ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - จะตามมัซฮับหรือจะผูกขาดมัซฮับ
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
จะตามมัซฮับหรือจะผูกขาดมัซฮับ

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> เรื่องทั่วไป
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jun 24, 2013 6:20 pm    ชื่อกระทู้: จะตามมัซฮับหรือจะผูกขาดมัซฮับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิบนิตัยมียะอ( ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)

واتباع شخص لمذهب شخص بعينه لعجزه عن معرفة الشرع من غير جهته إنما هو مما يسوغ له ، ليس هو مما يجب على كل أحد إذا أمكنه معرفة الشرع بغير ذلك الطريق ، بل كل أحد عليه يتقي الله ما استطاع ، ويطلب علم ما أمر الله به ورسوله ، فيفعل المأمور ، ويترك المحظور ، والله أعلم {أهـ.

และการที่บุคคลหนึ่ง ปฏิบัติตามมัซฮับ(ทัศนะ)ของบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ เพราะเขาไม่มีความสามารถ รู้เรื่องศาสนาได้จากวิธีอื่น แท้จริง มันคือ ส่วนหนึ่งจากสิ่งที่อนุญาตให้แก่เขาเทานั้น มันไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นแก่ทุกคน เมื่อเขาสามารถ รู้ศาสนา ด้วยอื่นจากหนทางดังกล่าวนั้น แต่ทว่า ทุกคน จำเป็นจะต้องยำเกรงต่ออัลลอฮ เท่าที่เขาสามารถ และ เขาจะต้องแสวงหา ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อัลลอฮและรอซูลของพระองค์ทรงใช้ แล้วปฏิบัติตามสื่งที่ถูกใช้ และละทิ้งสิ่งที่ถูกห้าม - วัลลอฮุอะลัม - อัลฟะตาวา 20/116
คือ การตามมัซฮับเป็นกรณีที่จำเป็นเนื่องจากไม่สามารถรู้เรื่องศาสนานอกจากต้องตามมัซฮับคนใดโดยเฉพาะ แต่ไม่ใช่วาญิบทุกคนต้องตามมัซฮับ เพราะเมื่อเขาสามารถรู้ศาสนาได้ ก็ไม่จำเป็นต้องยึดมัซฮับคนใดเป็นการเฉพาะ เพราะผู้ที่เขาต้องตามคือสิ่งที่อัลลอฮและรอซูลสั่งใช้และสั่งห้าม

อิบนุกอ็ยยิม กล่าวว่า
وقال أبو عبد الله بن خويز منداد البصري المالكي : التقليد معناه في الشرع الرجوع إلى قول لا حجة لقائلة عليه , وذلك ممنوع منه في الشريعة , والاتباع : ما ثبت عليه حجة . وقال في موضع آخر من كتابه : كل من اتبعت قوله من غير أن يجب عليك قبوله بدليل يوجب ذلك فأنت مقلده , والتقليد في دين الله غير صحيح , وكل من أوجب الدليل عليك اتباع قوله فأنت متبعه , والاتباع في الدين مسوغ , والتقليد ممنوع

และอบูอับดุลลอฮ บุตร คุวัยซฺ มันดาด อัลบะเศาะรี อัล-มาลิกีย์ กล่าวว่า "การตักลีด ความหมายในทางศาสนาคือ การกลับไปหาคำพูดใดๆ ที่ไม่หลักฐานสำหรับผู้ที่กล่าวคำพูดนั้น และดังกล่าวนั้น
เป็นสิ่งถูกห้ามในศาสนาบัญญัติ และคำว่า"อิตบาอฺคือ (การตาม)สิ่งที่ปรากฏหลักฐานยืนยัน และเขา(อบูอับดุลลอฮ)ได้กล่าวเอาไว้ในที่อื่นจากหนังสือของเขาว่า ทุกๆผู้ที่ได้ตาม คำพูดของเขาโดยปราศจากหลักฐาน ให้ตาม ท่านก็คือ มุกอ็ลลิด(ผู้เชื่อตาม)เขา และการตักลีดในศาสนาของอัลลอฮนั้น ไม่ถูกต้อง และทุกผู้ที่ท่านตามคำพูดของเขา เพราะมีหลักฐานให้ปฏิบัติตาม ท่านก็คือ ผู้ที่เจริญรอยตามเขา
และการอิตติบาอ(เจริญรอยตาม)ในศาสนานั้น เป็นสิ่งอนุญาต และการตักลิด(การเชื่อตาม)นั้น เป็นสิ่งต้องห้าม - อะลามุลมุวักกิอีน เล่ม 1 หน้า 138 อัตตักลิด วัลอิตติบาอฺ ฟิดดีน

อิบนุหัซมิน กล่าวว่า
وَمَنْ ادَّعَى وُجُوبَ تَقْلِيدِ الْعَامِّيِّ لِلْمُفْتِي فَقَدْ ادَّعَى الْبَاطِلَ وَقَالَ قَوْلًا لَمْ يَأْتِ بِهِ قَطُّ نَصُّ قُرْآنٍ وَلَا سُنَّةٍ وَلَا إجْمَاعٌ وَلَا قِيَاسٌ ، وَمَا كَانَ هَكَذَا فَهُوَ بَاطِلٌ لِأَنَّهُ قَوْلٌ بِلَا دَلِيلٍ ، بَلْ الْبُرْهَانُ قَدْ جَاءَ بِإِبْطَالِهِ ، قَالَ تَعَالَى ذَامًّا لِقَوْمٍ قَالُوا : { إنَّا أَطَعْنَا سَادَتَنَا وَكُبَرَاءَنَا فَأَضَلُّونَا السَّبِيلَا }

และผู้ใดอ้างว่า คนอาวาม(คนทั่วไป)ต้องตักลิดตามมุฟตี แท้จริง เขาได้อ้างเรื่องเท็จ และเขาได้กล่าวคำพูด ที่ไม่ปรากฏหลักฐานจาก อัลกุรอ่าน อัสสุนนะฮ ,อิจญมาอฺและกิยาส แม้แต่น้อย และสิ่งที่ปรากฏเช่นนี้ มันเป็นเท็จ เพราะว่า แท้จริงมันเป็นคำพูดโดยปราศจากหลักฐาน แต่ตรงกันข้าม มีหลักฐาน ที่มาหักล้างมัน ,อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงตรัสไว้เป็นการตำหนิคนพวกหนึ่ง ซึ่งพวกเขากล่าวว่า(แท้จริงพวกเราได้เชื่อฟังหัวหน้าของเราและผู้อวุโสของเรา แล้วพวกเขาทำให้เราหลงทาง) - อัลมะหัลลา บิลอะษัร เล่ม 1 หน้า 85
…………..ที่บอกว่าคนอาวามวายิบต้องสังกัดมัซฮับนั้น เป็นอ้างที่ไม่ถูกต้อง เพียงแต่เมื่อเขาไม่รู้ก็อนุญาตให้ตามผู้รู้ และในขณะเดียวกันต้องเรียนรู้ด้วย เพราะมุสลิมทุกคนต้องเรียนศาสนา และหากเรียนแล้ว และรู้ว่าสิ่งที่ทำในอดีตผิด กับสุนนะฮ ก็ต้องตามสุนนะฮ ไม่ใช่ผูกติดกับมัซฮับ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Sat Nov 22, 2014 8:55 pm, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jun 24, 2013 6:23 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิบนุกอ็ยยิม (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

وقد نهى الأئمة الأربعة عن تقليدهم , وذموا من أخذ أقوالهم بغير حجة ; فقال الشافعي : مثل الذي يطلب العلم بلا حجة كمثل حاطب ليل , يحمل حزمة حطب وفيه أفعى تلدغه وهو لا يدري , ذكره البيهقي

และความจริง อิหม่ามทั้งสี่ ได้ห้ามตักลีด(เชื่อตาม)พวกเขา และพวกเขาตำหนิผู้ที่ยึดเอาคำพูดของพวกเขาโดยปราศจากหลักฐาน แล้วท่านอิหม่ามชาฟิอีย์กล่าวว่า" อุปมาผู้ที่ศึกษาหาความรู้ โดยไม่มีหลักฐาน อุปมัยดังเช่น คนหาไม้ฟืนยามค่ำคืน ,เขาแบกมัดของไม้ฟืน และในนั้นมีงูจะกัดเขาอยู่ โดยที่เขาไม่รู้ ,อัลบัยฮะกีย์ได้ระบุเอาไว้
- อะอฺลามุลมุวักกิอีน เล่ม 1 หน้า 139
ตามแบบหลับหูหลับตาระหวังงูจะกัดนะครับ


อิบนุหัซมิน ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน กล่าวว่า

فَإِنْ قِيلَ : فَإِنَّ اللَّهَ عَزَّ وَجَلَّ قَالَ : { فَاسْأَلُوا أَهْلَ الذِّكْرِ إنْ كُنْتُمْ لَا تَعْلَمُونَ } وَقَالَ تَعَالَى : { لِيَتَفَقَّهُوا فِي الدِّينِ وَلِيُنْذِرُوا قَوْمَهُمْ } قُلْنَا : نَعَمْ ، وَلَمْ يَأْمُرْ اللَّهُ عَزَّ وَجَلَّ أَنْ يُقْبَلَ مِنْ النَّافِرِ لِلتَّفَقُّهِ فِي الدِّينِ رَأْيُهُ ، وَلَا أَنْ يُطَاعَ أَهْلُ الذِّكْرِ فِي رَأْيِهِمْ وَلَا فِي دِينٍ يَشْرَعُونَهُ لَمْ يَأْذَنْ بِهِ اللَّهُ عَزَّ وَجَلَّ ، وَإِنَّمَا أَمَرَ تَعَالَى بِأَنْ يَسْأَلَ أَهْلَ الذِّكْرِ عَمَّا يَعْلَمُونَهُ فِي الذِّكْرِ الْوَارِدِ مِنْ عِنْدِ اللَّهِ تَعَالَى فَقَطْ ، لَا عَمَّنْ قَالَهُ مَنْ لَا سَمْعَ لَهُ وَلَا طَاعَةَ

และหากมีผู้กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่งและทรงเลิศยิ่ง ตรัสว่า (พวกเจ้าจงถามผู้รู้หากพวกเจ้าไม่รู้) และพระองค์ผู้ทรงสูงส่งตรัสว่า (เพื่อพวกเขาจะได้ทำความเข้าใจในศาสนา และเพื่อจะได้ตักเตือนหมู่คณะของพวกเขา) เราขอกล่าวว่า “ใช่” และอัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่งและทรงเลิศยิ่ง ไม่ได้สั่งให้รับเอาความเห็นของกลุ่มชน เพื่อทำความเข้าใจในศาสนา และไม่ได้สั่งให้เชื่อฟังผู้รู้ในความเห็นของเขา และ(ไม่ได้สั่งให้ตามศาสนาที่พวกเขาบัญญัติมันขึ้นมา โดยที่อัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่งและทรงเลิศยิ่ง ไม่ทรงอนุญาตด้วยมัน และความจริงอัลลอฮตาอาลา สั่งให้ถามผู้รู้ จากสิ่งที่พวกเขาได้รู้มัน ในความรู้ที่มาจากอัลลอฮตะอาลาเท่านั้น ไม่ใช่มาจากผู้ที่กล่าวมัน ผ้ซึ่งไม่รับฟังและไม่เชื่อฟัง – อัลมะหัลลา เล่ม 1 หน้า 85
@@@@@
อายะฮข้างต้น มีผู้นำมาอ้างเป็นหลักฐานวายิบให้สังกัดมัซฮับ ความจริงอัลลอฮ สังให้ถามผู้รู้ จากความรู้ที่มาจากอัลลอฮ ไม่ใช่มาจากความเห็น หรือจากศาสนาที่พวกเขาอุตริขึ้นมา

อิบนุตัยมียะฮ(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

" قد ذم الله تعالى في القرآن من عدل عن اتباع الرسل إلى ما نشأ عليه من دين آبائه وهذا هو التقليد الذي حرمه الله ورسوله وهو : أن يتبع غير الرسول فيما خالف فيه الرسول ، وهذا حرام باتفاق المسلمين على كل أحد ; فإنه لا طاعة لمخلوق في معصية الخالق , والرسول طاعته فرض على كل أحد من الخاصة والعامة في كل وقت وكل مكان ; في سره وعلانيته وفي جميع أحواله . . . . وقد أوجب الله طاعة الرسول على جميع الناس في قريب من أربعين موضعا من القرآن .
وتقليد العاجز عن الاستدلال للعالم يجوز عند الجمهور . . . والتقليد المحرم بالنص والإجماع : أن يعارض قول الله ورسوله بما يخالف ذلك كائنا من كان المخالف لذلك " انتهى .

แท้จริงอัลลอฮซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตำหนิผู้ที่หันเหออกจากการปฏิบัติตามบรรดารอซูล ไปสู่สิ่ง เขาได้รับการปลูกฝังบนมัน จากศาสนาของบรรพบุรุษของเขา และนี้คือ การตักลิด(การเชื่อตาม)ที่อัลลอฮและรอซูลของพระองค์ได้ห้ามไว้ กล่าวคือ การตามอื่นจากรอซูล ในสิ่งที่ขัดแย้งกับรอซูล และกรณีนี้ เป็นสิ่งต้องห้ามแก่ทุกคน โดยมติเห็นฟ้องของบรรดามุสลิม แท้จริง ไม่มีการเชื่อฟังมัคลูค(มนุษย์) ในการฝ่าฝืนต่อพระผู้สร้าง(อัลลอฮ) และการเชื่อฟังต่อรอซูลนั้น เป็นข้อบังคับแก่ทุกคน ทั้งที่เป็นบุคคลเฉพาะ หรือคนทั่วไป(คนอาวาม) ในทุกเวลาและสถานที่ ,ในที่ลับและที่เปิดเผย และในทุกสภาพการณ์ .......และความจริงอัลลอฮได้ทรงกำหนดให้ การตามรอซูล เป็นหน้าที่ แก่มนุษย์ทุกคน ซึ่งระบุไว้ประมาณ สี่สิบแห่ง จากอัลกุรอ่าน

และการตักลิด ของผู้ที่ไม่สามารถอ้างอิงหลักฐาน ต่อผู้มีความรู้นั้น เป็นที่อนุญาตในทัศนะนักปราชญ์ส่วนใหญ่ .....และการตักลิดที่ต้องห้าม ด้วยหลักฐาน จากตัวบทและ อัลอิจญมาอฺนั้น คือ การปฏิบัติที่สวนทางกับคำพูดของอัลลอฮและรอซูลของพระองค์ ด้วยสิ่งที่ขัดแย้งกับสิ่งนั้น ตราบใดเที่เขาเป็นผู้ขัดแย้งดังกล่าวนั้น
- มัจญมัวะฟะตาวา เล่ม 19 หน้า 260-266

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Jul 20, 2013 6:00 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิหม่ามอัชเชากานีย์ (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่านกล่าวว่า)

وَاعْلَمْ : أَنَّهُ لَا خِلَافَ فِي أَنَّ رَأْيَ الْمُجْتَهِدِ ، عِنْدَ عَدَمِ الدَّلِيلِ ، إِنَّمَا هُوَ رُخْصَةٌ لَهُ ، يَجُوزُ لَهُ الْعَمَلُ بِهَا عِنْدَ فَقْدِ الدَّلِيلِ ، وَلَا يَجُوزُ لِغَيْرِهِ الْعَمَلُ بِهَا بِحَالٍ مِنَ الْأَحْوَالِ ، وَلِهَذَا نَهَى كِبَارُ الْأَئِمَّةِ عَنْ تَقْلِيدِهِمْ ، وَتَقْلِيدِ غَيْرِهِمْ

พึงทราบเถิดว่า ไม่มีการขัดแย้ง เกี่ยวกับความเห็นของมุจญตะฮิด ขณะที่ไม่มีหลักฐาน ความจริงมันเป็นการผ่อนปรนสำหรับเขา ,อนุญาตให้เขาปฏิบัติด้วยมัน ขณะที่ไม่มีหลักฐาน และไม่อนุญาตให้ผู้อื่นจากเขา ปฏิบัติด้วยมัน จะด้วยโอกาสใดๆก็ตาม และเพราะเหตุนี้ บรรดาอิหม่ามผู้อวุโส ได้ห้ามเชื่อตามพวกเขา และห้ามเชื่อตามผู้อื่น – ดู อิรชาดุลฟุหูล เล่ม 2 หน้า 764
คำว่าตักลิดคือ
التَّقْلِيدُ هُوَ قَبُولُ قَوْلٍ بِلَا حُجَّةٍ
ตักลิดคือ การรับเอาคำพูดใดๆ โดยไม่มีหลักฐาน – อัลมุสตัศฟา หน้า 371

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Aug 17, 2013 11:39 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เพิ่มเติม
อิหม่ามอัชชันกิฏีย์(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

وأما التقليد ؛ الذي خالف فيه المتأخرون ؛ الصحابة , وغيرهم ؛ من القرون المفضلة , المشهود لهم بالخير ؛ فهو تقليد رجل واحد معين ؛ دون غيره من جميع العلماء .

สำหรับการตักลิด ที่บรรดาคนยุคหลัง มีความแตกต่าง กับเหล่าเศาะหาบะฮ และอื่นจากพวกเขา จากบรรดาศตวรรษที่ประเสริฐ ที่เป็นประจักษ์ด้วยความดีงามสำหรับพวกเขาคือ การตักลิด(การเชื่อตาม)คนๆเดียวเป็นการเฉพาะ โดยไม่ตามคนอื่นจากเขา(อื่นจากอุลามาอฺที่เขาสังกัดอยู่)จากบรรดาอุลามาอฺทั้งหมด – ดูตัฟสีรอัฎวาอุลบะยาน เล่ม 7 หน้า 307
กล่าวคือ การตักลิดตามของคนในสมัยเศาะหะบะฮ และคนในยุคสะลัฟ เขาไม่ผูกขาด หรือเจาะจงตามเพียงคนเดียว และจะไม่ตามอุลามาอฺคนอื่นๆ เหมือนกับคนยุคหลัง เพราะคนยุคหลังตามมัซฮับแบบผูกขาด มัซฮับใดมัซฮับหนึ่งเป็นการเฉพาะ

อิหม่ามอัชชาฏิบีย์ (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

رأي المقلدة لمذهب إمام يزعمون أن إمامهم هو الشريعة ، بحيث يأنفون أن تنسب إلى أحد من العلماء فضيلة دون إمامهم ، وحتى إذا جاءهم من بلغ درجة الاجتهاد وتكلم في المسائل ولم يرتبط إلى إمامهم رموه بالنكير

ความเห็นของคนตักลิดมัซฮับอิหม่าม นั้น พวกเขา เขาใจว่าอิหม่ามของพวกเขาคือ ชะรีอะฮ(ศาสนบัญญัติ) โดยที่พวกเขาปฏิเสธ การอ้างอิง ความประเสริฐ ให้แก่คนหนึ่งคนใดจากบรรดาอุลามาอฺ อื่นจากแก่อิหม่ามของพวกเขา และจนกระทั่ง เมื่อผู้ที่อยู่ในระดับขั้นอิจญติฮาด(มุจญตะฮิด) มายังพวกเขา และเสวนาในบรรดาประเด็นต่างๆ โดยที่เขาผู้นั้นไม่ได้ผูกมัดกับอิหม่ามของพวกเขา (ที่พวกเขาสังกัดอยู่) พวกเขาก็จะกล่าวหาเขาผู้นั้น ด้วยการปฏิเสธ –อัลเอียะติศอม เล่ม 2 หน้า 843
กล่าวคือ คนที่ตักลิดอิหม่ามมัซฮับ เขาเข้าใจว่า อิหม่ามของเขาคือ ศาสนบัญญัติ หมายถึงเป็นมาตรฐานในหุกุมศาสนา และพวกเขาถือว่าอิหม่ามของเขาดีกว่าอิหม่ามอื่น ใครก็ตามที่ถึงแม้จะอยู่ในระดับมุจญตะฮิด หากนำคำสอน ไม่ตรงกับอิหม่ามของพวกเขา ก็จะถูกพวกเขากล่าวหา ด้วยการปฏิเสธ


มาดู เพิ่มเติมครับ

أهل التقليد ليسوا طبقة من طبقات الفقهاء ، فالمقلد ليس فقيها ، فإن الفقه ممدوح في كلام النبي صلى الله عليه وسلم والتقليد مذموم ، وهو في الحقيقة نوع من التقصير

นักตักลิด พวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับขั้นจากระดับขั้นของฟุเกาะฮฮาอฺ (นักนิติศาสตร์อิสลาม) เพราะผู้ที่ตักลิด(ผู้ที่เลียนแบบ/ตามผู้อื่นโดยปราศจากหลักฐาน)นั้น ไม่ใช่ผู้ที่ เข้าใจศาสนา เพราะการเข้าใจศาสนานั้น ถูกชมเชยในคำพูดของท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และการตักลิดนั้น ถูกตำหนิ และในความเป็นจริง มันเป็นชนิดหนึ่งของการตักศีร (การปิดกั้นตัวเองไม่พยายยามแสวงหาความถูกต้อง) – ดูอัลเมาสูอะฮ อัลฟิฮฮียะฮ เล่ม 13 หน้า 160 เรื่อง หุกุมตักลิด

เพราะฉะนั้น ถ้าเราเรียน ศาสนาระดับสูงมา ไม่ว่าจะเป็น ปริญญาตรี ,โท หรือ เอก แต่มาทำตัวเป็นคนอาวาม ตามความเชื่อแบบชาวบ้านธรรมดา หรือ เป็ดคนตาดี ให้คนตาบอดจูง มันก็ไม่ถือว่าเป็นคนเข้าใจศาสนาอย่างแท้จริง
ท่านเราะซูลฯ ได้กล่าวว่า

وَمَنْ يُرِدِ اللَّهُ بِهِ خَيْرًا يُفَقِّهْهُ فِي الدِّينِ

ใครที่อัลลอฮฺประสงค์ให้ได้รับความดีงาม พระองค์ก็จะให้ความเข้าใจ(ฟิกฮฺ)ต่อเขาในเรื่องของศาสนา(รายงานโดยบุคอรียฺ)

คนที่เข้าใจศาสนา คือ คนที่เข้าใจหลักฐาน ของศาสนา ไม่ใช่เข้าใจการเลียนแบบโดยไม่รู้หลักฐานทางศาสนา

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Aug 17, 2013 11:41 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คำว่า “มัซฮับ” แปลว่า แนวทาง
นิยามทางวิชาการฟิกฮ หมายถึง

ماذهب إليه إمام من الأئمة من الأحكام الإجتهادية

คือ สิ่งที่อิหม่ามคนหนึ่งคนใดจากบรรดาอิหม่าม(มุจญตะฮิด) ได้แสดงทัศนะ แก่มัน จากบรรดาหุกุม(ข้อชี้ขาด)ที่เกี่ยวกับการวินิจฉัย(อิจญติฮาด) – มะวาฮิบุลญะลีล เล่ม 1 หน้า 24 (ฟิกฮมัซฮับมาลิกีย)

ما ذهب إليه الإمام من الأحكام معتمدة كانت أو لا

หมายถึง สิ่งที่อิหม่าม(มุจญตะฮิด) ได้ให้ทัศนะแก่มันไว้ จากบรรดาหุกุม(ข้อชี้ขาด) จะเป็นสิ่งที่ได้รับการเชื่อถือหรือไม่ก็ตาม – อัลฟะวากีฮ อัดเดาวานีย์ อะลาริสาละฮ อิบนิอบีเซด อัลกอ็ยรูนีย เล่ม 1 หน้า 23

แสดงให้เห็นว่า มัซฮับ ก็คือ แนวทาง ที่ได้จากการวินิจฉัย ซึ่งการวินิจฉัยนั้น มีผิด มีถูกได้
ท่านนบี ศอ็ล ฯกล่าวว่า

إِذَا حَكَمَ الْحَاكِمُ فَاجْتَهَدَ ثُمَّ أَصَابَ فَلَهُ أَجْرَانِ وَإِذَا حَكَمَ فَاجْتَهَدَ ثُمَّ أَخْطَأَ فَلَهُ أَجْرٌ

เมื่อ ฮากิม ได้วินิจฉัย(ฟัตวา)ศาสนาเรื่องหนึ่งเรื่องใด โดยถูกต้อง สำหรับเขานั้น จะได้ภาคผล สองเท่า และหากว่า เขาได้วินิจฉัยเรื่องหนึ่งเรื่องใดแล้ว เกิดข้อผิดพลาด เขาได้ภาคผล หนึ่ง เดียว- รายงานโดยบุคอรี
อัศศอ็นอานีย์ กล่าวว่า

وهذا الحديث صريح فى دلالته على أن المجتهد يكون مصيباً إذا أصاب حكم الله تعالى ،وحينئذ يكون له أجران : أجر الاجتهاد ،وأجر إصابة الحق ، ويكون المجتهد مخطئاً إذا لم يصب حكم الله تعالى ،وحينئذ يكون له أجر واحد ، وهو أجر الاجتهاد

“และหะดิษนี้ ชัดจน ในการที่มัน(เป็นหลักฐาน)บ่งบอกว่า แท้จริง มุจญตะฮิด(ผู้ทำการวินิจฉัย)นั้น เขาเป็นผู้ที่ถูกต้อง เมื่อเขา(เขาทำการวินิจฉัย)ถูกต้องตรงกับหุกุมของอัลลอฮ ตะอาลา และในขณะนั้น เขาได้รับผลตอบแทน(ผลบุญ)สองเท่า คือ ผลตอบแทนของการอิจญติฮาดและผลตอบแทนของการที่ถูกต้องตรงกับความจริง

และ(หะดิษนี้แสดงบอกว่า) มุจญตะฮิดนั้น เป็นผู้ที่ผิดพลาดได้ เมื่อ(การวินิจฉัยของเขา)ไม่ถูกต้องตรงตามหุกุมของอัลลอฮตะอาลา และในขณะนั้น เขาได้รับผลตอบแทนหนึ่งเท่า คือ ผลตอบแทนของการอิจญติฮาด - ดูสุบุลุสสลาม เล่ม 4 หน้า 118
เพราะฉะนั้น การตามมัซฮับ จึงไม่ใช่ปิดตาตาม และไม่ใช่ตามแบบยึดติดติดและผูกขาด เพราะหากเราศึกษาต่อมาว่า อิหม่ามของเราวินิจฉัยผิดพลาด อิหม่ามอื่นมีหลักฐาน เราก็สามารถตามอิหม่ามอื่นได้ เพราะการตามคือ ตามหลักฐานที่ถูกต้อง
เพราะผู้รู้หรือ อุลามาอฺที่อยู่ในระดับมุจญตะฮิดนั้น ย่อมมีความผิดพลาดในการวินิจฉัย(อิจญติฮาด)ในเรื่องต่างๆ กล่าวคือ อุลามาอฺมุจญตะฮิดนั้น บางครั้งการวินิจฉัย หรือ การอิจญะติฮาดของเขา ถูกต้อง แต่บางครั้งอาจจะมีการผิดพลาดได้ เหมือนกัน เพราะเหตุนี้บรรดาอิหม่ามมุจญะตะฮิดทั้งสี่ได้เตือนให้ระวังเรื่องการตักลิด(การเชื่อตาม)พวกเขา ดังเช่นอิหม่ามชาฟิอีก็ได้กล่าวว่า

ما قلتُ وكان النبي (صلى الله عليه وآله) قد قال بخلاف قولي، فما صحّ من حديث النبي أولى ولا تقلدوني

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้พูดไปและปรากฏว่า ท่านนบี ศอลฯได้กล่าวไว้ ขัดแย้งกับคำพูดของข้าพเจ้า ดังนั้นสิ่งที่เศาะเฮียะจากหะดิษของท่านนบีย่อมดีกว่า และอย่าได้(ตักลิด)เชื่อตามข้าพเจ้า - ดูอาดาบุชชาฟิอีย์ ของอัรรอซีย์ หน้า 93

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue Aug 26, 2014 11:34 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

คุณญิฮาด อ้างว่า
ผู้ที่ตักลีด คือ ผู้ที่ตามมุจญตะฮีดในการอิจญติฮาดของเขา และปฏิบัติตามตักลีดของเขา เขาไม่มีหน้าที่ นำการตัรชีฮหรือจะมีความเห็นว่าถูกหรือผิด เพราะเขาไม่มีความสามารถในเรื่องนั้น ด้วยเหตุนี้จึงอนุญาตให้ชื่อการตามนี้ว่า ตักลีด ดังนั้น ผู้ตักลีดเปรียบเสมือนสร้อยคอหรือปลอกแขวนที่ถูกตั้งหรือใส่ไว้ หรือมอบการงานของเขาแก่มุจญตะฮิดนั้นเอง
ส่วนเหตุผลของผู้ที่มีความเห็นว่าตักลีดนั้นวาญิบสำหรับคนทั่วไปคือ หลักฐานที่อุลามาะเขาอ้างมาจากกีตาบุลลอฮ์ที่ว่า..
1. อัลลอฮฺตรัสว่า = ความว่า : ดังนั้น พวกเจ้าจงถามบรรดาผู้รู้ หากพวกเจ้าไม่รู้ النحل :43

อายะฮฺนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า....ได้มีคำสั่งแก่คนที่ไม่รู้ให้ถามผู้รู้...
...............................
ชี้แจง
ตามที่ผมบอกไว้ผมจะตอบประเด็นที่เห็นว่าเป็นจุดสำคัญเท่านนั้น
มาดูการตักลิด มุจญตะฮิดครับ
التَّقْلِيدُ هُوَ قَبُولُ قَوْلٍ بِلَا حُجَّةٍ
ตักลิดคือ การรับเอาคำพูดใดๆ โดยไม่มีหลักฐาน – อัลมุสตัศฟา หน้า 371
การตักลิด นั้นจะต้องไม่ผูกขาด
อิหม่ามอัชชันกิฏีย์(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

وأما التقليد ؛ الذي خالف فيه المتأخرون ؛ الصحابة , وغيرهم ؛ من القرون المفضلة , المشهود لهم بالخير ؛ فهو تقليد رجل واحد معين ؛ دون غيره من جميع العلماء .

สำหรับการตักลิด ที่บรรดาคนยุคหลัง มีความแตกต่าง กับเหล่าเศาะหาบะฮ และอื่นจากพวกเขา จากบรรดาศตวรรษที่ประเสริฐ ที่เป็นประจักษ์ด้วยความดีงามสำหรับพวกเขาคือ การตักลิด(การเชื่อตาม)คนๆเดียวเป็นการเฉพาะ โดยไม่ตามคนอื่นจากเขา(อื่นจากอุลามาอฺที่เขาสังกัดอยู่)จากบรรดาอุลามาอฺทั้งหมด – ดูตัฟสีรอัฎวาอุลบะยาน เล่ม 7 หน้า 307
กล่าวคือ การตักลิดตามของคนในสมัยเศาะหะบะฮ และคนในยุคสะลัฟ เขาไม่ผูกขาด หรือเจาะจงตามเพียงคนเดียว และจะไม่ตามอุลามาอฺคนอื่นๆ เหมือนกับคนยุคหลัง เพราะคนยุคหลังตามมัซฮับแบบผูกขาด มัซฮับใดมัซฮับหนึ่งเป็นการเฉพาะ แบบเอาปลอกคอมาใส่ตามที่คุณ ญิฮาด อ้างนั้นไม่ถูกต้อง

เพิ่มเติม แต่ในประเด็นเดียวกัน คือที่คุณญิฮาด อ้างว่า
ส่วนเหตุผลของผู้ที่มีความเห็นว่าตักลีดนั้นวาญิบสำหรับคนทั่วไปคือ หลักฐานที่อุลามาะเขาอ้างมาจากกีตาบุลลอฮ์ที่ว่า..
1. อัลลอฮฺตรัสว่า = ความว่า : ดังนั้น พวกเจ้าจงถามบรรดาผู้รู้ หากพวกเจ้าไม่รู้ النحل :43
อายะฮฺนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า....ได้มีคำสั่งแก่คนที่ไม่รู้ให้ถามผู้รู้...
………………….

ขอชี้แจงดังนี้
อายะฮนี้มีดั่งนี้
وَمَا أَرْسَلْنَا مِن قَبْلِكَ إِلاَّ رِجَالاً نُّوحِي إِلَيْهِمْ فَاسْأَلُواْ أَهْلَ الذِّكْرِ إِن كُنتُمْ لاَ تَعْلَمُونَ
และเรามิได้ส่งผู้ใดมาก่อนหน้าเจ้า นอกจากเป็นผู้ชายที่เราได้วะฮีแก่พวกเขา ดังนั้น พวกเจ้าจงถามบรรดาผู้รู้ หากพวกเจ้าไม่รู้
อายะฮนี้ ประทานลงมาเพื่อตอบโต้ผู้ที่ค้านการส่งมนุษย์มาทำหน้าที่รอซูล เขาจะไม่ยอมรับ เขาจะยอมรับผู้เป็นรอซูลที่เป็นมลาอิกะฮ อัลลอฮ จึงให้นบี บอกแก่พวกเขาว่า จงไปถามผู้รู้ ว่า ในประชาชาติที่ผ่านมา ผู้เป็นรอซูล เป็นมนุษย์หรือมลาอิกะฮ แสดงให้เห็นว่า ให้ถามข้อเท็จจริงจากผู้รู้ ไม่ใช่ให้หลับหูหลับตาตามผู้รู้
อิหม่ามเชากานีย์อธิบายว่า
وَقَدِ اسْتُدِلَّ بِالْآيَةِ عَلَى أَنَّ التَّقْلِيدَ جَائِزٌ وَهُوَ خَطَأٌ ، وَلَوْ سَلِمَ لَكَانَ الْمَعْنَى سُؤَالَهُمْ عَنِ النُّصُوصِ مِنَ الْكِتَابِ وَالسُّنَّةِ ، لَا عَنِ الرَّأْيِ الْبَحْتِ ، وَلَيْسَ التَّقْلِيدُ إِلَّا قَبُولَ قَوْلِ الْغَيْرِ دُونَ حُجَّتِهِ . ِ .
แท้จริง ด้วยอายะฮนี้ ได้ถูกอ้างเป็นหลักฐาน ว่า การตักลิดนั้น คือ เป็นการอนุญาต และมันคือ ความผิดพลาด และถ้าจะให้มันปลอดภัย ความหมายก็คือ ถามพวกเขา(หมายถึงผู้รู้) เกี่ยวกับหลักฐาน จากอัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ ไม่ใช่ถาม เกี่ยวกับความเห็น ล้วนๆ และการตักลิด ไม่ใช่อื่นใด นอกจากการรับเอาคำพูดผู้อื่นโดยปราศจากหลักฐานของมัน ดูตัฟสีร ฟัตหุลเกาะดีร เล่ม 5 หน้า 929
.......
เพราะฉะนั้น อายะฮข้างต้น สอนให้ถามข้อเท็จจริงและหลักฐานจากผู้รู้ ไม่ใช่ถามความเห็นผู้รู้ แล้วตามอย่างหูหนวกตาบอด

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Sep 14, 2014 9:30 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ญิฮาด อัลอักซอ ยังไม่จบทีหรอครับเรื่องนี้...
เรื่องที่บังเมนท์..ว่ามีการเจาะ,บังคับ.ผูกขาดให้ทุกๆคนๆนั้น..ยึดติดมัสหับหนึ่งมัสหับใดเป็นการเฉพาะนั้น.....
..ผมเอง..ยังไม่พบหลักฐานจากคำพูดของสะลัฟซอลิห์ที่ชัดเจนและตรวจสอบได้เลยว่าเป็นความจริง..ตามที่ท่านกล่าวมาเลย...แต้ถ้าท่านมีหลักฐานที่ท่านอ้างมานั้น.มาประกอบเป้นคำพูดนั้นถือว่า..เป็นการดียิ่งครับท่าน...
...................

ที่ว่าไม่พบหลักฐาน คุณอ่านตำราหรือเปล่า เพราะหลักฐานอยู่ในตำรา ไม่ได้อยู่ในก่อไม้ไฝ่ หรือ ไต้พรมนะครับท่าน
การที่จะให้ได้รู้ความจริงนั้น ที่สำคัญประการหนึ่งคือ ไม่อคติกับตำราและนักปราชญ์ ครับ มาดูหลักฐานต่อไปนี้
อิบนุกอ็ยยิม(ร.ฮ)กล่าวว่า

وقد نهى الأئمة الأربعة عن تقليدهم , وذموا من أخذ أقوالهم بغير حجة ; فقال الشافعي : مثل الذي يطلب العلم بلا حجة كمثل حاطب ليل , يحمل حزمة حطب وفيه أفعى تلدغه وهو لا يدري , ذكره البيهقي

และความจริง อิหม่ามทั้งสี่ ได้ห้ามตักลีด(เชื่อตาม)พวกเขา และพวกเขาตำหนิผู้ที่ยึดเอาคำพูดของพวกเขาโดยปราศจากหลักฐาน แล้วท่านอิหม่ามชาฟิอีย์กล่าวว่า" อุปมาผู้ที่ศึกษาหาความรู้ โดยไม่มีหลักฐาน อุปมัยดังเช่น คนหาไม้ฟืนยามค่ำคืน ,เขาแบกมัดของไม้ฟืน และในนั้นมีงูจะกัดเขาอยู่ โดยที่เขาไม่รู้ ,อัลบัยฮะกีย์ได้ระบุเอาไว้
- อะอฺลามุลมุวักกิอีน เล่ม 1 หน้า 139
وَقَالَ ابْنُ وَهْبٍ : أَخْبَرَنِي ابْنُ لَهِيعَةَ عَنْ عَبْدِ اللَّهِ بْنِ أَبِي جَعْفَرٍ قَالَ : قَالَ عُمَرُ بْنُ الْخَطَّابِ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ : السُّنَّةُ مَا سَنَّهُ اللَّهُ وَرَسُولُهُ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، لَا تَجْعَلُوا خَطَأَ الرَّأْيِ سُنَّةً لِلْأُمَّةِ
อิบนุวะฮับ กล่าวว่า อิบนุละฮีอะฮ จากอับดุลลอฮ บิน อบีญะอฟัร กล่าวว่า ,อุมัร บิน อัลคอฏฏอ็บ (ร.ฎ) กล่าวว่า “ซุนนะฮคือ สิ่งที่อัลลอฮและรอซูลของพระองค์ ได้กำหนดแนวทางมัน เอาไว้ ,และพวกท่านอย่าได้กำหนดความเห็นที่ผิดพลาด ให้เป็นสุนนะฮแกอุมมะฮ – ดู เอียะลามอัลมุวักกิอีน 1/44
การผูกขาดอยู่กับความเห็น และให้ความเห็นของอุลามาอฺ เป็นแนวทางที่ตนผูกขาด โดยไม่สนใจว่าจะตรงกับคำสอนจากอัลลอฮและรอซูลหรือไม่ เป็นสิ่งที่ปราชญ์ยุคสลัฟได้ห้ามเอาไว้
ท่านอิหม่ามชาฟิอีกล่าวว่า

كل ما قلت فكان عن النبي صلى الله عليه وسلم خلاف قولي مما يصح فحديث النبي أولى فلا تقلدوني ) . ( ابن عساكر بسند صحيح 15/9/2
ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้ากล่าว แล้วปรากฏว่า รายงานที่เศาะเฮียะ จากท่านนบี ขัดแย้งกับคำพูดของข้าพเจ้า หะดิษเศาะเฮียะนั้น สมควรยิ่งกว่า ดังนั้น จงอย่าเชื่อตามข้าพเจ้า - อิบนุอะสากิร ด้วยสายรายงานที่เศาะเฮียะ


อิบนุเราะญับ(ร.ฮ) กล่าวว่า
فالواجب على كل من بلغه أمر الرسول صلى الله عليه وسلم وعرفه أن يبينه للأمة وينصح لهم ويأمرهم باتباع أمره وإن خالف ذلك لأي عظيم من الأمة، فإن أمر الرسول صلى الله عليه وسلم أحق أن يعظم ويقتدى به من رأي معظم
วาญิบ แก่ทุกๆผู้ที่คำสั่งของรซูลุลลอฮ ศอ็ลฯ ได้ถึงมายังเขา และเขารู้จักมัน ให้เขาอธิบายมันแก่อุมมะฮ ,ตักเตือนและสั่งพวกเขาให้ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านนบี และถ้าดังกล่าวนั้น (หมายถึง คำสั่งนบี) ขัดแย้งกับคนส่่วนมากจากอุมมะฮนี้ก็ตาม ดังนั้น คำสั่งของรซูลุลลอฮ ศอ็ลฯ สมควรที่จะให้ความสำคัญ และปฏิบัติตาม ด้วยมันยิ่งกว่าความเห็นของบุคคลสำคัญใดๆ –
الحكم الجديرة بالإذاعة" للحافظ ابن رجب رحمه الله (ص41 - 42)
จากคำพูดของอิบนุเราะญับสรุปได้ดังนี้
หนึ่ง –วาญิบแก่ผู้รู้ที่ได้รับรู้คำสั่งหรือสุนนะฮนบี ศอ็ลฯ ให้ชี้แจงและตักเตือนชาวบ้านให้ปฏิบัติตาม
สอง – คำสั่งของนบี ศอ็ลฯ หรือสุนนะฮนบี ศอ็ลฯ ย่อมมีความสำคัญกว่าความเห็นของบุคคลสำคัญใดๆก็ตาม
การสังกัดและผูกขาดมัซฮับ คนสังกัดจะเอาหะดิษมาตรวจสอบกับคำอิหม่ามที่ตนผู้กขาด หากหะดิษขัดแย้งกับมัซฮับตัวเอง ก็จะทิ้งหะดิษ หรือไม่ก็ตีความเพื่อให้เข้ากับความเห็นของมัซฮับ นี้คือ อันตราย

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> เรื่องทั่วไป ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.14 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004