกหก บิดเบือนมาชี้แจงให้เพื่อปกป้องอัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ ที่ถูกนำไปปู้ยีปู้ยำ ก็แค่นั้น ไปทำหน้าที่ของท่านต่อในเว็บของท่านเถอะครับ อย่าเอาปัญญามาวิจารณ์สิฟัตอัลลอฮให้แปะเปื้อนในเว็บนี้เลยครับ เพราะเว็บนี้ทุกคนมีตัวตน เปิดเผย และเป็นองค์กรที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย ไม่ใช่เว็บเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำลายวะฮบีย์ แต่เจ้าของเว็บกลับไม่กล้าเปิดตัว โผล่ขึ้นมาจากบ่อโคลนบ่อบำบัดน้ำเสียได้แล้วครับท่านพวกคุณไม่มีทางเอาชนะสุนนะฮ เพราะคุณใช้บิดอะฮเป็นอาวุธ แล้วตอนนี้เอาวิชากะลาม มาวิจารณ์สิฟัตอัลลอฮ โดยคิดว่า พอที่จะสู้พวกวะฮบีย์ได้ จริงเขาสนหรอกครับ ถ้าพวกท่านไม่มาโจมตี
= บังอะซันเขียน อ่านแล้วได้แรงอก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Nov 01, 2008 10:01 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Seres บันทึก:
[
อยากจะบอกให้ไปดูการวิจารณ์ของท่านอิบนุกะษีรในตัฟซีรของท่านในส่วนที่เหลือ และผมขอกล่าวสั้น ๆ ฮะดิษเรื่องนี้มีหลายสายรายงานซึ่งถ้อยคำต่างกันไป โดยไม่มีคำว่า "อัลเลาะฮ์อยู่ในท้องฟ้าชั้นที่ 7) ซึ่งชี้ว่าตัวบทมีถ้อยคำที่สับสน(มุฏร็อบ)
นำเสนอรายละเอียดไปก็ถูกลบอีกนั่นแหละครับ

.............
ที่สับสนไม่ใช่หะดิษแต่ตัวคุณเองนั้นแหละสับสน และเพื่อไม่ให้สับสนโปรดใช้ตาดูข้างล่างนี้
تحضر الملائكة فإذا كان الرجل صالحا قالوا اخرجي أيتها النفس الطيبة كانت في الجسد الطيب اخرجي حميدة وأبشري بروح وريحان ورب راض غير غضبان فلا يزال يقال لها ذلك حتى تخرج ثم يعرج بها إلى السماء فيفتح لها فيقال من هذا فيقولون فلان بن فلان فيقال مرحبا بالنفس الطيبة كانت في الجسد الطيب ادخلي حميدة وأبشري بروح وريحان ورب راض غير غضبان فلا يزال يقال لها ذلك حتى تنتهي إلى السماء التي فيها الله تبارك وتعالى ، فإذا كان الرجل السوء قال اخرجي أيتها النفس الخبيثة كانت في الجسد الخبيث ، اخرجي ذميمة وأبشري بجحيم وغساق وآخر من شكله أزواج ، فلا يزال يقال لها ذلك حتى تخرج ثم يعرج بها إلى السماء فيستفتح لها فيقال من هذا فيقال فلان : فيقال لا مرحبا بالنفس الخبيثة كانت في الجسد الخبيث ارجعي ذميمة فإنها لا تفتح لك أبو اب السماء ، فترسل من السماء ثم تصير إلى القبر
الراوي: أبو هريرة المحدث: القرطبي المفسر - المصدر: التذكرة للقرطبي - الصفحة أو الرقم: 51
خلاصة الدرجة: إسناده صحيح ثابت............................
حديث أن المؤمن تحضره الملائكة فإذا كان الرجل الصالح قالوا اخرجي أيتها النفس الطيبة كانت في الجسد الطيب اخرجي حميدة وأبشري بروح وريحان ورب غير غضبان فلا يزال يقال لها حتى تخرج فيعرج بها حتى ينتهي بها إلى السماء فيستفتح لها فيقال من هذا ؟ فيقال فلان ابن فلان فيقال مرحبا بالنفس الطيبة كانت في الجسد الطيب ادخلي حميدة وأبشري بروح وريحان ورب غير غضبان فلا يزال يقال لها فيقال لها ذلك حتى ينتهي بها إلى السماء التي فيها الله عز وجل . وإذا كان الرجل السوء قال اخرجي أيتها النفس الخبيثة كانت في الجسد الخبيث اخرجي ذميمة وأبشري بحميم وغساق وآخر من شكله أزواج فلا يزال يقال لها ذلك حتى تخرج فينتهي بها إلى السماء فيقال من هذا ؟ فيقال فلان ابن فلان فيقال لا مرحبا بالنفس الخبيثة كانت في الجسد الخبيث ارجعي ذميمة فإنه لا تفتح لك أبواب السماء فترسل إلى الأرض ثم تصير إلى القبر
الراوي: أبو هريرة المحدث: ابن القيم - المصدر: الروح - الصفحة أو الرقم: 2/589
خلاصة الدرجة: صحيح
......................
إن الميت تحضره الملائكة فإذا كان الرجل صالحا قالوا اخرجي أيتها النفس الطيبة كانت في الجسد الطيب اخرجي حميدة وأبشري بروح وريحان ورب غير غضبان قال فيقولون ذلك حتى يعرج به إلى السماء فيستفتح لها فيقال من هذا فيقولون فلان فيقال مرحبا بالنفس الطيبة التي كانت في الجسد الطيب ادخلي حميدة وأبشري بروح وريحان ورب غير غضبان فيقال لها ذلك حتى تنتهي إلى السماء التي فيها الله تعالى ذكره وإذا كان الرجل السوء قال اخرجي أيتها النفس الخبيثة كانت في الجسد الخبيث اخرجي ذميمة وأبشري بحميم وغساق وآخر من شكله أزواج فيقولون ذلك حتى تخرج ثم يعرج بها إلى السماء فيستفتح لها فيقال من هذا فيقولون فلان فيقولون لا مرحبا بالنفس الخبيثة كانت في الجسد الخبيث ارجعي ذميمة فإنه لن يفتح لك أبواب السماء فترسل بين السماء والأرض فتصير إلى القبر فيجلس الرجل الصالح في قبره غير فزع فيقال فيم كنت فيقول في الإسلام فيقال ما هذا الرجل فيقول محمد رسول الله صلى الله عليه وسلم جاءنا بالبينات من قبل الله فآمنا وصدقنا فيقال هل رأيت الله فيقول ما ينبغي لأحد يراه فتفرج له فرجة قبل النار فينظر إليها يحطم بعضها بعضا فيقال انظر ما وقاك الله ثم تفرج له فرجة قبل الجنة فينظر إلى زهرتها وما فيها فيقال هذا مقعدك ثم يقال على اليقين كنت وعليه مت وعليه تبعث إن شاء الله ويجلس الرجل السوء في قبره ثم يقال فيم كنت فيقول لا أدري فيقال من هذا الرجل فيقول سمعت الناس يقولون فتفرج له فرجة إلى الجنة فينظر إلى زهرتها وما فيها فيقال انظر ما صرف الله عنك ثم تفرج له فرجة قبل النار فينظر إليها يحطم بعضها بعضا فيقال هذا مقعدك ثم يقال على شك كنت وعليه مت وعليه تبعث إن شاء الله ثم يعذب
الراوي: أبو هريرة المحدث: ابن جرير الطبري - المصدر: مسند عمر - الصفحة أو الرقم: 2/503
خلاصة الدرجة: إسناده صحيح...................
إن الميت تحضره الملائكة ، فإذا كان الرجل صالحا قيل : اخرجي أيتها النفس الطيبة ، كانت في جسد طيب ، اخرجي حميدة وأبشري بروح وريحان ، ورب غير غضبان . قال : فيقولون ذلك حتى تخرج ، فإذا خرجت عرجت إلى السماء فيستفتح لها ، فيقال : من هذا ؟ فيقال : فلان ، فيقال : مرحبا بالنفس الطيبة كانت في الجسد الطيب ، ادخلي حميدة وأبشري بروح وريحان ، ورب غير غضبان ، فيقال لها كذلك حتى تنتهي إلى السماء التي فيها الرب تبارك وتعالى
الراوي: أبو هريرة المحدث: ابن خزيمة - المصدر: التوحيد - الصفحة أو الرقم: 277/1
خلاصة الدرجة: [أشار في المقدمة أنه صح وثبت بالإسناد الثابت الصحيح]

............................

الميت تحضره الملائكة , فإذا كان الرجل الصالح قالوا : اخرجي أيتها النفس المطمئنة كانت في الجسد الطيب , اخرجي حميدة , وأبشري بروح وريحان , ورب غير غضبان , فيقولون ذلك حتى يعرج بها إلى السماء , فيستفتح لها , فيقال : من هذا ؟ فيقولان : فلان . فيقال : مرحبا بالنفس الطيبة التي كانت في الجسد الطيب , ادخلي حميدة , وأبشري بروح وريحان , ورب غير غضبان , فيقال لها ذلك حتى ينتهي بها إلى السماء التي فيها الله , عز وجل . وإذا كان الرجل السوء قالوا : اخرجي أيتها النفس الخبيثة كانت في الجسد الخبيث , اخرجي ذميمة , وأبشري بحميم وغساق , وآخر من شكله أزواج , فيقولون ذلك حتى تخرج , ثم يعرج بها إلى السماء فيستفتح لها , فيقال : من هذا ؟ فيقولون : فلان . فيقولون : لا مرحبا بالنفس الخبيثة كانت في الجسد الخبيث , ارجعي ذميمة , فإنه لم يفتح لك أبواب السماء , فترسل بين السماء والأرض , فتصير إلى القبر
الراوي: أبو هريرة المحدث: أحمد شاكر - المصدر: عمدة التفسير - الصفحة أو الرقم: 2/22
خلاصة الدرجة: [أشار في المقدمة إلى صحته]
...................................
إن الميت تحضره الملائكة فإذا كان الرجل الصالح قالوا اخرجي أيتها النفس الطيبة كانت في الجسد الطيب اخرجي حميدة وأبشري بروح وريحان ورب غير غضبان قال فلا يزال يقال ذلك حتى تخرج ثم يعرج بها إلى السماء فيستفتح لها فيقال من هذا فيقال فلان فيقولون مرحبا بالنفس الطيبة كانت في الجسد الطيب ادخلي حميدة وأبشري بروح وريحان ورب غير غضبان قال فلا يزال يقال لها حتى ينتهي بها إلى السماء التي فيها الله عز وجل وإذا كان الرجل السوء قالوا اخرجي أيتها النفس الخبيثة كانت في الجسد الخبيث اخرجي ذميمة وأبشري بحميم وغساق وآخر من شكله أزواج فلا يزال حتى يخرج ثم يعرج بها إلى السماء فيستفتح لها فيقال من هذا فيقال فلان فيقال لامرحبا بالنفس الخبيثة كانت في الجسد الخبيث ارجعي ذميمة فإنه لا يفتح لك أبواب السماء فترسل من السماء ثم تصير إلى القبر فيجلس الرجل الصالح فيقال له مثل ما قيل له في الحديث الأول ويجلس الرجل السوء فيقال له مثل ما قيل في الحديث الأول
الراوي: أبو هريرة المحدث: أحمد شاكر - المصدر: مسند أحمد - الصفحة أو الرقم: 16/313
خلاصة الدرجة: إسناده صحيح

....................

ประโยคที่ว่า
حتى ينتهي بها إلى السماء التي فيها الله
จนกระทั่งมันได้ถูกนำไปถึงฟากฟ้าที่อัลลอฮอยู่บนมัน
..............

ผมได้ทำให้ชัดขึ้น โดยการทำให้ดำเข้ม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีประโยคข้างต้นอยู่ในหะดิษที่นักวิชาการระบุว่าเศาะเฮียะหวังว่าคงไม่สับสนนะครับท่านครู ท่านครูครับ ที่ผมลบไม่ให้ปรากฏในเว็บที่ถูกต้องตามกฏหมายนี้ เพราะผมเจ็บปวดเมื่อเห็นการนำสิฟัตอัลลอฮมาวิจารณ์ด้วยปัญญา ผมเคยห้ามแล้วว่าอย่าเอาของสูงมาวิจารณ์ เพราะอันตราย แต่พวกคุณไม่ฟัง เพราะอยากเอาชนะวะฮบียลูกเดียว หยุดเสียเถอะครับ เอาเรื่องหลักปฏิบัติมาเสวนากันดีกว่า แต่ถ้าคุณไม่หยุด ผมก็ไม่หยุด แม้จะขมขี่นก็ตาม

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Sun Nov 02, 2008 9:51 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 4

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.32 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004
เธ‚เธญเน€เธ„เธฃเธ”เธดเธ•เธŸเธฃเธตเธซเธ™เนˆเธญเธขเธ„เธฃเธฑเธšเธชเธกเธฑเธ„เธฃเธ›เธธเนŠเธšเธฃเธฑเธšเธ›เธฑเนŠเธšเน„เธกเนˆเธ•เน‰เธญเธ‡เธเธฒเธ เธชเธฅเน‡เธญเธ•เธญเธญเธ™เน„เธฅเธ™เนŒ เน€เธ„เธฃเธ”เธดเธ•เน‚เธšเธ™เธฑเธชเน„เธ”เน‰เน€เธ‡เธดเธ™เธˆเธฃเธดเธ‡ slot938 เธชเธฅเน‡เธญเธ• เธชเธฅเน‡เธญเธ•เธญเธญเธ™เน„เธฅเธ™เนŒ thaicasinobin เนเธˆเธเน€เธ„เธฃเธ”เธดเธ•เธŸเธฃเธต เธชเธฅเน‡เธญเธ• เธšเธฒเธ„เธฒเธฃเนˆเธฒ เธ„เธฒเธชเธดเน‚เธ™เธญเธญเธ™เน„เธฅเธ™เนŒ JQK41 เธชเธฅเน‡เธญเธ• เน€เธ„เธฃเธ”เธดเธ•เธŸเธฃเธต เน„เธ—เธขเธ„เธฒเธชเธดเน‚เธ™เธญเธญเธ™เน„เธฅเธ™เนŒ thaibet55 kubet เน„เธ—เธขเธ„เธฒเธชเธดเน‚เธ™เธญเธญเธ™เน„เธฅเธ™เนŒ เนเธ—เธ‡เธšเธญเธฅ เธ‹เธญเธ„เน€เธเธญเธฃเนŒเธฅเธตเธ เธ„เธฐเนเธ™เธ™เธŸเธธเธ•เธšเธญเธฅ เน€เธงเน‡เธšเธžเธ™เธฑเธ™เธญเธฑเธ™เธ”เธฑเธš1 HUC99 เน€เธงเน‡เธšเธ•เธฃเธ‡ เน„เธกเนˆเธœเนˆเธฒเธ™เน€เธญเน€เธขเนˆเธ™เธ•เนŒ