ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - อิรักตัวอย่างแห่งญิฮาดที่ดีเลิศ
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
อิรักตัวอย่างแห่งญิฮาดที่ดีเลิศ

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> อิรัก
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
areebaba
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: Jan 15, 2004
ตอบ: 30


ตอบตอบ: Fri Oct 08, 2004 11:17 am    ชื่อกระทู้: อิรักตัวอย่างแห่งญิฮาดที่ดีเลิศ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)



Bush กล่าวหาว่า...



Saddam คือ ผู้ก่อการร้าย....



Cheney



Rumsfeld



Powell กล่าวเช่นกัน....


กองทหารของสหรัฐจึงได้บุกเข้าสู่อิรัก








เพื่อโค่นอำนาจซัดดัม ผู้ก่อการร้าย....

ใช่ เขาทำสำเร็จ จับซัดดัมได้...แต่ก็ไม่ยอมกลับประเทศ

เพราะสิ่งที่ต้องการคือ น้ำมันและคุมกำเนิดอิสลาม

ประชาชนเดือดร้อนและแสดงความไม่ต้องการอีกต่อไป

คำตอบที่ทหารสหรัฐมอบแก่ประชาชนอิรัก

คือสิ่งนี้....














"............................"


อาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2547

เวลา 16.30 น.

โดย เชคริฎอ อะหมัด สมะดี

ณ รร.มุสลิมสงเคราะห์ ริมคลองบางกอกน้อย

รวมพลผู้รักความเป็นธรรม ร่วมต่อต้านอำนาจอธรรม


อิรักตัวอย่างแห่งญิฮาดที่ดีเลิศ

วันอาทิตย์นี้
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
วะฮาบีย์
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 10/06/2004
ตอบ: 31


ตอบตอบ: Fri Oct 08, 2004 9:13 pm    ชื่อกระทู้: Re: อิรักตัวอย่างแห่งญิฮาดที่ดีเลิศ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หากเราพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เราจะพบว่าเหตุผลสำคัญที่ศาสนาบอกถึงเรื่องไม่ดีและคนไม่ดี แท้ที่จริงแล้วคือการเตือนไม่ให้เอาเยี่ยงอย่างความไม่ดีหรือคนไม่ดีเหล่านั้น อีกทั้งเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ความไม่ดีและความผิดเพี้ยนเกิดขึ้นแก่เรา เรื่องของสองพี่น้องผู้เป็นลูกของอาดำ ก็เป็นอุทาหรณ์แก่เราว่าความริษยานั้นอาจเป็นเหตุให้พี่น้องต้องฆ่ากัน และเมื่อฆ่ากันก็เป็นบาปใหญ่ ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่เข่นฆ่ากันในยุคต่อๆ มาโดยอธรรม ลูกอาดำคนแรกก็จะได้รับบาปนั้นร่ำไป เพราะเป็นคนแรกที่สร้างรูปแบบการฆ่าแบบอธรรม


การที่อัลเลาะห์บอกให้เราทราบถึงเรื่องราวของกอรูน ฮามาน และฟิรอูน ก็เพื่อให้เราได้รู้ถึงผลลัพธ์สุดท้ายของผู้ท้าทายอำนาจของอัลเลาะห์ อัลเลาะห์บอกเราให้รู้ถึงความไม่ดีงามของยะฮูด ความหลงผิดคิดร้ายของพวกนะศอรอ ก็เพื่อให้เราออกห่างจากพฤติกรรมดังกล่าว วิถีทางแบบยะฮูดคือการพาไปสู่ความโกรธกริ้วของอัลเลาะห์ และวิถีทางแบบนะศอรอคือหนทางนำไปสู่ความหลงผิด


การที่เราทราบว่าผู้ใดมีพฤติกรรมเช่นไร ย่อมเป็นการดีที่จะได้ระวังตัวและป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ ท่านนะบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม บอกเราถึงลักษณะของมุนาฟิก ย่อมเป็นผลดีทั้งสองด้านคือด้านหนึ่งเราจะได้ไม่เอาเยี่ยงอย่าง อีกด้านหนึ่งก็คือเราจะได้รู้จักระวังตัวคนประเภทดังกล่าว ฉะนั้นการรู้จักสิ่งไม่ดีและคนไม่ดีเป็นหลักการศาสนาอิสลามโดยมิต้องสงสัย ส่วนใครจะอ้างเช่นไรนั้นก็เป็นเรื่องความคิดเห็น ไม่เกี่ยวข้องกับหลักการและไม่จำเป็นที่จะต้องไปใส่ใจแต่ประการใด






เหตุผลและหลักการของการต่อสู้ (การญิฮาด)


การญิฮาดคืออะไรและอะไรคือเป้าหมายของการญิฮาด การญิฮาดคือการต่อสู้ซึ่งอาจจะด้วยอาวุธหรือคำพูดหรือด้วยทรัพย์ก็เรียกว่าเป็นการญิฮาดทั้งสิ้น แน่นอนการญิฮาดเป็นหลักการหนึ่งของอิสลาม แต่มีปัญหาว่าญิฮาดไปเพื่ออะไรกัน ท่านนะบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้บอกถึงเป้าหมายหลักของการต่อสู้ไว้ดังนี้ว่า

حَدَّثَنَا عَبْدُ اللَّهِ بْنُ مُحَمَّدٍ الْمُسْنَدِى قَالَ: حَدَّثَنَا أَبُو رَوْحٍ الْحَرَمِى بْنُ عُمَارَةَ قَالَ: حَدَّثَنَا شُعْبَةُ عَنْ وَاقِدِ بْنِ مُحَمَّدٍ قَالَ: سَمِعْتُ أَبِى يُحَدِّثُ عَنْ ابْنِ عُمَرَ أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ -صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ -قَالَ: " أُمِرْتُ أَنْ أُقَاتِلَ النَّاسَ حَتَّى يَشْهَدُوا أَنْ لاَ إِلَهَ إِلاَّ اللَّهُ، وَأَنَّ مُحَمَّدًا رَسُولُ اللَّهِ، وَيُقِيمُوا الصَّلاَةَ، وَيُؤْتُوا الزَّكَاةَ. فَإِذَا فَعَلُوا ذَلِكَ عَصَمُوا مِنِّى دِمَاءَهُمْ وَأَمْوَالَهُمْ إِلاًّ بِحَقِّ الإِسْلاَمِ، وَحِسَابُهُمْ عَلَى اللَّهِ." - رواه البخاري ومسلم


มีรายงานจากอุมัรว่า ท่านร่อซูลุลเลาะห์กล่าวว่า "ฉันถูกใช้ให้ต่อสู้กับผู้คนจนกว่าพวกเขาจะยืนยันว่าไม่มีพระเจ้าที่เที่ยงแท้ที่ควรแก่การเคารพกราบไหว้นอกจากอัลเลาะห์ มุฮัมหมัดคือร่อซู้ลของอัลเลาะห์ และ(จนกว่า) พวกเขาจะดำรงละหมาด จ่ายซะกาต หากพวกเขาปฏิบัติดังที่กล่าวแล้ว พวกเขาได้ป้องกันให้รอดพ้นจากฉันซึ่งเลือดเนื้อและทรัพย์สินของพวกเขาเว้นแต่ด้วยสิทธิ์ของอิสลาม การสอบสวนพวกเขาอยู่ที่อัลเลาะห์" บันทึกโดยอัล-บุคอรีและมุสลิม


การต่อสู้ที่ท่านร่อซู้ล ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้รับบัญชาจากอัลเลาะห์ก็คือเพื่อให้ผู้คนได้ยืนยันในกะลิมะห์ชะฮาดะห์ ดำรงละหมาด และบริจาคซะกาต


การยืนยันในชะฮาดะห์ทั้งสองเป็นเงื่อนไขประการแรกของการต่อสู้ ฉะนั้นผู้ใดก็ตามที่เรียกร้องไปสู่การต่อสู้ต้องสังวรในเรื่องดังกล่าวให้จงหนัก ถ้ามิเช่นนั้นแล้วก็จะกลายเป็นว่าต่อสู้ไปเพื่ออะไรก็ไม่ทราบ การต่อสู้เพื่อให้มนุษยชาติมีเตาฮีดหรือการให้เอกภาพต่ออัลเลาะห์นั้น คือเป้าหมายสูงสุดของอิสลาม


ขอตั้งเป็นคำถามว่าเวลานี้มุสลิมส่วนใหญ่มีการให้เอกภาพต่ออัลเลาะห์อย่างแท้จริงแล้วหรือ มุสลิมไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใด หรือแห่งหนตำบลใด ได้มีการให้เอกภาพต่ออัลเลาะห์อย่างถูกต้องแล้วหรือ เท่าที่ทราบในประเทศอียิปต์ก็ยังมีการเดินเวียนรอบกุโบร์ ขอดุอาอ์จากผู้ที่ตายไปแล้ว ยังมีการก่อสร้างมะก่อมครอบหลุมฝังศพ ยังมีพ่อมดหมอผีอยู่ดาษดื่น ยังมีการถือโชคถือลาง หากจะกล่าวไปแล้วประเทศนี้นับได้ว่าเป็นแหล่งวิชาการทางศาสนาที่สำคัญและผลิตนักวิชาการมากมาย แต่ก็มิได้มีผลอะไรมากนักต่อการขจัดสิ่งที่เป็นชิรก์ในประเทศดังกล่าว ทั้งนี้เพราะพวกเขาไปให้ความสำคัญต่อเรื่องอื่นมากกว่าการให้เอกภาพต่ออัลเลาะห์ การที่เราต้องปกป้องมุสลิมก็เพราะเพื่อปกป้องผู้มีชะฮาดะห์ หากผู้ใดไม่มีชะฮาดะห์ก็ไม่ใช่หน้าที่ใดๆ ของเราที่จะยอมสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อปกป้องคนเหล่านั้น ยกเว้นการปกป้องคนเหล่านั้นเป็นผลสู่การปกป้องผู้มีชะฮาดะห์ ฉะนั้นการปกป้องมุสลิมก็เพราะเพื่อปกป้องกะลิมะห์ชะฮาดะห์หรือเพื่อปกป้องการให้เอกภาพต่ออัลเลาะห์นั่นเอง


การต่อสู้ในปาเลสไตน์ เท่าที่ทราบมีอยู่ด้วยกันหลายกลุ่มหลายคณะ แต่ที่พอจะเห็นได้เด่นชัดคือกลุ่มอัล-ฟาตาห์ (อัล-ฟัตห์) ของยาสิร (ยัสเซอร์) อะร่อฟาต กลุ่มของฮิซบุลเลาะห์ และกลุ่มอื่นๆ


กลุ่มของอะร่อฟาตต่อสู้เพื่อความเป็นอาหรับและมาตุภูมิ และยังไม่เคยได้ยินว่าการต่อสู้ดังกล่าวเป็นไปเพื่อเชิดชูหลักเตาฮีดให้เป็นอุดมการณ์สูงสุดของกลุ่ม ส่วนกลุ่มของฮิซบุลเลาะห์ คงไม่ต้องพูดถึงเพราะเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของชีอะห์ซึ่งเต็มไปด้วยการตั้งภาคีต่ออัลเลาะห์ เท่าที่ทราบกลุ่มอื่นๆ ก็มิได้ประกาศชัดว่าต่อสู้เพื่อเชิดชูหลักเตาฮีดเช่นกัน


หลักใหญ่ของการต่อสู้ของหลายกลุ่มเท่าที่ทราบคือการได้คืนมาซึ่งมาตุภูมิหรือเพื่อการแก้แค้นล้างแค้นให้กับญาติมิตรที่ถูกทำร้ายและทำลายโดยความอธรรมอะไรทำนองนั้น ดังนั้นหลายกลุ่มที่ต่อสู้จึงขาดส่วนสำคัญที่สุดที่เป็นปัจจัยหลักของชัยชนะที่อัลเลาะห์สัญญาไว้ไปโดยสิ้นเชิง


การต่อสู้ประเภทใดที่เรียกว่าเป็นการต่อสู้ในหนทางของอัลเลาะห์ การต่อสู้เพราะเห็นแก่พวกพ้อง เพราะต้องการมาตุภูมิคืน เพราะต้องการแก้แค้นให้แก่ญาติมิตรที่ถูกอธรรม หรือเพราะเพื่อให้ผู้อื่นชื่นชมยินดีว่าเก่งว่ากล้าสามารถ หรือเพราะเพื่ออะไรกันแน่ คำตอบที่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าวได้รับการเฉลยไว้แล้ว ดังนี้

حَدَّثَنَا عُثْمَانُ قَالَ أَخْبَرَنَا جَرِيرٌ عَنْ مَنْصُورٍ عَنْ أَبِى وَائِلٍ عَنْ أَبِى مُوسَى قَالَ جَاءَ رَجُلٌ إِلَى النَّبِى صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقَالَ يَا رَسُولَ اللَّهِ مَا الْقِتَالُ فِى سَبِيلِ اللَّهِ فَإِنَّ أَحَدَنَا يُقَاتِلُ غَضَبًا وَيُقَاتِلُ حَمِيَّةً فَرَفَعَ إِلَيْهِ رَأْسَهُ قَالَ وَمَا رَفَعَ إِلَيْهِ رَأْسَهُ إِلَّا أَنَّهُ كَانَ قَائِمًا فَقَالَ مَنْ قَاتَلَ لِتَكُونَ كَلِمَةُ اللَّهِ هِى الْعُلْيَا فَهُوَ فِى سَبِيلِ اللَّهِ عَزَّ وَجَلَّ - رواه البخاري


มีรายงานจากอะบีมูซาว่าได้มีชายผู้หนึ่งมาหาท่านนะบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และถามว่า "โอ้ท่านร่อซูลุ้ลเลาะห์ อะไรคือการต่อสู้ในหนทางของอัลเลาะห์ พวกเราบางคนต่อสู้เพราะโกรธแค้น บางคนต่อสู้เพราะเห็นแก่พวกพ้อง ท่านนะบีจึงเงยหน้าขึ้นเพราะผู้ถามอยู่ในสภาพยืนถาม ท่านนะบี จึงได้ตอบว่า ผู้ใดที่ต่อสู้เพื่อให้ดำรัสของอัลเลาะห์สูงส่ง เขา(ได้ต่อสู้)ในหนทางของอัลเลาะห์ อัซซ่า วะญัลล่า" บันทึกโดย อัล-บุคอรี

حَدَّثَنَا سُلَيْمَانُ بْنُ حَرْبٍ حَدَّثَنَا شُعْبَةُ عَنْ عَمْرٍو عَنْ أَبِى وَائِلٍ عَنْ أَبِى مُوسَى رَضِى اللَّهُ عَنْهُ قَالَ جَاءَ رَجُلٌ إِلَى النَّبِى صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقَالَ الرَّجُلُ يُقَاتِلُ لِلْمَغْنَمِ وَالرَّجُلُ يُقَاتِلُ لِلذِّكْرِ وَالرَّجُلُ يُقَاتِلُ لِيُرَى مَكَانُهُ فَمَنْ فِى سَبِيلِ اللَّهِ قَالَ مَنْ قَاتَلَ لِتَكُونَ كَلِمَةُ اللَّهِ هِى الْعُلْيَا فَهُوَ فِى سَبِيلِ اللَّهِ - رواه البخاري


มีรายงานจากอะบูมูซา ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุว่า ได้มีชายผู้หนึ่งมาหาท่านนะบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมและถาม(ท่าน)ว่า "คนๆ หนึ่งต่อสู้เพื่อ(หวังได้)ทรัพย์เชลย อีกคนหนึ่งต่อสู้เพื่อการกล่าวขวัญถึง อีกคนหนึ่งต่อสู้เพื่อฐานะตำแหน่ง ผู้ใดกัน (ได้ต่อสู้)ในหนทางของอัลเลาะห์ ท่านนะบีจึงกล่าวว่า ผู้ใดที่ต่อสู้เพื่อให้ดำรัสของอัลเลาะห์สูงส่ง ผู้นั้นอยู่ในหนทางของอัลเลาะห์" บันทึกโดยอัล-บุคอรี


หากเราอ่านฮะดีษทั้งสองบทข้างต้นนี้ด้วยความใส่ใจ เราก็จะทราบได้ทันทีว่าการต่อสู้ในหนทางของอัลเลาะห์หรือการญิฮาดนั้นมีอุดมการณ์และเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่ง การญิฮาดมิใช่เพื่อพวกพ้อง มิใช่เพื่อแก้แค้น และก็มิใช่เพื่ออวดอ้างว่ากล้าว่าเก่งหรือเพียงเพื่อหวังในทรัพย์ของผู้พ่ายแพ้ หากแต่เป็นไปเพื่อให้ดำรัสของอัลเลาะห์สูงส่ง สิ่งแรกที่อัลเลาะห์ทรงสั่งใช้ผู้คนคือการให้เอกภาพต่ออัลเลาะห์ นะบีทุกคนร่อซู้ลทุกท่านต่างก็เริ่มต้นเรียกร้องและต่อสู้เพื่อนำไปสู่การให้เอกภาพต่ออัลเลาะห์ การต่อสู้ใดๆ หากไม่เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์นี้ การต่อสู้นั้นก็มิใช่การต่อสู้ในหนทางของอัลเลาะห์ การรวมคนที่มีหลักการศรัทธาที่แตกต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีความแตกต่างด้านการให้เอกภาพต่ออัลเลาะห์ เพื่อการลุกขึ้นสู้กับศัตรูนั้นเป็นหนทางของผู้ไม่รู้และไม่เข้าใจในอุดมการณ์สูงสุดของอิสลาม และมักจะสร้างความเข้าใจผิดและความอับอายแก่อิสลามอยู่เสมอ


อะไรคือแก่นแท้ของอิสลาม คือการละหมาดโดยปราศจากหลักเตาฮีด หรือการไปทำฮัจญ์โดยยังมีชิรก์ หรือการญิฮาดเพื่อรักษาแผ่นดิน รักษาหมู่คณะ รักษามาตุภูมิโดยไม่สนใจใยดีว่าจะมีหลักศรัทธาเช่นใด จะมีชิรก์มากน้อยเพียงใด หรือใครจะเชื่อถืออย่างไรก็ช่าง ขอให้ได้ชื่อว่าเป็นมุสลิมก็เป็นพอ อย่างนี้หรือคือแก่นสารของอิสลาม


ศาสนามิได้ระบุชนชาติใดว่าเป็นศัตรูถาวรต่ออิสลาม อิสลามมิได้สอนต่อสู้กับผู้คนเพราะเชื้อชาติ ภาษา และถิ่นที่อยู่อาศัย หากแต่ให้ต่อสู้ก็เพราะหลักความเชื่อศรัทธาที่ขาดการให้เอกภาพต่ออัลเลาะห์ การที่อัลเลาะห์กล่าวถึงยะฮูดีและนะศอรอไว้ในอัลกุรอ่านหาใช่เป็นการให้จงเกลียดจงชังในสายเลือดไม่ หากแต่เป็นการย้ำเตือนถึงลัทธิความเชื่อที่ผิดๆ ที่ผู้คนเหล่านั้นเป็นอยู่ ซึ่งส่งผลให้พวกเขาตั้งตนเป็นปรปักษ์ต่ออิสลาม และหากว่าความหมายอัลกุรอ่านเป็นการให้จงเกลียดจงชังในสายเลือด ท่านนะบีก็คงไม่รับเด็กรับใช้เชื้อสายยะฮูดีมาไว้ในบ้าน และเมื่อเด็กคนนั้นป่วยหนักเขาก็กลับไปอยู่บ้าน ท่านนะบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมก็ได้ไปเยี่ยมและได้ชวนให้เขาเป็นมุสลิมและในที่สุดเขาก็รับอิสลามจากการชวนของร่อซู้ล ศ้อลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และคำว่านะศอรอก็มิใช่เป็นการระบุถึงเชื้อชาติ ภาษา หรือสัญชาติ หากแต่เป็นการพูดถึงลัทธิความเชื่อที่ผิดเพี้ยนไปจากคำสอนของนะบีอีซา อะลัยอิสลาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับตัวนะบีอีซาเองโดยพวกเขาบิดพลิ้วไปว่าเป็นลูกของพระเจ้า รวมถึงการตั้งระบบนักบวช การกราบไหว้ไม้กางเขน เป็นต้น


แต่มาบัดนี้ดูเหมือนว่าเรามองไม่เห็นศัตรูที่ไหนอีกแล้วนอกจากยะฮูดีและนะศอรอ และดูเหมือนว่าจะเป็นศัตรูถาวรทางสายเลือด เผ่าพันธุ์ และภูมิศาสตร์ โดยไม่พิจารณาถึงเรื่องของความเชื่อศรัทธาอีกต่อไป


ในอเมริกาเองก็มีมุสลิมอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย เท่าที่ทราบเห็นว่ามีอยู่หลายล้านคน ผู้คนส่วนใหญ่ในอเมริกานับถือศาสนาคริสต์แต่ก็มิได้เคร่งครัดมากมายนัก แต่ก็มีประชากรส่วนหนึ่งที่เป็นมุสลิม การตีคลุมว่าคนอเมริกันทั้งหมดไม่ดีและเป็นปรปักษ์กับอิสลาม เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องกระนั้นหรือ มีบางมัสยิดในประเทศไทยเขียน ดุอาอ์ไว้ข้างฝามัสยิดว่าข้อให้อัลเลาะห์ประณามและทำลายอเมริกา หากมุสลิมในอเมริกาที่เข้ารับอิสลามใหม่ ๆ หรือจะเป็นผู้รับอิสลามมานานแล้วก็ตาม มีโอกาสได้มาเยือนมัสยิดแห่งนี้และเห็นดุอาอ์ดังกล่าว คือเห็นผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็นพี่น้องของเขาสาปแช่งบ้านเมืองเขา ขอให้บ้านเมืองเขาล่มจม มุสลิมเหล่านั้นจะคิดเช่นไร และการที่ไปจับตัวประกันที่มิใช่มุสลิมซึ่งอาจเป็นคนญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป หรืออเมริกา แล้วตัดศีรษะประจาร หากญาติตัวประกันเหล่านั้นเป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม ญาติๆ ของเขาเหล่านั้นจะคิดเช่นไร การกระทำที่ผิดๆ แม้จะอ้างเหตุผลของการญิฮาดก็ไม่อาจช่วยให้สภาพของมุสลิมดีขึ้นแต่อย่างใด กลับยิ่งทำให้ผู้คนเข้าใจผิดอิสลามมากขึ้นไปอีก


ในกรณีประเทศอิรอก (อิรัก) หากว่ามีการขับไล่ทหารอเมริกันออกไปแล้ว ดำรัสของอัลเลาะห์จะเป็นที่สูงส่งหรือไม่ ไม่มีใครตอบได้ พระองค์จะได้รับการเคารพกราบไหว้แต่ผู้เดียวหรือไม่ในประเทศดังกล่าว ไม่มีใครตอบได้ เพราะที่ต่อสู้กันอยู่นี้อาจเป็นเพียงเพื่อมาตุภูมิเท่านั้น และไม่แน่อาจจะมีชิรก์เพิ่มมากขึ้นมากมายถ้าฝ่ายชีอะห์ได้เป็นใหญ่ ฉะนั้น ผู้ใดก็ตามที่เรียกร้องผู้คนไปสู่การต่อสู้ (การญิฮาด) สิ่งแรกที่ต้องบอกกับผู้คนก็คืออะไรคือเป้าหมายสูงสุดของการต่อสู้ และเราจะต่อสู้ไปเพื่ออะไร


การต่อสู้มีสองลักษณะคือเชิงรับและเชิงรุก เชิงรับเรียกว่าญิฮาดุดดัฟอ์ ซึ่งก็คือเมื่อศัตรูเข้ามารุกรานถึงบ้านถึงเมืองทุกคนต้องลุกขึ้นสู้ ส่วนเชิงรุกคือญิฮาดุฏฏ่อลับ คือเมื่อมุสลิมมีความแข็งแกร่งและพบว่าบ้านเมืองใดปิดกั้นมิให้ผู้คนของตนยอมรับนับถืออิสลาม หรือไม่ก็ห้ามมิให้ผู้มีศรัทธาอพยพมาสู่ดินแดนแห่งการศรัทธา หรือไม่ยอมจ่ายบรรณาการเพื่อการทำนุบำรุงศาสนา เมื่อนั่นถึงจะมีการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยแผ่นดินดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ประเภทใดก็มีเป้าหมายที่เหมือนกัน คือเพื่อให้ดำรัสของอัลเลาะห์นั้นสูงส่ง อิสลามคือการให้เอกภาพต่ออัลเลาะห์ การเชิดชูให้ดำรัสของอัลเลาะห์ก็คือการขจัดชิรก์ทุกรูปแบบ และจะไม่มีคำว่าอิสลามหากไม่มีการให้เอกภาพต่ออัลเลาะห์



wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
วะฮาบีย์
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 10/06/2004
ตอบ: 31


ตอบตอบ: Fri Oct 08, 2004 10:11 pm    ชื่อกระทู้: Re: อิรักตัวอย่างแห่งญิฮาดที่ดีเลิศ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)



Idea
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
BadBoyZZZ
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 15/10/2004
ตอบ: 2
ที่อยู่: กรุงเทพ

ตอบตอบ: Fri Oct 15, 2004 8:46 am    ชื่อกระทู้: Re: อิรักตัวอย่างแห่งญิฮาดที่ดีเลิศ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ไปเอาบทความมาจากไหนครับคุณ วะฮาบีย์ Exclamation มั่วมากเลยครับ
Shocked กลุ่มของฮิซบุลเลาะห์ เนี่ยค้าเป็นชีอะห์อยูในเลบานอนครับไม่เกี่ยวอะไรกับปาเลสไตน์เลยครับ
แค่พวกเค้ามีเรื่องกับอิสราเอล์เหมือนกันแค่นั้นเองครับ

ตายแล้วเรื่องแค่นี้ยังไม่รู้มีหน้ามาเขียนวิจารณ์สถานการณ์ Laughing ฝากบอกเจ้าของบทความด้วยครับว่า
Idea กลับไปศึกษาเยอะๆ หน่อย แล้วค่อยมาเขียนก็ได้ครับ รอได้ครับ Idea
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ AIM Yahoo
BadBoyZZZ
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 15/10/2004
ตอบ: 2
ที่อยู่: กรุงเทพ

ตอบตอบ: Fri Oct 15, 2004 10:34 am    ชื่อกระทู้: Re: อิรักตัวอย่างแห่งญิฮาดที่ดีเลิศ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณวะฮาบีย์ช่วยตอบ อัลลอฮฺ หน่อยซิครับ

ซูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ (Al-Baqarah)

190. และพวกเจ้าจงต่อสู้ในทางของอัลลอฮ์ต่อบรรดาผู้ที่ทำร้ายพวกเจ้า และจงอย่ารุกราน แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงชอบบรรดาผู้รุกราน

191. และจงประหัตประหารพวกเขา ณ ที่ใดก็ตามที่พวกเจ้าพบพวกเขา และจงขับไล่พวกเขาออกจากที่ที่พวกเขาเคยขับไล่พวกเจ้าออก และการก่อความวุ่นวายนั้น ร้ายแรงยิงกว่าการประหัตประหารเสียอีก และจงอย่าสู้รบกับพวกเขา ณ อัล-มัสยิดิลฮะรอม จนกว่าพวกเขาจะทำร้าย พวกเจ้าในที่นั้น หากพวกเขาทำร้ายพวกเจ้าแล้ว ก็จงประหัตประหารพวกเขาเสีย เช่นนั้นแหละคือการตอบแทนแก่ผู้ปฏิเสธศรัทธา

193. และจงสู้รบกับพวกเขา จนกว่าการก่อความวุ่นวาย จะไม่ปรากฏขึ้น และจนกว่าการอิบาดะฮ์ ทั้งหลายจะเป็นสิทธิของอัลลอฮ์เท่านั้น แต่ถ้าพวกเขายุติ ก็ย่อมไม่มีการเป็นปฏิปักษ์ใด ๆ นอกจากแก่บรรดาผู้อธรรมเท่านั้น

194. เดือนที่ต้องห้ามนั้น ก็ด้วยเดือนที่ต้องห้าม และบรรดาสิ่งจำเป็นต้องเคารพนั้น ก็ย่อมมีการตอบโต้เยี่ยงเดียวกัน ดังนั้นผู้ใดละเมิดต่อพวกเจ้า ก็จงละเมิดต่อเขา เยี่ยงที่เขาละเมิดต่อพวกเข้า และพึงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด และจงรู้ไว้ด้วยว่าแท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงอยู่กับบรรดาผู้ยำเกรงทั้งหลาย
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์ AIM Yahoo
วะฮาบีย์
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 10/06/2004
ตอบ: 31


ตอบตอบ: Sun Oct 17, 2004 3:14 pm    ชื่อกระทู้: Re: อิรักตัวอย่างแห่งญิฮาดที่ดีเลิศ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำพูด:
การต่อสู้ในปาเลสไตน์ เท่าที่ทราบมีอยู่ด้วยกันหลายกลุ่มหลายคณะ แต่ที่พอจะเห็นได้เด่นชัดคือกลุ่มอัล-ฟาตาห์ (อัล-ฟัตห์) ของยาสิร (ยัสเซอร์) อะร่อฟาต กลุ่มของฮิซบุลเลาะห์ และกลุ่มอื่นๆ


Idea

ความหมายในที่นี้ "การต่อสู้ในปาเลสไตน์"
เป็นความหมายโดยรวม ซึ่งน่าจะรวมถึง ระหว่าง อิสราเอลกับเลบานอน ซีเรีย อิรัก อียิปต์ ฟะเลสตีน



คำพูด:
คุณวะฮาบีย์ช่วยตอบ อัลลอฮฺ หน่อยซิครับ


จะให้ตอบว่าอย่างไร....


"โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ โปรดยกโทษให้ข้าพระองค์ด้วยที่ไม่สามารถเป็นผู้แผยแผ่ที่ดีในการเผยแผ่ศาสนาที่เที่ยงแท้ของพระองค์
ทำให้มีผู้ ยึดเพียงคำแปลอัลกุรอานตรงตัว โดยไม่ได้ดูคำอธิบาย เหตุแห่งการประทานอัลกุรอาน และความหมายของอัลกุรอาน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโองการที่ยกมานั้นกล่าวไว้ถึงเรื่องใด"
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์
addullslam
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2004
ตอบ: 672


ตอบตอบ: Thu Oct 28, 2004 10:09 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
อัล กุรอาน ซูเราะฮฺ อัลบะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่190
ในสาเหตุที่ประทานลงมา
ขณะที่บรรดามุมินจะเข้ามักกะฮฺเพื่อทำอุมเราะหฺใช้
ตามที่ได้ตกลงไว้แก่ชาวกุไรชฺนั้น พวกเขาเกรงว่า
จะถูกขัดขวางจากชาวกุไรชฺเพราะไม่แน่ใจว่าพวกกุไรชฺ
จะรักษาสัญญาที่ได้กระทำกันไว้ ณ ตำบลฮุดัยบิยะฮฺ
ซึ่งฝ่ายมุมินไม่ปรารถนาที่จะทำการต่อสู้ขณะที่อยู่ในอิหฺรอม
และในเดือนอัล ฮะรอม ซึ่งเป็นเดือนต้องห้ามในการสู้รบกัน
แล้วอัลลอฮฺก็ทรงอนุญาตให้พวกเขากระทำได้
ถ้าฝ่ายกุไรชฺรุกราน
อายะฮฺที่191
เมื่อเกิดการสู้รบกันขึ้นแล้ว ก็ต้องทำการประหัตประหารฝ่าย
กุไรชฺ ณ ที่ใดก็ตามที่พบพวกเขา
คำว่า การก่อความวุ้นวาย นั้น ถอดมาจากคำว่า อัล ฟิตนะฮฺ
อย่างไรก็ดี มีนักปราชญ์ หลายท่านมีความเห็นว่า อัลฟิตนะฮฺ
ที่นี้หมายถึง การให้มีภาคีแก่อัลลอฮฺ หรือการเคารพสักการะรูปปั้น
คำว่า ทำร้าย นั้นถอดจากคำว่า กอตะละ โปรดเข้าใจด้วยว่า
คำนี้มีความหมายหลายนัยด้วยกันเช่น สู้รบ ต่อสู้ ทำสงคราม ทำร้าย รุกราน
อายะฮฺที่193
ความที่ว่า การก่อความวุ้นวาย นี้ถอดมาจากคำว่า อัล ฟิตนะฮฺ
เนื่องจากคำนี้มีความหมายหลายนัย นักอธิบาย อัล กุรอาน
หลายท่านจึงเห็นว่า หมายถึง การให้มีภาคีขึ้น เช่นเดียวกับ
อัล ฟิตนะฮฺ ในซูเราะฮฺ 2:191
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> อิรัก ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.20 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004