ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - อะกีดะฮสะลัฟของแท้(ไม่แอบอ้าง)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
อะกีดะฮสะลัฟของแท้(ไม่แอบอ้าง)
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue May 28, 2013 5:29 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อบูอุษมาน อัศเศาะบูนีย์ อัชชะฟีอีย์ (ฮ.ศ 449) นักปราชญ์ ที่เกือบจะทันยุคสลัฟ กล่าวว่า
ولا يعتقدون تشبيها لصفاته بصفات خلقه، فيقولون: إنه خلق آدم بيديه، كما نص سبحانه عليه في قوله –عز من قائل- {قَالَ يَا إِبْلِيسُ مَا مَنَعَكَ أَنْ تَسْجُدَ لِمَا خَلَقْتُ بِيَدَيَّ } [ص : 75].
และพวกเขา(อะฮลุลหะดิษ)ไม่เชื่อว่า เป็นการตัชบีฮ(การเปรียบเทียบว่า)บรรดาสิฟัตของพระองค์ คล้ายคลึงกับมัคลูคของพระองค์ โดยพวกเขากล่าวว่า แท้จริงพระองค์ทรงสร้าง อาดัม ด้วยสองมือของพระองค์ ดังที่อัลลอฮ(ซ.บ)ได้ตรัสเป็นตัวบทไว้ในคำตรัสของพระองค์ (อิบลีสเอ๋ย อะไรเล่าที่ขัดขวางเจ้ามิให้เจ้าสุญูดต่อสิ่งที่ข้าได้สร้างด้วยมือทั้งสอง ของข้า ? ศอด/75 –ดู عقيدة السلف أصحاب الحديث للصابوني (ص37) تحقيق أبو اليمين المنصوري ، و(ص161-162) بتحقيق ناصر الجديع

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat Jun 01, 2013 11:31 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อะชาอิเราะฮชั้นครูบางคนกล่าวว่า

วิจารณ์สิ่งที่วะฮาบีย์เข้าใจจากสูเราะฮฺฆอฟิร 40 : 36-37 นี้
1. วะฮาบีย์อ้างว่า นบีมูซาพูดว่าอัลเลาะฮ์อยู่บนฟ้า (ทั้งที่ไม่มีตัวบทอัลกุรอานและฮะดิษใดมาระบุเลยว่านบีมูซาพูด)
2. แต่วะฮาบีย์ได้อ้างว่า ฟิรอูนได้เข้าใจว่านบีมูซาบอกว่าอัลเลาะฮ์อยู่บนฟ้า
3. ทั้งที่ท่านนบีมูซาไม่เคยพูดเลยว่าอัลเลาะฮ์อยู่บนฟ้า แต่วะฮาบีย์อ้างว่านบีมูซาพูดว่าอัลเลาะฮ์อยู่บนฟ้า เพราะยึดถือตามความเข้าใจหรือการบอกเล่าของฟิรอูนอีกทอดหนึ่งจากคำพูดของนบีมูซาว่าอัลเลาะฮ์อยู่บนฟ้า
…………………….
ชี้แจง
ข้างต้น เป็นอะกีดะฮ ของคนที่อ้างว่า ของตัวเองเศาะเฮียะ มาดูของคนที่เขากล่าวหาว่ามี อะกีดะฮเฎาะอีฟ ว่า จริงหรือเท็จ และถ้าเท็จ ความหายนะจะประสบกับผู้กล่าวเท็จให้แก่อัลลอฮ
หนึ่งในรากฐานศาสนาหรืออะกีดะฮ ของอิสลามทุกยุคทุกสมัยคือ เชื่อว่า พระเจ้าอยู่บนฟากฟ้า
ดังที่หลักฐานที่บอกว่า อัลลอฮทรงเล่าถึงฟิรเอานฺใช้บันไดที่ขึ้นไปสู่ท้องฟ้าเพื่อมองดูพระเจ้าของมูซา แล้วฟิรเอานฺก็ปฏิเสธของความเชื่อของมูซาเกี่ยวกับการมีอยู่ของอัลลอฮเหนือฟากฟ้า อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ทรงตรัสว่า

وَقَالَ فِرْعَوْنُ يَا هَامَانُ ابْنِ لِي صَرْحًا لَعَلِّي أَبْلُغُ الْأَسْبَابَ (36) أَسْبَابَ السَّمَاوَاتِ فَأَطَّلِعَ إِلَى إِلَهِ مُوسَى وَإِنِّي لَأَظُنُّهُ كَاذِبًا

และฟิรเอานฺกล่าวว่า โอ้ฮามานเอ๋ย! จงสร้างหอสูงให้ฉันเพื่อฉันจะได้บรรลุถึงทางที่จะขึ้นไป ทางที่จะขึ้นไปสู่ชั้นฟ้าทั้งหลาย เพื่อฉันจะได้เห็นพระเจ้าของมูซา และแท้จริง ฉันคิดอย่างแน่ใจแล้วว่าเขาเป็นคนโกหก
(สูเราะฮฺฆอฟิร 40 : 36-37)
อิหม่ามอิบนุญะรีรอัฏฏอ็บรีย์ อธิบายว่า

وَقَوْلُهُ : ( وَإِنِّي لَأَظُنُّهُ كَاذِبًا ) يَقُولُ : وَإِنِّي لِأَظُنُّ مُوسَى كَاذِبًا فِيمَا يَقُولُ وَيَدَّعِي مِنْ أَنَّ لَهُ فِي السَّمَاءِ رَبًّا أَرْسَلَهُ إِلَيْنَا

และคำตรัสของพระองค์ที่ว่า (และแท้จริง ฉันคิดอย่างแน่ใจแล้วว่าเขาเป็นคนโกหก) หมายถึง “แท้จริงฉันแน่ใจว่ามุซา โกหก ในสิ่งที่เขากล่าวและกล่าวอ้างว่า เขามีพระเจ้าอยู่บนฟากฟ้า พระองค์ส่งเขามายังเรา – ดู ตัฟสีร อัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบาย ซูเราะฮฆอฟีร อายะฮที่ 37
มาดู อุลามาอฺในศตวรรษที่สอง อิหม่ามอัดดาริมีย์ (ฮ.ศ.280) กล่าวว่า

ففي هذه الآية بيان ، ودلالة ظاهرة ،أن موسى كان يدعو فرعون إلى معرفة الله بأنه فوق السماء ، فمن أجل ذلك أمر ببناء الصرح ،ورام الإطلاع إليه

ในอายะฮนี้ คือความชัดเจน และเป็นหลักฐานอันชัดเจน ว่า มูซา เรียกร้องฟิรเอาอฺ ให้ไปสู่การรู้จักอัลลอฮ ว่า แท้จริงพระองค์ทรงอยู่เหนือฟากฟ้า ด้วยเหตุดังกล่าวเขา(ฟาโรห์)จึงบัญชา ให้สร้างหอสูง และปรารถนาจะขึ้นไปยังพระองค์ – อัรรอ็ด อะลัลญะมียะฮ หน้า 37
.............
ข้างต้นแสดงให้เห็นชัดว่า ใครมีอะกีดะฮ จริงใครมีอะกีดะฮเท็จ


มาดูนักปราชชาวสะลัฟอีกท่านหนึ่ง คือ มุหัมหมัด บิน อิสหาก บิน คุซัยมะฮ หรือ เรียกว่า อิบนุคุซัยมะฮ (ฮ.ศ 223-311) กล่าวว่า

وفي قوله وإني لأظنه كاذبا دلالة على أن موسى قد كان أعلمه أن ربه جلا وعلا أعلى وفوق.

ในคำตรัสของพระองค์ที่ว่า (และแท้จริง ฉันคิดอย่างแน่ใจแล้วว่าเขาเป็นคนโกหก) คือหลักฐานแสดงบอก ว่า มูซา ได้บอกให้เขา(ฟาโรห์)รู้ว่า แท้จริงพระเจ้าของเขา ผู้ทรงสูงส่ง และทรงเลิศยิง ทรงอยู่สูง และทรงอยู่เบื้องบน – ดู กิตาบุตเตาฮีด ของท่าน อิบนุคุซัยมะฮ เล่ม 1 หน้า 264


อับดุลบัร – ฮ.ศ 463 (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน) กล่าวว่า

فَدَلَّ على أن موسى عليه السلام كان يقول: إلهي في السماء، وفرعون يظنه كاذبا

และและแสดงบอกว่า แท้จริงมูซา อะลัยฮิสสลาม เขากล่าวว่า พระเจ้าของฉัน อยู่บนฟากฟ้า และฟาโรห์ เข้าใจว่าเขา(มูซา) เป็นผู้โกหก – อัตตัมฮีด เล่ม 7 หน้า 133

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jun 02, 2013 7:36 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ตาะมี้ยะ บิ้ลเบต บังอะสันเขาเก่งนะ รู้ว่าอัลเลาะห์อยู่ที่ไหน อิอิ อะกีดะห์ฟิรอูน อยากจะจัดหนักให้ซะเหลือเกิน


ตอบ

@@@@@ มาดูว่า ใครกันแน่ที่มีอะกีดะฮเหมือนฟิรเอาน์
อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ทรงตรัสว่า

وَقَالَ فِرْعَوْنُ يَا هَامَانُ ابْنِ لِي صَرْحًا لَعَلِّي أَبْلُغُ الْأَسْبَابَ (36) أَسْبَابَ السَّمَاوَاتِ فَأَطَّلِعَ إِلَى إِلَهِ مُوسَى وَإِنِّي لَأَظُنُّهُ كَاذِبًا

และฟิรเอานฺกล่าวว่า โอ้ฮามานเอ๋ย! จงสร้างหอสูงให้ฉันเพื่อฉันจะได้บรรลุถึงทางที่จะขึ้นไป ทางที่จะขึ้นไปสู่ชั้นฟ้าทั้งหลาย เพื่อฉันจะได้เห็นพระเจ้าของมูซา และแท้จริง ฉันคิดอย่างแน่ใจแล้วว่าเขาเป็นคนโกหก
(สูเราะฮฺฆอฟิร 40 : 36-37)
อิหม่ามอิบนุญะรีรอัฏฏอ็บรีย์ อธิบายว่า

وَقَوْلُهُ : ( وَإِنِّي لَأَظُنُّهُ كَاذِبًا ) يَقُولُ : وَإِنِّي لِأَظُنُّ مُوسَى كَاذِبًا فِيمَا يَقُولُ وَيَدَّعِي مِنْ أَنَّ لَهُ فِي السَّمَاءِ رَبًّا أَرْسَلَهُ إِلَيْنَا

และคำตรัสของพระองค์ที่ว่า (และแท้จริง ฉันคิดอย่างแน่ใจแล้วว่าเขาเป็นคนโกหก) หมายถึง “แท้จริงฉันแน่ใจว่ามุซา โกหก ในสิ่งที่เขากล่าวและกล่าวอ้างว่า เขามีพระเจ้าอยู่บนฟากฟ้า พระองค์ส่งเขามายังเรา – ดู ตัฟสีร อัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบาย ซูเราะฮฆอฟีร อายะฮที่ 37
อัลลอฮ(ซ.บ)ตรัสว่า

وَقَالَ فِرْعَوْنُ يَا أَيُّهَا الْمَلَأُ مَا عَلِمْتُ لَكُم مِّنْ إِلَهٍ غَيْرِي فَأَوْقِدْ لِي يَا هَامَانُ عَلَى الطِّينِ فَاجْعَل لِّي صَرْحًا لَّعَلِّي أَطَّلِعُ إِلَى إِلَهِ مُوسَى وَإِنِّي لَأَظُنُّهُ مِنَ الْكَاذِبِينَ

และฟิรเอานกล่าวว่า “โอ้ปวงบริพารเอ๋ย! ฉันไม่เคยรู้จักพระเจ้าอื่นใดของพวกท่านนอกจากฉัน โอ้ฮามานเอ๋ย ! จงเผาดินให้ฉันด้วยแล้วสร้างโครงสูงระฟ้า เพื่อที่ฉันจะได้ขึ้นไปดูพระเจ้าของมูซา และแท้จริงฉันคิดว่า เขานั้นอยู่ในหมู่ผู้กล่าวเท็จ”- อัล-ก่อซอซ :38
อิบนุญะรีร อธิบายว่า

وَقَوْلُهُ : ( لَعَلِّي أَطَّلِعُ إِلَى إِلَهِ مُوسَى ) يَقُولُ : أَنْظُرُ إِلَى مَعْبُودِ مُوسَى ، الَّذِي يَعْبُدُهُ ، وَيَدْعُو إِلَى عِبَادَتِهِ ( وَإِنِّي لِأَظُنُّهُ ) فِيمَا يَقُولُ مِنْ أَنَّ لَهُ مَعْبُودًا يَعْبُدُهُ فِي السَّمَاءِ ، وَأَنَّهُ هُوَ الَّذِي يُؤَيِّدُهُ وَيَنْصُرُهُ ، وَهُوَ الَّذِي أَرْسَلَهُ إِلَيْنَا مِنَ الْكَاذِبِينَ

คำตรัสของพระองค์ที่ว่า (เพื่อที่ฉันจะได้ขึ้นไปดูพระเจ้าของมูซา) หมายถึง เขากล่าวว่า “ฉันจะได้ดู พระเจ้าของมูซา ที่เขาได้เคารพภักดีต่อพระองค์ และเขา(มูซา)ได้เชิญชวนไปสู่ การอิบาดะฮต่อพระองค์ (และแท้จริงฉันคิดว่า เขานั้น) ในสิ่งที่เขากล่าว จากการที่พระเจ้าของเขา ที่เขาเคารพภักดีต่อพระองค์นั้น อยู่บนฟ้า และ แท้จริง พระองค์ คือผู้ที่สนับสนุนเขา และช่วยเหลือเขา และพระองค์คือ ผู้ที่ ส่งเขามายังเรานั้น เป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาผู้ที่กล่าวเท็จ – ตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย เล่ม 19 หน้า 581
.............
อิบนุญะรีร ได้อธิบายสองอายะฮข้างต้นตรงกันว่า ฟาโรห์ ได้ ได้ปฏิเสธความเชื่อมูซา อะลัยฮิสสลามสลาม โดยให้บริพารของเขาสร้างหอคอยสูง เพื่อจะขึ้นไปยังพระเจ้าของนบีมูซา อะลัยฮิสสลาม ที่มูซาอ้างว่า อยู่บนฟ้า และฟาโรห์ ได้กล่าวหานบีมูซา เป็นผู้ที่โกหก ในการที่อ้างว่าพระเจ้าอยู่บนฟ้า
สรุป
- อกิดะฮของฟิรอูนไม่เชื่อว่าพระเจ้าอยู่บนฟากฟ้า และแสดงการเยาะเย้ยโดยจะสร้างหอคอยสูงเพื่อจะได้ขึ้นไปดูพระเจ้าของมูซา

อิหม่ามอัศเศาะบูนีย์ อธิบายว่า

قوله {وإني لأظنه كاذبا} يعني في قوله: إن في السماء إلهًا، وعلماء الأمة وأعيان الأئمة من السلف رحمهم الله لم يختلفوا في أن الله تعالى على عرشه، وعرشه فوق سماواته

คำตรัสของพระองค์ที่ว่า (และแท้จริงฉันคิดว่า เขานั้นอยู่ในหมู่ผู้กล่าวเท็จ) หมายถึง ในคำพูดของเขา(มูซา)ที่ว่า แท้จริงมีพระเจ้าอยู่บนฟากฟ้า) และบรรดาอุลามมาอฺแห่งอุมมะฮ และบรรดา ประชาชนแห่งอุมมะฮจากชาวสะลัฟ (ขออัลลอฮเมตตาต่อพวกเขา) พวกเขาไม่ได้เห็นต่างกัน เกี่ยวกับการที่อัลลอฮตะอาลาทรงอยู่บนฟากฟ้า บน อะรัช และอะรัชของพระองค์ อยู่เหนื่อบรรดาฟากฟ้าของพระองค์- อะกิดะฮสะลัฟวะอัศหาบุลหะดิษ หน้า 176
.........

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jun 17, 2013 12:34 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มีผู้ อ้างว่าเป็นคำพูดอบูหะนีฟะฮ
ท่านเป็นอิมามของมัชฮับหะนาฟีย์ ซึ่งเป็นอุลามาอฺซะลัฟ ท่านกล่าวว่า
قلت: أرأيت لو قيل أين الله تعالى؟ فقال : يقال له كان الله تعالى ولا مكان قبل أن يخلق الخلق، وكان الله تعالى ولم يكن أين ولا خلق ولا شىء، وهو خالق كل شىء

"ฉันขอกล่าวว่า ท่านจะบอกว่าอย่างไร หากถูกกล่าว(แก่ท่าน)ว่า อัลเลาะฮฺอยู่ใหน ? ดังนั้น เขา(อบูหะนีฟะฮฺ)กล่าวว่า ก็กล่าวตอบแก่เขาว่า ?อัลเลาะฮฺทรงมีมาแล้ว โดยที่ไม่มีสถานที่ ก่อนที่พระองค์จะสร้างมัคโลก และอัลเลาะฮฺทรงมีมาแล้ว โดยที่ไม่มีคำว่า ที่ใหน (ให้กับพระองค์) ไม่มีมัคโลก และไม่มีสิ่งใด(พร้อมกับพระองค์) โดยที่พระองค์นั้นทรงสร้างทุกๆ สิ่ง" ชัรหฺ อัลฟิกหฺ อัลอักบัร ของท่าน มุลลา อะลีย์ อัลกอรีย์ หน้า 138
@@@@@@

ชี้แจง
คำพูดข้างต้น
มันเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่ออีกคำพูดหนึ่งของอบูหะนีฟะฮคือ
อิบนุอะบิลอิซ อัลหะนะฟีย์ กล่าวว่า

وَكَلَامُ السَّلَفِ فِي إِثْبَاتِ صِفَةِ الْعُلُوِّ كَثِيرٌ جِدًّا : فَمِنْهُ : مَا رَوَى شَيْخُ الْإِسْلَامِ أَبُو إِسْمَاعِيلَ الْأَنْصَارِيُّ فِي كِتَابِهِ " الْفَارُوقِ " ، بِسَنَدِهِ إِلَى أَبِي مُطِيعٍ الْبَلْخِيِّ : أَنَّهُ سَأَلَ أَبَا حَنِيفَةَ عَمَّنْ قَالَ : لَا أَعْرِفُ رَبِّي فِي السَّمَاءِ أَمْ فِي الْأَرْضِ ؟ فَقَالَ : قَدْ كَفَرَ ، لِأَنَّ اللَّهَ يَقُولُ : الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى [ طه : 5 ] وَعَرْشُهُ فَوْقَ سَبْعِ سَمَاوَاتٍ ، قُلْتُ : فَإِنْ قَالَ : إِنَّهُ عَلَى الْعَرْشِ ، وَلَكِنْ يَقُولُ : لَا أَدْرِي آلْعَرْشُ فِي السَّمَاءِ أَمْ فِي الْأَرْضِ ؟ قَالَ : هُوَ كَافِرٌ ، لِأَنَّهُ أَنْكَرَ أَنَّهُ فِي السَّمَاءِ ، فَمَنْ أَنْكَرَ أَنَّهُ فِي السَّمَاءِ فَقَدْ كَفَرَ

“และคำพูด สะลัฟ เกี่ยวกับการรับรองคุณลักษณะการอยู่เบื้องสูง นั้นมากมายยิ่งนัก และส่วนหนึ่ง จากมันคือ สิ่งที่ ชัยคุลอิสลาม อบูอิสมาอิลอันอันศอรีย์ ในหนังสือของเขา ชื่อ อัลฟารูก ด้วยสายรายงาน สืบไปยัง อบีอัลมุเฏียะ อัลบัลคีย์ ว่า “แท้จริงเขาได้ถาม อบูหะนีฟะฮ เกี่ยวกับผู้ที่ กล่าวว่า “ฉันไม่รู้ว่าพระเจ้าของฉัน อยู่บนฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน? แล้วเขา(อบูหะนีฟะอ)กล่าวว่า “เขาได้ปฏิเสะศรัทธาแล้ว เพราะแท้จริง อัลลอฮตรัสว่า “ พระเจ้าผู้ทรงเมตตา ทรงประทับบน/เหนืออะรัช – ฏอฮา/๕ และอะรัช ของพระองค์ อยู่เหนือฟากฟ้าทั้งเจ็ด ,ข้าพเจ้า กล่าวว่า “ถ้าเขากล่าวว่า “ แท้จริงพระองค์ทรงอยู่บนอะรัช แต่ เขากล่าวว่า “ฉันไม่รู้ว่า อะรัช อยู่บนฟ้า หรืออยู่บนพื้นดิน ? เขา(อบูหะนีฟะฮ)กล่าวว่า “ เขาเป็นกาเฟร “ เพราะเขา คัดค้าน ว่าแท้จริงพระองค์ อยู่บนฟากฟ้า เพราะผู้ใด คัดค้าน ว่า แท้จริง พระองค์ อยู่บนฟากฟ้า แน่นอน “เขาได้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว – ดู ชัรหุอะกีดะฮอัฏเฏาะหาวียะฮ เล่ม ๒ หน้า ๓๘๗

อิบนุอะบิลอิซ อัลหะนะฟีย์ กล่าวอีกว่า

وَلَا يُلْتَفَتُ إِلَى مَنْ أَنْكَرَ ذَلِكَ مِمَّنْ يَنْتَسِبُ إِلَى مَذْهَبِ أَبِي حَنِيفَةَ ، فَقَدِ انْتَسَبَ إِلَيْهِ طَوَائِفُ مُعْتَزِلَةٌ وَغَيْرُهُمْ ، مُخَالِفُونَ لَهُ فِي كَثِيرٍ مِنَ اعْتِقَادَاتِهِ

และอย่าไปสนใจผู้ที่คัดค้านดังกล่าว จากผู้ที่อ้างทัศนะอบีหะนีฟะฮ ,แท้จริง บรรดาพวกมุอฺตะซิละฮ และอื่นจากพวกเขา ได้อ้างเขา(อบูหะนีฟะฮ) ,พวกเขามีความแตกต่างกับอบูหะนีฟะฮ มากมายจากบรรดาอะกีดะฮของเขา(ของอบูหะนีหะฮ) - ดู ชัรหุอะกีดะฮอัฏเฏาะหาวียะฮ เล่ม ๒ หน้า ๓๘๗
กล่าวคือ พวกมุอตะซิละฮ ที่ค้านการอยู่เหนือฟากฟ้าของอัลลอฮ จะอ้างทัศนะอบูหะนีฟะฮ ซึ่งความจริง เป็นการแอบอ้าง เพราะพวกเขามีอะกีดะฮแตกต่างจากอะกีดะฮของอบูหะนีฟะฮหลายเรื่อง ถ้าเราสังเกตจากข้อเขียนของอะชาอีเราะฮบางคน เราจะพบว่า เขาจะอ้าง อัลเกาษะรีย์ อุลามาอิญะมียะฮ ที่ต่อต้านเรื่องนี้ โดยเฉพาะการตัคริจญ(การวิจารณ์)หะดิษ

อิบนุอะบิลอิซ อัลหะนะฟีย์ กล่าวอีกว่า

. وَقَدْ يَنْتَسِبُ إِلَى مَالِكٍ وَالشَّافِعِيِّ وَأَحْمَدَ مَنْ يُخَالِفُهُمْ فِي بَعْضِ اعْتِقَادَاتِهِمْ . وَقِصَّةُ أَبِي يُوسُفَ فِي اسْتِتَابَتَةِ لِبِشْرٍ الْمَرِيسِيِّ ، لَمَّا أَنْكَرَ أَنْ يَكُونَ اللَّهُ عَزَّ وَجَلَّ فَوْقَ الْعَرْشِ - : مَشْهُورَةٌ . رَوَاهَا عَبْدُ الرَّحْمَنِ بْنُ أَبِي حَاتِمٍ وَغَيْرُهُ .

และ ได้มีการแอบอ้าง มาลิก ,ชาฟิอี และ อะหมัด โดยผู้ที่มีความเห็นขัดแย้งกับพวกเขาในบางส่วนของอะกีดะฮของพวกเขา (ของ มาลิก ,ชาฟิอี และ อะหมัด) และเรื่องราวอบียูซุบ ในการขอให้ บะชีร อัลมะรีสีย์ ทำการเตาบัต เมื่อเขาได้คัดค้าน ว่า อัลลอฮ ผู้ทรง สูงส่ง และ ทรงเลิศยิ่ง อยู่หนืออะรัช (เป็นเรื่องราว) ที่รู้กันแพร่หลาย ,อับดุรเราะหมาน บิน อบีหาติม และอื่นจากเขาได้รายงานมัน- ดู ชัรหุอะกีดะฮอัฏเฏาะหาวียะฮ เล่ม ๒ หน้า ๓๘๗
@@@@

บะชีร อัลมะรีสีย์ เป็นพวกญะฮมียะฮ ที่คัดค้าน การอยู่เหนืออะรัช ของอัลลอฮ จึงถูกขอให้ทำการเตาบัต เราจะสังเกตได้ว่า พวกที่คัดค้าน เรื่อง การอยู่เบื่องสูงของอัลลอฮ พยายามทุกอย่างที่จะลบล้างหะดิษ และอายะฮ อัลกุรอ่าน โดยนำ ทัศนะคนนั้น คนนี้ แม้แต่หะดิษเฎาะอีฟ ก็เอามาอ้าง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Jul 19, 2013 9:50 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อิบนุญะรีร อัฏฏอ็บรีย์ นักตัฟสีรยุคสะลัฟ (ฮ.ศ 310) ได้อธิบายว่า

وَهُوَ مَعَكُمْ أَيْنَ مَا كُنْتُمْ ) يَقُولُ : وَهُوَ شَاهِدٌ لَكُمْ - أَيُّهَا النَّاسُ - أَيْنَمَا كُنْتُمْ يَعْلَمُكُمْ ، وَيَعْلَمُ أَعْمَالَكُمْ ، وَمُتَقَلَّبَكُمْ وَمَثْوَاكُمْ ، وَهُوَ عَلَى عَرْشِهِ فَوْقَ سَمَوَاتِهِ السَّبْعِ

(และพระองค์ทรงอยู่กับ พวกเจ้าไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่ ณ แห่งหนใด) เขากล่าวว่า หมายถึง และพระองค์ทรงเป็นพยานแก่พวกเจ้า โอ้มนุษย์เอ๋ย ไม่ว่าที่ใหนก็ก็ตามที่พวกเจ้าอยู่ พระองค์ทรงรู้พวกเจ้า และทรงรู้บรรดาการงานของพวกเจ้า (ทรงรู้)สถานที่เกลื่อนย้ายของพวกเจ้าและที่อยู่อาศัยของพวกเจ้า และพระองค์ ทรงอยู่บนอะรัช เหนือฟากฟ้าทั้งเจ็ดของพระองค์ – ดู ตัฟสีร อัฏฏอ็บรีย์ เล่ม 23 หน้า 170 อธิบายซูเราะฮอัลหะดิด อายะฮที่ 4
@@@@@
คำอธิบายของอิบนุญะรีร ยืนยันถึงพระองค์ ทรงอยู่บนอะรัช เหนือฟากฟ้าทั้งเจ็ดของพระองค์ และคำอธิบายนี้ เป็นหลักฐานลบล้างคำพูดต่างๆ ที่อ้างว่าอิบนุญะรีร ตีความ สิฟัตอิสติวาอฺอย่างสิ้นเชิง
อายะฮที่ว่า
أَلَمْ تَرَ أَنَّ اللَّهَ يَعْلَمُ مَا فِي السَّمَاوَاتِ وَمَا فِي الْأَرْضِ مَا يَكُونُ مِنْ نَجْوَى ثَلَاثَةٍ إِلَّا هُوَ رَابِعُهُمْ

เจ้าไม่เห็นดอกหรือว่า อัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน การซุบซิบกันในสามคนจะไม่เกิดขั้น เว้นแต่พระองค์จะทรงเป็นที่สี่ของพวกเขา…..อัลมุญาดะละฮ/7

อิบนุญะรีร อธิบายว่า

وَعُنِيَ بِقَوْلِهِ : ( هُوَ رَابِعُهُمْ ) بِمَعْنَى : أَنَّهُ مُشَاهِدُهُمْ بِعِلْمِهِ ، وَهُوَ عَلَى عَرْشِهِ

ด้วยคำตรัสของพระองค์ที่ว่า (พระองค์จะทรงเป็นที่สี่ของพวกเขา) ถูกให้ความหมายด้วยความหมาย ว่าแท้จริง พระองค์ คือผูที่เห็นพวกเขาด้วยความรู้ของพระองค์ และพระองค์ทรงอยู่บนอะรัชของพระองค์
- ดูตัฟสีรอิบนุญะรีร อธิบายซูเราะฮอัลมุญาดะฮ อายะฮที่ 7

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Jul 19, 2013 9:58 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัลลอฮ อยู่บนฟ้า หรือ ว่าทรงมีอยู่โดยไม่มีสถานที่
คำว่า
موجود بلا مكان
ทรงมีอยู่โดยไม่มีสถานที่
เป็นคำยอดฮีต คำนี้มาจากใหน?
จากอัลกุรอ่านหรือ ก็ไม่ใช่
จากนบี หรือ ก็ไม่ใช่
จากเหล่าเหล่าเศาะหาบะฮหรือก็ไม่ใช่
ชาวสะลัฟเมือถูกถามว่าอัลลอฮอยู่ใหน เขาจะตอบว่า “อยู่บนฟ้า เพราะ
อัลลอฮตรัสว่า
أَأَمِنْتُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ أَنْ يَخْسِفَ بِكُمُ الْأَرْضَ فَإِذَا هِيَ تَمُورُ
พวกเจ้าจะปลอดภัยละหรือ จากการที่พระองค์ทรงสถิตย์อยู่ ณ ฟากฟ้าจะให้แผ่นดินสูบพวกเจ้าแล้วขณะนั้นมันจะหวั่นไหว
أَمْ أَمِنْتُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ أَنْ يُرْسِلَ عَلَيْكُمْ حَاصِبًا ۖ فَسَتَعْلَمُونَ كَيْفَ نَذِيرِ
หรือว่าพวกเจ้าจะปลอดภัยจากการที่พระผู้ทรงสถิตย์อยู่ ณ ฟากฟ้า จะทรงส่งลมหอบก้อนกรวดให้กระหน่ำมายัง พวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะได้รู้ว่าการตักเตือนของข้าเป็นเช่นใด ?
เพราะมีหะดิษจากนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
عَنِ بْنِ سَـعِيْدِ الْخُـدْرِيِّ اَنَّ رَسُـوْلَ اللهِ صَلَّى عَلَيْهِ وَسَـلَّمَ قَالَ : اَلاَ تَاْمَنُوْنَنِيْ وَاَنَا اَمِيْنٌ مَنْ فِى السَّمَآءِ يَاْتِنِيْ خَبَرٌ مِنَ السَّمَآءِ صَبَاحٌ وَمَسَاءٌ.
จากอบีสะอีดอัลคุดรีย์ ว่า แท้จริงท่านรซูลุลลอฮ ศอลฯ กล่าวว่า “พวกท่านไม่ไว้วางใจข้าพเจ้าหรอกหรือ ทั้งที่ข้าพเจ้า เป็นผู้ได้รับความไว้วางวางใจ ของผู้ที่อยู่บนฟากฟ้า ข่าว(วะหยู)จากฟากฟ้ามายังข้าพเจ้า ในเวลาเช้าและเวลาบ่าย – รายงานโดย อะหมัด และบุคอรี หะดิษหมายเลข 4351 และ มุสลิม
ถ้าถามอะชาอิเราะฮว่า พระเจ้าอยู่ใหน ? เขาจะตอบเป็นเสียงเดียวว่า
موجود بلا مكان
ทรงมีอยู่โดยไม่มีสถานที่
แล้วคำนี้มาจากใหน ?
มาจากแนวคิด ด้วยการใช้ตรรก หรือเหตุผล เพื่อให้สอดคล้องกับปัญญาที่เขาเข้าใจ
เขาเข้าใจว่า คำว่า “มะกาน”คือ สถานที่ ที่เป็นมัคลูค ซึ่งอันนี้ ไม่มีคนที่ถูกฉายาว่า “วะฮบีย”เข้าใจแบบนี้ แต่เราหมายถึง
إن الله في جهة العلو أو إنه في مكان عليّ فوق خلقه..
แท้จริง อัลลอฮทรงอยู่ทิศเบื้องสูง หรือ ทรงอยู่ที่สูงเหนือบรรดามัคลูค
โดยที่จะไม่ถามว่า ทรงอยู่อย่างไร รูปแบบใด
เช็คบินบาซ อธิบายว่า
فهو سبحانه وتعالى فوق العرش في جهة العلو فوق جميع الخلق عند جميع أهل العلم من أهل السنة، قد أجمع أهل السنة والجماعة رحمة الله عليهم على أن الله في السماء فوق العرش فوق جميع الخلق سبحانه وتعالى، وهذا هو المنقول عن رسول الله - صلى الله عليه وسلم - وعن أصحابه - رضي الله عنهم وعن أتباعهم بإحسان كما أنه موجود في كتاب الله القرآن وقد سأل النبي - صلى الله عليه وسلم – جارية جاء بها سيدها ليعتقها فقال لها الرسول : أين الله ؟ فقالت : في السماء، قال من أنا؟ قالت: أنت رسول الله، قال: أعتقها فإنها مؤمنة) رواه مسلم
พระองค์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงอยู่เหนืออะรัช ในทิศเบื้องสูง เหนือบรรดามัคลูคทั้งหมด ในทัศนะของนักวิชาการอะฮลุสสุนนะฮทั้งหมด แท้จริงชาว อะฮลุสสุนนะฮวัลญะมาอะฮ ทั้งหมด(ขออัลลอฮเมตตาต่อพวกเขา) มีมติบน คำว่า แท้จริง อัลลอฮทรงอยู่บนฟากฟ้า เหนืออะรัช เหนือบรรดามัคลูคทั้งหลาย มหาบริสุทธิ์ พระองค์ และพระองค์ทรงสูงส่งยิ่ง และนี้คือ สิ่งที่ถุกรายงานจากรซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม , จากบรรดาสาวกของท่าน (ร.ฎ) และจากผู้เจริญรอยตามพวกเขา ด้วยความดี ดังสิ่งที่มีอยู่ในกิตาบุลลอฮ คือ อัลกุรอ่าน และ นบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ถาม ทาสหญิงคนหนึ่ง ที่นายของนางนำมา เพื่อที่จะปล่อยนางให้เป็นอิสระ ท่านรอซูล กล่าวแก่น่างว่า “ อัลลอฮอยู่ใหน ? นางกล่าวตอบว่า “ อยู่บนฟ้า “ ท่านรอซูลกล่าวว่า “ฉันคือใคร ? นางกล่าวตอบว่า “ท่านคือ ศาสทูตของอัลลอฮ” ท่านรซูลุลลอฮ จึงกล่าวว่า “ปล่อยนางให้เป็นอิสระเถิด เพราะแท้จริงนางคือ ผู้หญิงที่ศรัทธา” – รายงานโดยมุสลิม
http://www.binbaz.org.sa/mat/10296

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jul 21, 2013 5:10 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

وَقَالَ أَبُو جَعْفَرٍ مُحَمَّدُ بْنُ جَرِيرٍ الطَّبَرِيُّ إِمَامُ الْمُفَسِّرِينَ - رَحِمَهُ اللَّهُ - فِي عَقِيدَتِهِ : وَحَسْبُ امْرِئٍ أَنْ يَعْلَمَ أَنَّ رَبَّهُ هُوَ الَّذِي عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى ، فَمَنْ تَجَاوَزَ ذَلِكَ ، فَقَدْ خَابَ وَخَسِرَ

และอบูยะอฟัร มุหัมหมัด บิน ญะรีร อัฏฏอ็บรีย์ อิหม่ามบรรดานักตัฟสีร (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน ) ได้กล่าวในอะกีดะฮของเขาว่า “ พอเพียงแล้ว สำหรับบุคคล ต่อการที่เขารู้ว่า แท้จริง พระเจ้าของเขา คือ ผู้ซึ่ง สถิตเหนืออะรัช ดังนั้น ผู้ใดเกินเลยดังกล่าว แน่นอนเขาได้ล้มเหลวและขาดทุนแล้ว -ดูมะอาริญุลเกาะบูลฯ ของ หาฟิซ บิน มุหัมหมัด อัลหะกา เล่ม 1 หน้า 197
มาดูคำอธิบายของ ท่านอิบนุญะรีร อัฏฏอ็บรีย์

( أَمْ أَمِنْتُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ ) وَهُوَ اللَّهُ ( أَنْ يُرْسِلَ عَلَيْكُمْ حَاصِبًا )

(หรือว่าพวกเจ้าจะปลอดภัยจากการที่พระผู้ทรงสถิตย์อยู่ ณ ฟากฟ้า ) และพระองค์คือ อัลลอฮ (จะทรงส่งลมหอบก้อนกรวดให้กระหน่ำมายัง พวกเจ้า ) ดูตัฟสีรอิบนุญะรีร อัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบายซูเราะฮอัลมุลกุ อายะฮ ที่ 17

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jul 21, 2013 5:12 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มาดู หะดิษที่ระบุในเศาะเฮียะบุคอรี หมายเลข ๖๙๘๖ เรื่อง อิสรออฺ เมียะรอจญ โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า

فَالْتَفَتَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم إِلَى جِبْرِيلَ كَأَنَّهُ يَسْتَشِيرُهُ فِي ذَلِكَ، فَأَشَارَ إِلَيْهِ جِبْرِيلُ أَنْ نَعَمْ إِنْ شِئْتَ. فَعَلاَ بِهِ إِلَى الْجَبَّارِ فَقَالَ وَهْوَ مَكَانَهُ يَا رَبِّ خَفِّفْ عَنَّا، فَإِنَّ أُمَّتِي لاَ تَسْتَطِيعُ هَذَا. فَوَضَعَ عَنْهُ عَشْرَ صَلَوَاتٍ ثُمَّ رَجَعَ إِلَى مُوسَى فَاحْتَبَسَهُ، فَلَمْ يَزَلْ يُرَدِّدُهُ مُوسَى إِلَى رَبِّهِ حَتَّى صَارَتْ إِلَى خَمْسِ صَلَوَاتٍ

So the Prophet turned to Gabriel as if he wanted to consult him about that issue. Gabriel told him of his opinion, saying, "Yes, if you wish." So Gabriel ascended with him to the Irresistible and said while he was in his place, "O Lord, please lighten our burden as my followers cannot do that." So Allah deducted for him ten prayers where upon he returned to Moses who stopped him again and kept on sending him back to his Lord till the enjoined prayers were reduced to only five prayers.

’ ดังนั้น นบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ ไปพบพบญิบรีล เพื่อขอคำชี้แนะต่อเขาในเรื่องดังกล่าวนั้น แล้ว ญิบรีลได้ชี้แนะแก่ท่านนบี ว่า เชิญ ครับ หากท่านต้องการ แล้ว เขา(ญิบรีล)ได้นำท่านนบีขึ้นไปยัง พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรง อนุภาพ แล้วนบี ได้กล่าว โดยที่พระองค์(พระเจ้าผู้ทรงอนุภาพ)อยู่สถานที่ของพระองค์ ว่า “โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ,ได้โปรดลดย่อนจากเรา เพราะแท้จริง อุมมะฮของข้าพระองค์ ไม่สามารถปฏิบัติแบบนี้ได้(หมายละหมาด ๕๐ เวลา) แล้วพระองค์ได้ลดย่อน จากมัน ให้เหลือ สิบเวลา หลังจากนั้น นบีก็ได้กลับไปยังมูซา แล้ว มูซา ได้กับตัวนบีเอาไว้ และมูซาได้ให้นบีกลับไป ยังพระผู้อภิบาลอยู่ตลอดเวลา จนกระทั้ง ละหมาด กลายเป็น(หมายถึงถูกกำหนดให้เป็น)ห้าเวลา....
..........................
จากหะดิษข้างต้น เป็นการยืนยันการอยู่ ณ สถานที่เบื้องสูงของอัลลอฮ อย่างชัดเจน และ ญิบรีล นำท่านนบี ศอ็ลฯ ขึ้นไปยังพระองค์

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jul 21, 2013 5:14 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ศนะวะฮบฺ บิน ญะรีร เสียชีวิตในปีฮิจเราะฮฺที่ 206

محمد بن حماد قال سمعت وهب بن جرير يقول إياكم ورأي جهم فإنهم يحاولون أنه ليس شيء في السماء وما هو إلا من وحي إبليس ما هو إلا الكفر

มุหัมมัด บิน หัมมาด กล่าวว่า เขาได้ยินวะฮบฺ บิน ญะรีร กล่าวว่า “จงระมัดระวังความคิดของพวกญะฮฺมียะฮฺ แท้จริง พวกเขาพลิกแพลงความหมายว่า เหนือชั้นฟ้านั้นไม่มีสิ่งใดอยู่เลย(หมายถึงว่า อัลลอฮมิได้อยู่เหนือชั้นฟ้า) แท้จริง ความคิดเช่นนี้มิใช่อื่นใด นอกจากวะฮีย์ที่มาจากอิบลีส และมันมิใช่อื่นใดนอกจากการกุฟรฺ” - ดู อัล-อุลูว ลิล อะลิยยิล ฆ็อฟฟาร หน้า 159 รายงานนี้ได้รับการรับรองเศาะฮีหฺโดย อิบนุล ก็อยยิม ในอัล-ญุยูช. ดู มุคตะศ็อร อัล-อุลูวฺ หน้า 170

อิบนุญะรีร อัฏฏอ็บรีย์ นักตัฟสีรยุคสะลัฟ (ฮ.ศ 310) ได้อธิบายว่า

وَهُوَ مَعَكُمْ أَيْنَ مَا كُنْتُمْ ) يَقُولُ : وَهُوَ شَاهِدٌ لَكُمْ - أَيُّهَا النَّاسُ - أَيْنَمَا كُنْتُمْ يَعْلَمُكُمْ ، وَيَعْلَمُ أَعْمَالَكُمْ ، وَمُتَقَلَّبَكُمْ وَمَثْوَاكُمْ ، وَهُوَ عَلَى عَرْشِهِ فَوْقَ سَمَوَاتِهِ السَّبْعِ

(และพระองค์ทรงอยู่กับ พวกเจ้าไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่ ณ แห่งหนใด) เขากล่าวว่า หมายถึง และพระองค์ทรงเป็นพยานแก่พวกเจ้า โอ้มนุษย์เอ๋ย ไม่ว่าที่ใหนก็ก็ตามที่พวกเจ้าอยู่ พระองค์ทรงรู้พวกเจ้า และทรงรู้บรรดาการงานของพวกเจ้า (ทรงรู้)สถานที่เกลื่อนย้ายของพวกเจ้าและที่อยู่อาศัยของพวกเจ้า และพระองค์ ทรงอยู่บนอะรัช เหนือฟากฟ้าทั้งเจ็ดของพระองค์ – ดู ตัฟสีร อัฏฏอ็บรีย์ เล่ม 23 หน้า 170 อธิบายซูเราะฮอัลหะดิด อายะฮที่ 4
@@@@@
คำอธิบายของอิบนุญะรีร ยืนยันถึงพระองค์ ทรงอยู่บนอะรัช เหนือฟากฟ้าทั้งเจ็ดของพระองค์ และคำอธิบายนี้ เป็นหลักฐานลบล้างคำพูดต่างๆ ที่อ้างว่าอิบนุญะรีร ตีความ สิฟัตอิสติวาอฺอย่างสิ้นเชิง


อายะฮที่ว่า
أَلَمْ تَرَ أَنَّ اللَّهَ يَعْلَمُ مَا فِي السَّمَاوَاتِ وَمَا فِي الْأَرْضِ مَا يَكُونُ مِنْ نَجْوَى ثَلَاثَةٍ إِلَّا هُوَ رَابِعُهُمْ

เจ้าไม่เห็นดอกหรือว่า อัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน การซุบซิบกันในสามคนจะไม่เกิดขั้น เว้นแต่พระองค์จะทรงเป็นที่สี่ของพวกเขา…..อัลมุญาดะละฮ/7

อิบนุญะรีร อธิบายว่า

وَعُنِيَ بِقَوْلِهِ : ( هُوَ رَابِعُهُمْ ) بِمَعْنَى : أَنَّهُ مُشَاهِدُهُمْ بِعِلْمِهِ ، وَهُوَ عَلَى عَرْشِهِ

ด้วยคำตรัสของพระองค์ที่ว่า (พระองค์จะทรงเป็นที่สี่ของพวกเขา) ถูกให้ความหมายด้วยความหมาย ว่าแท้จริง พระองค์ คือผูที่เห็นพวกเขาด้วยความรู้ของพระองค์ และพระองค์ทรงอยู่บนอะรัชของพระองค์
- ดูตัฟสีรอิบนุญะรีร อธิบายซูเราะฮอัลมุญาดะฮ อายะฮที่ 7

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jul 28, 2013 1:01 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แนวทางของอิหม่ามบุคอรี ในเรื่อง อะกีดะฮ

เศาะเหียะบุคอรี กิตาบุตเตาฮีด อิหม่ามบุคอรีกล่าวว่า

بَاب وَكَانَ عَرْشُهُ عَلَى الْمَاءِ وَهُوَ رَبُّ الْعَرْشِ الْعَظِيمِ قَالَ أَبُو الْعَالِيَةِ اسْتَوَى إِلَى السَّمَاءِ ارْتَفَعَ فَسَوَّاهُنَّ خَلَقَهُنَّ وَقَالَ مُجَاهِدٌ اسْتَوَى عَلَا عَلَى الْعَرْشِ
"
บทว่าด้วยคำตรัสของอัลลอฮ (และอะรัชนั้นอยู่บนน้ำ) (และพระองค์คือพระเจ้าแห่งอะรัชอันยิ่งใหญ่) อบูอัลอาลียะฮ กล่าวว่า (ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้า) หมายถึง ทรงขึ้นไป (และได้ทำให้มันสมบูรณ์) หมายถึง ทรงสร้างมัน และมุญฮิด กล่าวว่า คำว่า(อิสตะวา) หมายถึง ทรงอยู่สูงเหนือบัลลังค์ ( อะรัช) - ดูเศาะเฮียะบุคอรี เล่ม 6 หน้า 2699 หะดิษหมายเลข 6982

อิหม่ามอัซซะฮะบีย์ กล่าวว่า

قال الإمام أبو عبد الله محمد بن إسماعيل في آخر الجامع الصحيح في كتاب الرد على الجهمية باب قوله تعالى وكان عرشه على الماء قال أبو العالية استوى إلى السماء إرتفع وقال مجاهد في استوى علا على العرش وقالت زينب أم المؤمنين رضي الله عنها زوجني الله من فوق سبع سموات

อิหม่ามอบูอับดุลลอฮ มุหัมหมัด บิน อิสมาอีล (เป็นชื่อเต็มของอิหม่ามบุครี-ผู้แปล)ได้กล่าวในตอนท้ายของ อัลญาเมียะ อัศเศาะเฮียะ(หมายถึงเศาะเฮียะบุคอรี) ใน กิตาบ รอ็ด อะลัลญะฮมียะฮ ว่า
บทว่าด้วยคำตรัสของอัลลอฮ (และอะรัชนั้นอยู่บนน้ำ) (และพระเจ้าแห่งอะรัชอันยิ่งใหญ่) อบูอัลอาลียะฮ กล่าวว่า (ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้า) หมายถึง ทรงขึ้นไป (และได้ทำให้มันสมบูรณ์) หมายถึง ทรงสร้างมัน และมุญฮิด กล่าวว่า คำว่า(อิสตะวา) หมายถึง ทรงอยู่สูงเหนือบัลลังค์ ( อะรัช) และ ท่านหญิงซัยหนับ มารดาแห่งบรรดาศรัทธาชน (ร.ฎ) กล่าวว่า “อัลลอฮ จาก เบื้องบนเจ็ดชั้นฟ้า ได้จัดการแต่งงานให้แก่ฉัน - ดู อัลอุลูว์ ของอิหม่ามอัซซะฮะบีย์ หน้า 108 และมุคตะศอร อัลอุลูว์ หน้า 202

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed Jul 31, 2013 5:19 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ไปอ่านเจอคนหนึ่งตั้งกระทู้ ถามว่า
"มีคำถามอยากจะถามพี่น้องคณะใหม่คร๊าบ คือเรื่องมีอยู่ว่า จากตัวบทฮาดีสนาบีมีบทหนึ่งท่ีกลุ่มคณะใหม่เข้าใจว่า * อัลเลาะห์ทรงลงมาในฟ้าดุนยานี้ ทุกคืน จริงๆ * ผมอยากถามว่า อัลเลาะห์ทรงลงมาตลอดทั้งคืนเลยหรือครับ เพราะเวลาในโลกหมุนเวียนตลอด 24 ชม. ? ขอคุณครับ

ขอตอบ ณ ที่นี้ว่า
นี้คือ ตัวอย่างหนึ่งของคนที่ถามในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะถามถึงรูปแบบการเสด็จลงมาของอัลลอฮ
โดยใช้เหตุผลทางปัญญา มาวิเคราะห์คือ คำพูดที่ว่า

ผมอยากถามว่า อัลเลาะห์ทรงลงมาตลอดทั้งคืนเลยหรือครับ เพราะเวลาในโลกหมุนเวียนตลอด 24 ชม. ?

รายงานจากอบีฮุรัยเราะฮ ว่า ท่านรซูลุลอฮ วอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า

يَنْزِلُ رَبُّنَا تَبَارَكَ وَتَعَالَى كُلَّ لَيْلَةٍ إِلَى السَّمَاءِ الدُّنْيَا حِينَ يَبْقَى ثُلُثُ اللَّيْلِ الآخِرُ يَقُولُ: مَنْ يَدْعُونِي فَأَسْتَجِيبَ لَهُ مَنْ يَسْأَلُنِي فَأُعْطِيَهُ مَنْ يَسْتَغْفِرُنِي فَأَغْفِرَ لَهُ

พระผู้อภิบาลของเรา ผู้ทรงบริสุทธิ์ ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเสด็จลงมายังฟากฟ้าดุนยา ทุกๆค่ำคืน จนกระทั้งเหลือแค่ 1 ใน 3 สุดท้ายของกลางคืน โดยพระองค์จะทรงกล่าวว่า “ ผู้ใดวิงวอนต่อข้า ดังนั้นข้าจะตอบรับเขา และผู้ใดขอต่อข้า ข้าก็จะให้เขา และผู้ใดขออภัยโทษต่อข้า ก็ก็จะอภัยโทษแก่เขา
رواه البخاري (1145) و (6321) و(7494)، ومسلم (758


ท่านอัล-อาญะรีย์ ได้กล่าวว่า

والإيمان بهذا واجب لا يسع المسلم العاقل أن يقول كيف ينزل , ولا يرد هذا إلا المعتزلة

และการศรัทธา ต่อเรื่องนี้นั้น เป็นวาญิบ ไม่เปิดโอกาสให้มุสลิมผู้มีสติปัญญา กล่าวว่า พระองค์ทรงเสด็จลงมาอย่างไร และไม่มีใครปฏิเสธ สิ่งนี้ นอกจากพวกมุอฺตะซิละฮ - กิตาบุชชะรีอะฮ หน้า 306 บทว่าด้วยเรื่อง
باب الإيمان والتصديق بأن الله عزوجل ينزل إلى السماء الدنيا كل ليلة

อิหม่ามอัดดาริมีย์กล่าวว่า

فقالوا: "كيف نزوله هذا؟" قلنا: لم نُكلف معرفة كيفية نزوله في ديننا ولا تعقله قلوبنا، وليس كمثله شيء من خلقه فنشبه منه فعلا أو صفة بفعالهم وصفتهم.

พวกเขากล่าวว่า “รูปแบบการเสด็จลงมาของพระองค์ นี้เป็นอย่างไร ? เรา กล่าวตอบว่า
เราจะไม่ถูกบังคับให้รู้จักรูปแบบการเสด็จลงมาของพระองค์ในศาสนาของเรา และหัวใจของเราจะไม่คิดมัน ,และไม่มีสิ่งใดจากมัคลูคของพระองค์ เหมือนกับพระองค์ ที่จะให้เราเปรียบเทียบพระองค์จากมัน ไม่ว่า จะเป็นการกระทำหรือ คุณลักษณะ ด้วยบรรดาการกระทำของพวกเขาและบรรดาลักษณะของพวกเขา
- อัรรอ็ด อะลัลญะฮมียะฮ ของ อัดดาริมีย์ หน้า 79

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Wed Jul 31, 2013 5:29 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Faosun Mbm ถามว่า

การศรัทธาต่ออัลกรุอานหมายถึงการศรัธทาต่ออายะฮฺต่างๆที่มนุษย์ไม่สามารถใช้สติปัญญาล่วงรู้หรือจินตาการด้วยหรือไม่?
قَالَ يَا إِبْلِيسُ مَا مَنَعَكَ أَنْ تَسْجُدَ لِمَا خَلَقْتُ بِيَدَيَّ أَأَسْتَكْبَرْتَ أَمْ كُنْتَ مِنَ

พระองค์ตรัสว่า “อิบลีสเอ๋ย
อะไรเล่าที่ขัดขวางเจ้ามิให้เจ้าสุญูดต่อสิ่งที่ข้าได้สร้างด้วยมือทั้งสอง
ของข้า ? เจ้าเย่อหยิ่งจองหองนักหรือ หรือว่าเจ้าอยู่ในหมู่ผู้สูงส่ง -
ศอด/75 .............................สลัฟเค้าศรัทธากับอายะฮฺนี้อย่างไรครับ

ตอบ

อบูอุษมาน อัศเศาะบูนีย์ อัชชะฟีอีย์ (ฮ.ศ 449) นักปราชญ์ ที่เกือบจะทันยุคสลัฟ กล่าวว่า

ولا يعتقدون تشبيها لصفاته بصفات خلقه، فيقولون: إنه خلق آدم بيديه، كما نص سبحانه عليه في قوله –عز من قائل- {قَالَ يَا إِبْلِيسُ مَا مَنَعَكَ أَنْ تَسْجُدَ لِمَا خَلَقْتُ بِيَدَيَّ } [ص : 75].
และพวกเขา(อะฮลุลหะดิษ)ไม่เชื่อว่า เป็นการตัชบีฮ(การเปรียบเทียบว่า)บรรดาสิฟัตของพระองค์ คล้ายคลึงกับมัคลูคของพระองค์ โดยพวกเขากล่าวว่า แท้จริงพระองค์ทรงสร้าง อาดัม ด้วยสองมือของพระองค์ ดังที่อัลลอฮ(ซ.บ)ได้ตรัสเป็นตัวบทไว้ในคำตรัสของพระองค์ (อิบลีสเอ๋ย อะไรเล่าที่ขัดขวางเจ้ามิให้เจ้าสุญูดต่อสิ่งที่ข้าได้สร้างด้วยมือทั้งสอง ของข้า ? ศอด/75 – ดู อะกีดะตุสลัฟ อัศหาบุลหะดิษ ของอัศศอบูนีย์ หน้า 37 ตรวจทาน โดย อบุลยะมีน อันมันศูรีย์ และหน้า 161-162 ตรวจทานโดย นาศีร อัลญะเดียะ
อิหม่ามอิบนุญะรีร อัฏฏอ็บรีย์ ปราชญ์ ชาวสะลัฟ ซึ่งมีชีวิตในช่วง ฮ.ศ. 224-310 อธิบายว่า

يُخْبِر تَعَالَى ذِكْره بِذَلِكَ أَنَّهُ خَلَقَ آدَم بِيَدَيْهِ , كَمَا :
23102 - حَدَّثَنَا اِبْن الْمُثَنَّى , قَالَ : ثنا مُحَمَّد بْن جَعْفَر
, قَالَ : ثنا شُعْبَة , قَالَ : أَخْبَرَنِي عُبَيْد المكتب , قَالَ :
سَمِعْت مُجَاهِدًا يُحَدِّث عَنْ اِبْن عُمَر , قَالَ : خَلَقَ اللَّه
أَرْبَعَة بِيَدِهِ : الْعَرْش , وَعَدْن , وَالْقَلَم , وَآدَم , ثُمَّ
قَالَ لِكُلِّ شَيْء كُنْ فَكَانَ

อัลลอฮ ตะอาลา ผู้ซึ่ง การสดุดีพระองค์นั้นสูงส่งยิ่ง ได้ทรงบอกดังกล่าวว่า
พระองค์ทรงสร้างอาดัม ด้วยสองมือของพระองค์ ดังหะดิษ(หมายเลข 23102)
อิบนุมุษันนา ได้เล่าเรา โดยกล่าวว่า มุหัมหมัด บิน ยะอฺฟัรได้เล่าเรา
โดยกล่าวว่า ชุอฺบะฮได้เล่าเรา โดยกล่าวว่า " อุบัยดิน อัลมักตับ
ได้บอกข้าพเจ้า โดยกล่าวว่า " ข้าพเจ้าได้ยิน มุญาฮิด รายงานจากอิบนุอุมัร
ว่า เขาได้กล่าวว่า " อัลลอฮได้ทรงสร้างสี่อย่าง ด้วยมือของพระองค์คือ

หนึ่ง. อะรัช

สอง. สวรรค์อัดนิน

สาม. อัลกอลัม

สี่. อาดัม

หลังจากนั้น ทรงตรัสแก่ทุกๆสิ่งว่า "จงเป็น" แล้วมันก็เป็นขึ้นมา"- ตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบายซูเราะฮศอด อายะฮ 75


อัลบัยฮะกีย์(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน) กล่าวว่า
{ مَا مَنَعَكَ أَن تَسْجُدَ لِمَا خَلَقْتُ بِيَدَيَّ} يُبطل التأويل بالنعمة والقدرة لأن نعم الله أكثر من أن تحصى
อายะฮที่ว่า (อะไรเล่าที่ขัดขวางเจ้ามิให้เจ้าสุญูดต่อสิ่งที่ข้าได้สร้างด้วยมือทั้งสองของข้า ?)การตีความ ด้วยคำว่า "เนียะมัต"(ความโปรดปราน)และ กุดเราะฮ(พลังอำนาจ)นั้น เป็นโมฆะ เพราะ เนียะมัตของอัลลอฮนั้น มากมายเกินที่จะประเมินได้ - อัลเอียะติกอด หน้า 88
...........
เพราะถ้าตีความคำว่า "สองมือ" คือ เนียะมัต ก็ต้องแปลว่า "สองเนียะมัต" แบบนี้พิลึกสิ้นดี

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Jan 19, 2014 8:36 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การรับรองสถานที่สำหรับอัลลอฮ

เท่าที่เห็นมาตลอด มีคนกลุ่มหนึ้ง ปฏิเสธหัวชนฝา ว่าอัลลอฮไม่มีสถานที่ ไม่มีทิศสำหรับอัลลอฮ
และพยายามตีความและเปลี่ยนความหมายทุกหลักฐาน ไม่ว่าจะมากจากอัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ เพื่อปฏิเสธความเชื่อแบบนี้
...............
จึงของชี้แจง ด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้ว่า อัลลอฮทรงมีสถานที่ นั้นคือ ทรงอยู่เบื้องสูงบนฟากฟ้าเหนืออะรัช เหนือมัคลูค

عَنْ جَابِرِ بْنِ عَبْدِ اللَّهِ الأَنْصَارِيِّ ، أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ : إِنَّ اللَّهَ يَنْزِلُ كُلَّ لَيْلَةٍ إِلَى السَّمَاءِ الدُّنْيَا لِثُلُثِ اللَّيْلِ ، فَيَقُولُ : " أَلا عَبْدٌ مِنِ عِبَادِي يَدْعُونِي فَأَسْتَجِيبَ لَهُ ، أَوْ ظَالِمٌ لِنَفْسِهِ يَدْعُونِي فَأَغْفِرَ لَهُ ، أَلا مُقَتَّرٌ عَلَيْهِ فَأَرْزُقَهُ ، أَلا مَظْلُومٌ يَسْتَنْصِرُ فَأَنْصُرَهُ ، أَلا عَانٍ يَدْعُونِي فَأَفُكَّ عَنْهُ " ، فَيَكُونُ ذَلِكَ مَكَانَهُ حَتَّى يُصَلَّى الْفَجْرُ ، ثُمَّ يَعْلُو رَبُّنَا عَزَّ وَجَلَّ إِلَى السَّمَاءِ الْعُلْيَا عَلَى كُرْسِيِّهِ .

รายงานจากญาบีร บิน อับดุลลอฮ อันอันศอรีย์ ว่า แท้จริง รซูลุลลอฮ ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวว่า
แท้จริง ทุกคืน อัลลอฮทรงเสด็จลงมายังฟากฟ้าดุนยา สำหรับหนึ่งในสามของกลางคืน แล้วพระองค์ตรัสว่า
“ มีไหม บ่าวของข้า ที่วิงวอนต่อข้า แล้วข้าจะได้ตอบรับแก่เขา หรือ มีใหม ผู้อธรรม ต่อตัวเขาเอง วิงวอนต่อข้า แล้วข้าจะได้อภัยโทษแก่เขา , มีไหม ผู้ที่ขัดสน ข้าจะได้ประทานปัจจัยยังชีพแก่เขา ,มีไหม ผู้ที่ถูกอธรรม ขอความช่วยเหลือ ข้าจะได้ให้การช่วยเหลือเขา และมีใหม ผู้ที่เจ็บป่วย แล้วข้าจะได้ให้มันหายจากเขา แล้วดังกล่าวนั้น เป็นสถานที่ของพระองค์ จนกระทั้ง การละหมาดฟะญัร(ละหมาดศุบฮิ)ได้ถูกละหมาด(หมายถึงจนกระทั้งถึงเวลาละหมาดศุบฮี) หลังจากนั้นพระผู้อภิบาลของเรา ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเลิศยิ่ง ทรงขึ้นไปยังฟากฟาสูงสุด เหนืออะรัช – ดู หะดิษนูซูล ของอิหม่ามดารุลกุฏนีย์ หะดิษหมายเลข 3
ดูสายรายงานหะดิษ เป็นหะดิษเศาะเฮียะ
(1) عبد الرحمن بن صخر

| (2) همام بن منبه

| | (3) معمر بن راشد

| | | (4) عبد الرزاق بن همام

| | | | (5) إسحاق بن منصور

| | | | | (6) محمد بن إسماعيل

| | | | | | (7) الكتاب: النزول للدارقطني [الحكم: إسناده متصل، رجاله ثقات، على شرط الإمام البخاري]

มาดู หะดิษที่ระบุในเศาะเฮียะบุคอรี หมายเลข ๖๙๘๖ เรื่อง อิสรออฺ เมียะรอจญ โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า

فَالْتَفَتَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم إِلَى جِبْرِيلَ كَأَنَّهُ يَسْتَشِيرُهُ فِي ذَلِكَ، فَأَشَارَ إِلَيْهِ جِبْرِيلُ أَنْ نَعَمْ إِنْ شِئْتَ. فَعَلاَ بِهِ إِلَى الْجَبَّارِ فَقَالَ وَهْوَ مَكَانَهُ يَا رَبِّ خَفِّفْ عَنَّا، فَإِنَّ أُمَّتِي لاَ تَسْتَطِيعُ هَذَا. فَوَضَعَ عَنْهُ عَشْرَ صَلَوَاتٍ ثُمَّ رَجَعَ إِلَى مُوسَى فَاحْتَبَسَهُ، فَلَمْ يَزَلْ يُرَدِّدُهُ مُوسَى إِلَى رَبِّهِ حَتَّى صَارَتْ إِلَى خَمْسِ صَلَوَاتٍ

’ ดังนั้น นบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ ไปพบพบญิบรีล เพื่อขอคำชี้แนะต่อเขาในเรื่องดังกล่าวนั้น แล้ว ญิบรีลได้ชี้แนะแก่ท่านนบี ว่า เชิญ ครับ หากท่านต้องการ แล้ว เขา(ญิบรีล)ได้นำท่านนบีขึ้นไปยัง พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรง อนุภาพ แล้วนบี ได้กล่าว โดยที่พระองค์(พระเจ้าผู้ทรงอนุภาพ)อยู่สถานที่ของพระองค์ ว่า “โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ,ได้โปรดลดย่อนจากเรา เพราะแท้จริง อุมมะฮของข้าพระองค์ ไม่สามารถปฏิบัติแบบนี้ได้(หมายละหมาด ๕๐ เวลา) แล้วพระองค์ได้ลดย่อน จากมัน ให้เหลือ สิบเวลา หลังจากนั้น นบีก็ได้กลับไปยังมูซา แล้ว มูซา ได้กับตัวนบีเอาไว้ และมูซาได้ให้นบีกลับไป ยังพระผู้อภิบาลอยู่ตลอดเวลา จนกระทั้ง ละหมาด กลายเป็น(หมายถึงถูกกำหนดให้เป็น)ห้าเวลา....
..........................
จากหะดิษข้างต้น เป็นการยืนยันการอยู่ ณ สถานที่เบื้องสูงของอัลลอฮ อย่างชัดเจน และ ญิบรีล นำท่านนบี ศอ็ลฯ ขึ้นไปยังพระองค์
อิบนุอุษัยมีน กล่าวว่า

.إن الله في جهة العلو؛ لأن الرسول صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ; قال للجارية: (أين الله؟); وأين يستفهم بها عن المكان؛ فقالت: في السماء".

แท้จริง อัลลอฮ อยู่ในทิศเบื้องสูง เพราะว่า รอซูล ศอ็ลฯ ได้กล่าวแก่ ท่าสหญิงคนนั้นว่า (อัลลอฮอยู่ใหน) และคำว่า อัยนะ (อยู่ใหน) เป็นการขอให้นางอธิบายเกี่ยวกับสถานที่ แล้วนางกล่าวตอบว่า “อยู่บนฟ้า”
ดู ฟัตวา อิบนุอุษัยมีน เล่ม 10 คำถามหมายเลข 1131

.............
เพราะฉะนั้น การรับรอง การอยู่บนฟากฟ้าเบื้องสูง เหนืออะรัช เหนื่อมัคลูคทั้งหลายของอัลลอฮนั้น
เป็นอะกีดะฮอิสลาม ไม่ใช่อะกีดะฮเฉพาะศาสนายิว ที่พวกเขาเชื่อตามคัมภีร์เตารอต อย่างเดียว และการเชื่อแบบนี้ ทำให้พี่น้องเราที่ถูกฉายาว่า “วะฮบีย” ถูกบุคคลกลุ่มหนึ่ง กล่าวหาว่า “มีพระเจ้าคนละองค์กับพวกเขา” วัลอิยาซุบิลละฮ
والله أعلم بالصواب

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Thu Jan 30, 2014 1:51 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


ข้ออ้างของคนที่ปฏิเสธการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ

โต๊ะครูคนหนึ่งในห้องอะชาอิเราะฮกล่าวว่า
ตอบอย่างไรกับคำถามยอดฮิดว่า : อัลเลาะห์อยู่ไหน ?
เมื่อเราได้รับคำถามเฉกเช่นนี้ ให้เราตอบกลับไปอย่างที่อัลกุรอานได้สอนไว้ ก็คือ

وَإِذَا سَأَلَكَ عِبَادِي عَنِّي فَإِنِّي قَرِيبٌ

ความว่า "และเมื่อบ่าวของเราได้มาถามเจ้าถึงเราแล้ว ก็(จงตอบเถิดว่า)แท้จริงนั้นรานั้นเอยู่ใกล้เขา"(ซูเราะห์ อัลบากอเราะห์ อายะห์ที่ 186)
..................
ขอชี้แจงว่า อายะฮข้างต้นที่มาของมันไม่ได้เกี่ยวกับการถามว่า “อัลลอฮอยู่ใหน” ตามที่ท่านครูนำมาบิดเบือน
แต่หะดิษเกี่ยวกับการถามว่า อยู่ใกล้หรืออยู่ใกล มาดูเต็มๆ

وَإِذَا سَأَلَكَ عِبَادِي عَنِّي فَإِنِّي قَرِيبٌ أُجِيبُ دَعْوَةَ الدَّاعِ إِذَا دَعَانِ

และเมื่อมวลบ่าวของข้าได้ถามถึงข้า (เข้าก็จงตอบไปเถิดว่า) แท้จริงข้าเป็นผู้ใกล้ชิด (กับพวกเจ้า) ข้าคอยสนองตอบคำวอนของผู้วอนขอ เมื่อเขาได้วอนขอต่อข้า .....

قَالَ ابْنُ أَبِي حَاتِمٍ : حَدَّثَنَا أَبِي ، حَدَّثَنَا يَحْيَى بْنُ الْمُغِيرَةِ ، أَخْبَرَنَا جَرِيرٌ ، عَنْ عَبْدَةَ بْنِ أَبِي بَرْزَةَ السِّجِسْتَانِيِّ عَنِ الصُّلْبِ بْنِ حَكِيمِ بْنِ مُعَاوِيَةَ بْنِ حَيْدَةَ الْقُشَيْرِيِّ ، عَنْ أَبِيهِ ، عَنْ جَدِّهِ ، أَنَّ أَعْرَابِيًّا قَالَ : يَا رَسُولَ اللَّهِ ، أَقَرِيبٌ رَبُّنَا فَنُنَاجِيهِ أَمْ بَعِيدٌ فَنُنَادِيهِ ؟ فَسَكَتَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ، فَأَنْزَلَ اللَّهُ : وَإِذَا سَأَلَكَ عِبَادِي عَنِّي فَإِنِّي قَرِيبٌ أُجِيبُ دَعْوَةَ الدَّاعِ إِذَا دَعَانِ

อิบนุอบีหาติม กล่าวว่า บิดาของฉัน ได้เล่าเราว่า ยะหยา บิน อัลมุฆีเราะฮ ได้เล่าเราว่า ญะรีร ได้เล่าเราว่ารายงานจากอับดะฮ บิน อบี บัรซะฮ อัสสะญิสตานีย์ จากอัศศอ็ลบิ บิน หากีม บิน มุอาวิยะฮ บิน หัยดะฮ อัลกุชัยรีย์ จากบิดาของเขา จากปู่ของเขา ว่า แท้จริง ชาวอาหรับชนบทคนหนึ่ง กล่าวว่า “โอ้รซูลุลลอฮ พระผู้อภิบาลของเรา อยู่ใกล้ใช่ไหม เราจะได้กระซิบกับพระองค์ หรือว่าพระองค์อยู่ใกล เราจะได้ตะโกนเรียกพระองค์ ? ท่านนบี ศอ็ลฯ นิ่งเงียบ แล้วอัลลอฮ ทรงประท่านอายะฮที่ว่า

وَإِذَا سَأَلَكَ عِبَادِي عَنِّي فَإِنِّي قَرِيبٌ أُجِيبُ دَعْوَةَ الدَّاعِ إِذَا دَعَانِ

และเมื่อมวลบ่าวของข้าได้ถามถึงข้า (เข้าก็จงตอบไปเถิดว่า) แท้จริงข้าเป็นผู้ใกล้ชิด (กับพวกเจ้า) ข้าคอยสนองตอบคำวอนของผู้วอนขอ เมื่อเขาได้วอนขอต่อข้า .....ดู ตัฟสีรอิบนุกะษีร เล่ม 1 หน้า 506

ส่วนที่คำตอบที่ถามว่า อัลลอฮอยู่ใหน ? เป็นหะดิษเศาะเฮียะ แต่ท่านครูกลับไปเอามาอ้าง เพราะกลัวว่า
จะเสียรังวัดคือ
ตัวอย่างคือ หลักฐานจากหะดีษที่รายงานโดยท่านมุอาวิยะฮฺ บิน อัล-หะกัม อัส-สุลัยมีย์ ด้วยสำนวนของมุสลิม

وَكَانَتْ لِي جَارِيَةٌ تَرْعَى غَنَمًا لِي قِبَلَ أُحُدٍ وَالْجَوَّانِيَّةِ فَاطَّلَعْتُ ذَاتَ يَوْمٍ فَإِذَا الذِّيبُ قَدْ ذَهَبَ بِشَاةٍ مِنْ غَنَمِهَا وَأَنَا رَجُلٌ مِنْ بَنِي آدَمَ آسَفُ كَمَا يَأْسَفُونَ لَكِنِّي صَكَكْتُهَا صَكَّةً فَأَتَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَعَظَّمَ ذَلِكَ عَلَيَّ قُلْتُ: يَا رَسُولَ اللَّهِ أَفَلَا أُعْتِقُهَا قَالَ: "ائْتِنِي بِهَا" فَأَتَيْتُهُ بِهَا فَقَالَ لَهَا: "أَيْنَ اللَّهُ؟" قَالَتْ: فِي السَّمَاءِ، قَالَ: "مَنْ أَنَا؟" قَالَتْ: أَنْتَ رَسُولُ اللَّهِ، قَالَ: "أَعْتِقْهَا فَإِنَّهَا مُؤْمِنَةٌ

ฉันมีทาสคนหนึ่งที่เคยเลี้ยงแพะของฉันในพื้นที่ระหว่างอุฮุดและอัล-ญะวานิยยะฮฺ วันหนึ่งเขาได้กระทำความผิดบางอย่าง เขาได้ออกโดยเอาแพะไปตัวหนึ่ง ฉันเป็นมนุษย์ธรรมดา แน่นอนว่าต้องมีอารมณ์โกรธ ฉันจึงตบหน้าเขา แล้วท่านเราะสูลุลลอฮ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ก็มา(เห็น) และสิ่งนี้ทำให้ฉันกังวลใจ ฉันจึงอธิบายกับท่านว่า ‘โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ ฉันควรปล่อยทาสของฉันคนนี้เป็นอิสระไหม?’ ‘พาเขามาหาฉัน’ ท่านเราะสูลุลลอฮฯ กล่าว ฉันจึงรีบพาเขามาหาท่าน แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ก็ได้ถามทาสของฉันคนนี้ว่า

أَيْنَ اللَّهُ

“อัลลอฮอยู่ที่ไหน?”

นางตอบว่า

فِى السَّمَاءِ

“อยู่บนฟากฟ้า”

แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ก็ถามต่อไปอีกว่า “ฉันคือใคร?” นางตอบว่า “ท่านคือศาสนฑูตของอัลลอฮ”
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า

أَعْتِقْهَا فَإِنَّهَا مُؤْمِنَةٌ

“ปล่อยนางให้เป็นอิสระเถิด แท้จริงนางคือผู้ศรัทธา
………………..

อิหม่ามอัซซะฮบีย์ ได้กล่าวถึงหะดิษข้างต้นอีกว่า

هذا حديث صحيح أخرجه مسلم وأبو داود والنسائي وغير واحد من الأئمة في تصانيفهم ، يمرونه كما جاء ولا يتعرضون له بتأويل ولا تحريف ، وهكذا رأينا كل من يسأل : أين الله ؟ ، يبادر بفطرته ويقول : في السماء ، ففي الخبر مسالتان : إحداهما : شرعية قول المسلم : أين الله .الثانية : قول المسؤول : في السماء . فمن أنكر هاتين المسألتين فإنما ينكر على المصطفى صلى الله عليه وسلم

นี้คือ หะดิษเศาะเฮียะ บันทึกโดย มุสลิม,อบูดาวูด,อันนะสาอีย์ และหลายคนจากบรรดาอิหม่ามในงานเขียนของพวกเขา ,โดยพวกเขาปล่อยให้มันผ่านไปและพวกเขาไม่คัดค้านมันด้วยการตีความและเปลี่ยนความหมาย และในทำนองเดียวกันนี้ เราเห็นว่า ทุกๆคนที่ถูกถามว่า “อัลลอฮอยู่ใหน? ด้วยธรรมชาติของเขา เขาจะตอบทันทีว่า “ อยู่บนฟากฟ้า” ดังนั้น ในหะดิษนี้ แบ่งออกเป็นสองประเด็นคือ

1. คำพูดของมุสลิมที่ว่า “อัลลอฮอยู่ใหน” ชอบด้วยหลักศาสนบัญญัติ

2. คำพูดของผู้ถูกถาม คือ อยู่บนฟากฟ้า

ดังนั้น ใครคัดค้าน สองประเด็นนี้ ความจริง เขาได้คัดค้านนบีมุหัมหมัด ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม – มุคตะศอรอัลอะลูย์ หน้า 81

4. อิบนุกุดามะฮ กล่าวว่า

هذا حديث صحيح ، رواه مسلم في " صحيحه " ومالك في " موطئه " وأبو داود والنسائي وأبو داود الطيالسي

นี้คือ หะดิษเศาะเฮียะ รายงานโดย มุสลิมในเศาะเฮียะของเขา,มาลิกรายงานในมุวัฏเฏาะ และ อบูดาวูด,อันนะสาอีย์และอบูดาวูดอัฏฏิยาลิสีย์ – กิตาบุลอะลูวีย์ หน้า 47

5. ส่วนหนึ่งของตัวบทอัลกุรอ่านที่สนับสนุนหะดิษข้างต้น คือ

อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

أمنتم من فى السموات أن يخسف بكم الأرض فإذا هى تمور

ความว่า “พวกเจ้ารอดพ้น ผู้อยู่ในชั้นฟ้า ที่จะทำให้แผ่นดินสูบพวกเจ้าลงไป แล้วมันก็สั่นสะเทือนอย่างนั้นหรือ ?” อัลมุลกิ 16 (1)


อิบนุหะญัร อัลอัสเกาะลานีย์กล่าวว่า

قِصَّةِ الْجَارِيَةِ الَّتِي سَأَلَهَا النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أَنْتِ مُؤْمِنَةٌ؟ قَالَتْ نَعَمْ ، قَالَ فَأَيْنَ اللَّهُ ؟ قَالَتْ فِي السَّمَاءِ ، فَقَالَ أَعْتِقْهَا فَإِنَّهَا مُؤْمِنَةٌ ، وَهُوَ حَدِيثٌ صَحِيحٌ أَخْرَجَهُ مُسْلِمٌ

เรื่องราวของทาสหญิง ที่นบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถามนางว่า เธอเป็นผู้ศรัทธาใช่ไหม ? นางกล่าวว่า “ค่ะ ,ท่านนบีถามว่า “อัลลอฮอยู่ใหน?นางตอบว่า อยู่บนฟากฟ้า ,แล้วท่านนบีกล่าวว่า “จงปล่อยนางให้เป็นอิสระ เพราะแท้จริงนาง เป็นผู้ศรัทธา ,โดยที่มันเป็นหะดิษเศาะเฮียะ บันทึกโดย มุสลิม – ดูฟัตหุลบารีย์ เล่ม ๑๓ หน้า ๓๕
..............
ตัวอย่างข้างต้น ผู้อ่านลองพิจารณาดู ว่า ใครจริง ใครเท็จ ใครสร้างสรรค์ ใครฟิตนะฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue Feb 25, 2014 6:31 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


ทรงอยู่เบื้องสูงบนฟากฟ้า

อบูบักร์ อะหมัด อัศศอ็บฆี (ฮ.ศ 342) กล่าวว่า

قد تضع العرب ;في بموضع ;على; قال الله عز وجل: {فسيحوا في الأرض}، وقال {لأصلبنكم في جذوع النخل} ومعناه: على الأرض وعلى النخل ، فكذلك قوله: {في السماء} أي على العرش فوق السماء، كما صحت الأخبار عن النبي صلى الله عليه وسلم

แท้จริง อาหรับได้วาง คำว่า “ฟี”(แปลว่าใน) ด้วยที่ของคำว่า “อะลา” (แปลว่าบน) ,อัลลอฮตะอาลาผู้ทรงอำนาจ
ผู้ทรงเลิศยิ่ง ตรัสว่า (ดังนั้นพวกท่าน จงท่องเที่ยวไปในแผ่นดิน) และตรัสว่า(แน่นอนฉันจะเอาพวกท่านไปตรึงไว้ในต้นอินทผาลัม) และความหมายของมันคือ บน แผ่นดินและบนต้นอินทผลัม ในทำนองเดียวกัน คำตรัสของพระองค์ที่ว่า (ในฟากฟ้า )หมายถึง บน อะรัช เหนื่อฟากฟ้า ดังเช่นที่บรรดาหะดิษที่เศาะเฮียะจากนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม(ได้ระบุไว้) – ดูที่มาข้างล่าง
الأسماء والصفات للبيهقي (ص324)، قال: (قال أبو عبد الله الحافظ: قال الشيخ أبو بكر أحمد بن إسحاق بن أيوب الفقيه: ...) وذكره. والسند صحيح، فأبو عبد الله الحافظ هو الحاكم وكان من تلاميذ الصبغي، وكان الحاكم من شيوخ البيهقي رحمهم الله جميعا.
..............
มีหลักฐานมากมายแสดงการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ แล้วจะหาว่า เรามีอะกีดะยิวได้อย่างไร –วัลอิยาซุบิลละฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
หน้า 4 จากทั้งหมด 9

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.10 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004