ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - อะกีดะฮสะลัฟของแท้(ไม่แอบอ้าง)
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
อะกีดะฮสะลัฟของแท้(ไม่แอบอ้าง)
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Aug 03, 2012 9:40 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Sunnah Core Salafussalah อาสัน นายน่ะ เสวนาไปด่าคน อื่นไป ความรู้ที่นายมีไม่ยังคุณประโยชน์เลยและไม่เคยนำปรับปรุงตัวเองเลย โตมาอายุ 50 กว่าขวบแล้วน่ะครับเนี่ย...
..................
ชี้แจง
ท่านครู Sunnah Core Salafussalah ท่านเคยย้อนกลับมาดูตัวเองและดูไปถึงสหายร่วมอุดมการณ์บ้างไหมว่า พวกท่านได้กล่าวหาพี่น้องมุสลิม ผู้ที่มีกะลิมะฮชะฮาดะฮ สองประโยคเหมือนกับพวกว่าอย่างไร พวกก็ยืนยันไม่ใช่หรือ กล่าวหาพวกเขาว่ามีอะกีดะฮเหมือนพวกยิว
ครั้งแล้วครั้งเล่า และหลายปีผ่านมา พวกท่านก็ยังคงใช้คำนี้ เป็นกล่าวหาโดยที่ตนเองไม่ได้เข้าใจประวัติศาสตร์อิสลามแม้แต่น้อย ว่า อิสลาม คำนี้ เป็นศาสนาของอัลลอฮ ที่ประทานแก่ อาดัม ,นบีทุกท่าน จนถึงนบีมุฮัมหมัด ภายใต้หลักอะกีดะฮเดียวกัน คือ การศรัทธาต่อพระเจ้าองค์เดียว
ดังหะดิษ
الأَنْبِيَاءُ كُلُّهُمْ إِِخْوَةٌ لِعَلاتٍ ، أُمَّهَاتُهُمْ شَتَّى وَدِينُهُمْ وَاحِدٌ
บรรดานบี พวกเขาทั้งหมดเป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน และมารดาของพวกเขาแตกต่างกัน และศาสนาของพวก เป็นหนึ่งเดียว- ดู เศาะเฮียะอิบนุหิบบาน
อิหม่ามอัลบัฆวีย์ กล่าวว่า
يريد : أن أصل دين الأنبياء واحد، وإن كانت شرائعهم مختلفة
ความหมายคือ แท้จริงรากฐานศาสนาของบรรดานบีนั้น อันเดียวกัน และแม้ว่า ชะรีอัตของพวกเขาแตกต่างกัน – ดู ชัรหุอัสสุนนะฮ เล่ม 13 หน้า 200
หนึ่งในรากฐานศาสนาหรืออะกีดะฮ ของอิสลามทุกยุคทุกสมัยคือ เชื่อว่า พระเจ้าอยู่บนฟากฟ้า
ดังที่หลักฐานที่บอกว่า อัลลอฮทรงเล่าถึงฟิรเอานฺใช้บันไดที่ขึ้นไปสู่ท้องฟ้าเพื่อมองดูพระเจ้าของมูซา แล้วฟิรเอานฺก็ปฏิเสธของความเชื่อของมูซาเกี่ยวกับการมีอยู่ของอัลลอฮเหนือฟากฟ้า อัลลอฮ สุบหานะฮุ วะตะอาลา ทรงตรัสว่า

وَقَالَ فِرْعَوْنُ يَا هَامَانُ ابْنِ لِي صَرْحًا لَعَلِّي أَبْلُغُ الْأَسْبَابَ (36) أَسْبَابَ السَّمَاوَاتِ فَأَطَّلِعَ إِلَى إِلَهِ مُوسَى وَإِنِّي لَأَظُنُّهُ كَاذِبًا

และฟิรเอานฺกล่าวว่า โอ้ฮามานเอ๋ย! จงสร้างหอสูงให้ฉันเพื่อฉันจะได้บรรลุถึงทางที่จะขึ้นไป ทางที่จะขึ้นไปสู่ชั้นฟ้าทั้งหลาย เพื่อฉันจะได้เห็นพระเจ้าของมูซา และแท้จริง ฉันคิดอย่างแน่ใจแล้วว่าเขาเป็นคนโกหก
(สูเราะฮฺฆอฟิร 40 : 36-37)
อิหม่ามอิบนุญะรีรอัฏฏอ็บรีย์ อธิบายว่า
وَقَوْلُهُ : ( وَإِنِّي لَأَظُنُّهُ كَاذِبًا ) يَقُولُ : وَإِنِّي لِأَظُنُّ مُوسَى كَاذِبًا فِيمَا يَقُولُ وَيَدَّعِي مِنْ أَنَّ لَهُ فِي السَّمَاءِ رَبًّا أَرْسَلَهُ إِلَيْنَا
และคำตรัสของพระองค์ที่ว่า (และแท้จริง ฉันคิดอย่างแน่ใจแล้วว่าเขาเป็นคนโกหก) หมายถึง “แท้จริงฉันแน่ใจว่ามุซา โกหก ในสิ่งที่เขากล่าวและกล่าวอ้างว่า เขามีพระเจ้าอยู่บนฟากฟ้า พระองค์ส่งเขามายังเรา – ดู ตัฟสีร อัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบาย ซูเราะฮฆอฟีร อายะฮที่ 37

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Aug 03, 2012 10:05 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Sunnah Core Salafussalah อาสันบอกว่า

มาดูสะลัฟ จริงๆเขากล่าว
1. อัดดาริมีย์(ฮ.ศ ) กล่าวว่า
وهو بنفسه على العرش بكماله كما وصف
และพระองค์ ด้วยพระองค์เอง อยู่บน อะรัช ด้วยความสมบูรณ์ของพระองค์ ดังสิ่งที่ทรง พรรณนาคุณลักษณะไว้ - الرد على الجهميةอัรรอด อะลัล ญะฮมียะฮ ของอัดดาริมีย์ หน้า 44

ชี้แจงความจริง
เรามาดูสะลัฟของวะฮ์ฮาบีย์ที่เกี่ยวกับเรื่องซีฟาตของอัลลอฮ์กัน

อัดดาริมีย์ ที่อาสันก็อบอ้างอิงมานั้น คือ อุษมาน บิน สะอีด อัดดาริมีย์ ซึ่งเป็นคนละคนกับ ท่านอัลฮาฟิซฺ อะบู อับดิลลาฮ์ อัสสะมัรก็อนดีย์ อัดดาริมีย์ ที่เป็นเจ้าของหนังสือสุนันอัดดาริมีย์และเป็นปราชญ์อะฮ์ลิสซุนนะฮ์
นึ่ง อุษมาน บิน สะอีด อัดดาริมีย์ นี้ คำนึงถึงตำราของเขา นับว่าเป็นพวกเลยเถิดในเรื่องซีฟาตของอัลลอฮ์และไม่ได้ดำรงอยู่ตามมันฮัจ ญฺ(แนวทาง)ของสะละศอลิห์ผู้มีคุณธรรมทั่วไป

ท่านอิหม่าม อัซซะฮะบีย์ (ร.ฮ.) ได้กล่าวยืนยันเกี่ยวกับอุษมาน บิน สะอีด อัดดาริมีย์ ไว้ว่า

وفي كتابه بحوث عجيبة مع المريسي يبالغ فيها في الإثبات والسكوت عنها أشبه بمنهح السلف في القديم والحديث

“ในหนังสือของเขา(คืออุษมาน บิน สะอีด อัดดาริมีย์) มีบทวิเคราะห์ที่แปลกประหลาด(ในการโต้ตอบ)กับอัลมะรีซีย์ ในลักษณะที่เขา(คืออุษมาน บิน สะอีด อัดดาริมีย์) เลยเถิดในการยืนยัน(ซีฟาตของอัลลอฮ์) ทั้งที่นิ่งจากมัน ย่อมเหมือนกับแนวทางของสะลัฟทั้งในอดีตและปัจจุบันยิ่งกว่า” หนังสืออัลอุลู้ว หน้า 486

นี่คือการยืนยันของท่านอัซซะฮะบีย์ ว่า อุษมาน บิน สะอีด อัดดาริมีย์ นั้น เลยเถิดออกจากแนวทางของสะละฟุศศอลิห์ ก็เหมือนกับวะฮ์ฮาบีย์นั่นแหละ ที่อ้างว่าสะลัฟ แต่มันฮัจญฺ(แนวทาง)เลยเถิดและเตลิดออกจากสะละฟุศศอลิห์ในด้านของซีฟาต..
………………

ขอชี้แจงว่า

ท่านซุนนะฮคอร์ มาดูต่อไปนี้ครับ อัซซะฮะบีย์ ก็ได้นำคำพูดของอุษมาน บิน สะอีด อัดดาริมีย มาเป็นหลักฐาน แสดงว่าอัลลอฮทรงอยู่เหนืออะรัช ดังข้างล่าง
وقد اتفقت الكلمة من المسلمين أن الله تعالى فوق عرشه فوق سمواته
และ ถ้อยคำจากบรรดามุสลิมีน ได้เห็นฟ้องกันว่า แท้จริงอัลลอฮตะอาลา อยู่เหนือ อะรัชของพระองค์ เหนือฟากฟ้าของพระองค์
- ดู-มุคตะศอรอัลอุลู หน้า 213

และอิหม่ามอัซซะฮะบีย์เอง กล่าวว่า
مقالة السلف وأئمة السنة بل الصحابة والله ورسوله صلى الله عليه وسلم والمؤمنين : وأن الله فوق سماواته
คำพูดสะลัฟ และบรรดาอิหม่ามสุนนะฮ โดยเฉพาะ เศาะหาบะฮ และ,อัลลอฮ ,รอซูลของพระองค์ (ศอลฯ) และบรรดาผู้ศรัทธา คือ
แท้จริงอัลลอฮ อยู่บนฟากฟ้าของพระองค์ – อัลอะลูว์ หน้า 107
ตาญุอัสซุบกีย์ ได้กล่าวเกี่ยวกับตัวเขาว่า
محدث هراة وأحد الأعلام الثقات
เขาเป็นนักหะดิษเมือง ฮะรอต และเป็นผู้ทรงความรู้ที่เชื่อถือได้คนหนึ่ง
ดู- เฏาะบะกอตอัชชาฟิอียะฮ อัลกุบรอ เล่ม 2 หน้า 302
ผมได้อ้างอีกคนคือ มุญาฮิด ดังที่ระบุในเศาะเฮียะบุคอรีย์ กิตาบุตเตาฮิดว่า
وَقَالَ مُجَاهِدٌ اسْتَوَى عَلَا عَلَى الْعَرْشِ
และมุญาฮิดกล่าวว่า “อิสตะวา “หมายถึง อยู่สูงเหนืออะรัช
สำหรับมุญาฮีด นายซุนนะคอร์ไม่มีอะไรที่จะอ้าง ไม่มีอะไรจะแถ จึงทำลืม ไม่โต้แย้ง
ส่วนอีกคน นายซูนนะฮ คอร์บอกว่า “เป็นจอมโกหก โดยอ้างว่า
านอัลหาฟิซฺ อิบนุ หะญัร ได้กล่าวถึง อะบู ญะฟัร บิน อะบีชัยบะฮ์ว่า

وأما عبد الله بن أحمد بن حنبل فقال: كذاب. وقال ابن خراش: كان يضع الحديث

“สำหรับอับดุลลอฮ์ บุตร อะห์มัด บิน หัมบัล ได้กล่าว(ถึงอะบูญะฟัร บิน อะบีชัยบะฮ์)ว่า เขานั้นจอมโกหก และท่านอิบนุ ค็อรร็อส กล่าวว่า เขานั้นชอบกุหะดีษ” ลิซาน อัลมีซาน 2/43
ขอชี้แจงว่า
ไม่ทราบว่า ท่านคอร์ เอามาแอบอ้างหรือไม่ เพราะ อบู ญะอฺฟัร บิน อบีชัยบะฮ เป็นบุคคลที่เชื่อถือได้
อบูญะฟัร บิน อบีชัยบะฮ มีชื่อเต็มว่า
الحافظ محمد بن عثمان بن أبي شيبة العبسي الكوفي
มีนามแฝงว่า “อบูญะฟัร ท่านเกิดที่เมือง กุฟะฮ ปี ฮ.ศ 210 เสียชีวิตปี ฮ.ศ 297
อาจารย์ของอบูญะฟัรได้แก่
- والده: عثمان بن أبي شيبة. (คนนี้เป็นพ่อของเขา)
- عَمّيه: أبو بكر والقاسم ابنا أبي شيبة.
- علي بن المديني
- يحيي بن معين
- أحمد بن يونس
- محمد بن عمران بن أبى ليلى
ศิษย์ ของเขาคือ
- محمد الباغندي
- محمد بن مخلد
- الطبراني
- أبو بكر النجاد
- أبو علي بن الصواف
ที่มา ตาริคบัฆดาด เล่ม 4 หน้า 68 และ สิยะรุ อะอฮลามนุบะลาอฺ เล่ม 14 หน้า 21
อิบนุหิบบาน กล่าวว่า
كتب عنه أصحابنا
บรรดาสหายของเราได้บันทึก(หะดิษ)จากเขาผู้นี้ – ดู อัษษิกอต อิบนุหิบบาน เล่ม 9 หน้า 155
อัลเคาฏีบ อัลบัฆดาดีย์กล่าวว่า
كان كثير الحديث، واسع الرواية، ذا معرفة وفهم
เขามีหะดิษมากมาย และเป็นผู้ที่กว้างขวางในการรายงาน เป็นผู้รู้และเข้าใจ – ตาริคบัฆดาด เล่ม 4 หน้า 68
อิหม่ามอัซซะฮะบีย์ได้กล่าวว่า
كان عالماً بصيراً بالحديث والرجال له تآليف مفيدة
ปรากฏว่าเขาเป็นผู้รู้ มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับหะดิษและบรรดาผู้ที่รายงานหะดิษ เขามีงานเขียนที่มีประโยชน์- มีซาลเอียะติดาล เล่ม 3 หน้า 642
เพราะฉะนั้น คำพูดของ อิบนุอบีชัยบะฮ ข้างล่างนี้ ยังคงเชื่อถือได้คือ
فهو فوق السماوات وفوق العرش بذاته متخلصا من خلقه بائنا منهم،
แล้วพระองค์ อยู่บน ฟากฟ้า และอยู่เหนืออะรัช ด้วยตัวตนของพระองค์ เป็นอิสระจากมัคลูคของพระองค์ โดยแยกจากพวกเขา

....................
ความจริงมีอะยะฮอัลกุรอ่านและหะดิษยืนยันมากมายว่า ทรงอยู่ บน อะรัช บน ฟากฟ้า แต่ จะอ้างอย่างไร นายซุนนะฮคอร์ ก็ใช้ตรรกะปรัชญาอริสโตเติล แถไปแถมา เรื่อย เพราะถ้ารับ ก็กลัวเสียหน้า

Sunnah Core Salafussalah อ้างว่า
ท่านอิมาม อัลอัชอะรีย์ ได้กล่าวไว้ใน หนังสือ อัลอิบานะฮฺ ฟี อุซูล อัลดิยานะฮฺ ว่า
وأن الله تعالى استوى على العرش على الوجه الذي قاله وبالمعنى الذي أراده ، استواء منزها عن المماسة والاستقرار والتمكن والحلول والانتقال ، لا يحمله العرش بل العرش وحملته محمولون بلطف قدرته ، ومقهورون في قبضته ، وهو فوق العرش وفوق كل شئ إلى نجوم الثرى ، فوقية لا تزيده قربا إلى العرش والسماء
ความว่า “แท้จริง อัลเลาะฮฺ ตะอาลา ได้ทรง อิสตะวาอฺ เหนือบัลลังก์ บนหนทางที่พระองค์ได้กล่าวไว้ และด้วยความหมายที่พระองค์ทรงประสงค์(ไม่ใช่ตามที่วะฮ์ฮาบีจะเอา) โดยอิสติวาอฺที่ ปราศจาก การสัมผัส ปรากศจากการสถิต ปราศจากการมั่นคงอยู่ ปราศจากการเข้าไปอยู่ และปราศจากการเคลื่อนไหว โดยที่บัลลังก์นั้นไม่ได้แบกพระองค์เอาไว้ แต่ทว่าบัลลังก์และบรรดา(มะลาอิกะฮ์)ผู้ที่แบกมันไว้นั้น ได้ถูกแบกด้วยความเมตตาจากอานุภาพของพระองค์ และพวกเขาถูกควบคุมอยู่ในอำนาจของพระองค์ โดยที่พระองค์ทรงเหนือบัลลังก์และเหนือทุกๆ สิ่งจนกระทั้งดวงดาวษุรอยยา (การอยู่เหนือของพระองค์นั้น) เป็นการอยู่เหนือโดยไม่ทำให้พระองค์เพิ่มการใกล้ไปยังบังลังก์และฟากฟ้า” ดู หนังสือ อัลอิบานะฮฺ หน้า 21 ตีพิมพ์ ดาร อัลอันซอร ตะห์กีกโดย ดร. เฟากียะฮฺ หุซัยน์ มะฮฺมูด
พี่น้องสังเกตคำพูดของท่านอะบุลหะซัน ที่ว่า
“โดยอิสติวาอฺที่ ปราศจาก การสัมผัส ปรากศจากการสถิต”
ซึ่งชัดเจนแล้วว่า ท่านอบุลหะซัน ปฏิเสธการให้ความหมาย สถิต ดังนั้นอาสัน จึงโกหกในเดือนร่อมะฎอน นายไปกินน้ำไม่ดีกว่าหรือ อาสัน...
........................................ ชี้แจง
Sunnah Core Salafussalah ก็คงพูดว่า โกหกไปเรือยๆตามสไตล์
อิบานะฮ ฉบับสังคายนา ของซุนนะฮ คอร์ บอกว่า
، وهو فوق العرش وفوق كل شئ إلى نجوم الثرى ، فوقية لا تزيده قربا إلى العرش والسماء
โดยที่พระองค์ทรงเหนือบัลลังก์และเหนือทุกๆ สิ่งจนกระทั้งดวงดาวษุรอยยา (การอยู่เหนือของพระองค์นั้น) เป็นการอยู่เหนือโดยไม่ทำให้พระองค์เพิ่มการใกล้ไปยังบังลังก์และฟากฟ้า
ขอชี้แจงว่า การอยู่เหนือบัลลังค์ของอัลลอฮนั้น เป็นที่รู้กัน แต่ที่ระบุว่า ไม่ทำให้ใกล้ ไปยังบัลลังค์นั้น เป็นการระบุรูปแบบวิธีการอยู่เหนือบัลลังค์ ซึ่งขัดกับความเป็นจริง เพราะจะอยู่ใกล้ อยู่ใกล อยู่อย่างไร เราไม่สามารถจินตนาการไปได้ แต่ทำไมจึงมีข้อความว่า “ อยู่ไม่ใกล้อะรัช"” รู้ได้อย่างไร ว่าอยู่ไม่ใกล้ หรือ อยู่ไม่ใกล้ อิหม่ามมาลิกกล่าวว่า
الاستواء معلوم ، والكيف مجهول
การอิสติวาอฺนั้น เป็นที่รู้กัน และรูปแบบวิธีการนั้น ไม่เป็นที่รู้กัน
และการที่ Sunnah Core Salafussalah บอกว่า
1.ทรงอิสติวาอฺตามความหมายที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์ หมายถึง มอบหมายการรู้ความหมายที่แท้จริงไปยังพระองค์(แต่วะฮ์ฮาบีย์รู้ความหมายและเจาะจงความหมายที่ไม่บังควร
2. อัลลอฮ์ทรงเหนือบัลลังก์และเหนือทุกสิ่งที่ถูกสร้าง หมายถึงพระองค์ทรงเหนือทุกๆ สิ่งด้วยอำนาจการปกครองและสรรพสิ่งทั้งหลายอยู่ใต้อำนาจการบริหารของพระองค์ มิใช่หมายถึงอัลลอฮ์อยู่เหนือสุดบนทุกๆ สิ่งและทุกๆ สิ่งอยู่ใต้พระองค์
………………………..
ข้างต้นชี้ให้เห็นถึงอะกีดะฮ ของ Sunnah Core Salafussalah และสานุศิษย์ว่า เป็นอะกีดะฮ" กางขาข้ามคูน้ำ " หรือ "อะกีดะฮ 2 ช้อย"
คือ ข้อแรกบอกว่า อิสติวาตามความหมายที่อัลลอฮประสงค์ แต่ ข้อสองบอกว่า อยู่เหนือสิ่งด้วยอำนาจปกครอง
นี้มันอะกีดะฮ เฝื่อเลือก สับสน ถ้าเป็นข้อสอบ ปรนัย ก็ กาเครื่องหมาย กากาบาท สองตัวเลือกเลย เพราะไม่รู้ว่าจะเอาอะไรดี....มาชาอัลลอฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri Aug 03, 2012 10:08 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ที่ร้ายไปกว่านั้น ท่านโต๊ะครูซุนนะฮคอร์ ยังอ้างว่า อบูหะซันอัลอัชอารีย์ ยอมรับความหมาย “อิสเตาลา” อำนาจปกครองโดยไม่แย่งชิง คือ ไม่ต้องใช้อาวุธ เข้าฟาดฟัน....มาชาอัลลอฮ ไปกันใหญ่เลยคราวนี้
มาดู คำพูดของอิหมามอบู หะสัน อัลอัชอะรีย์ ต่อไปนี้ แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อของกลุ่มที่เรียกว่า อัล-อะชาอีเราะฮ สะติวเด้นนียะฮ มีความเชื่อ ต่างกับผู้ที่เขาอ้างว่าเป็นเจ้ามัซฮับของพวกเขา
ورأينا المسلمين جميعا يرفعون أيديهم إذا دعوا نحو السماء؛ لأن الله تعالى مستو على العرش الذي هو فوق السماوات، فلولا أن الله عز وجل على العرش لم يرفعوا أيديهم نحو العرش، كما لا يحطّونها إذا دعوا إلى الأرض
และเราเห็นชาวมุสลิมทั้งหลายต่างยกมือของพวกเขาขึ้นสู่ฟ้ายามที่พวกเขาขอดุอาอ์ เพราะอัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่งอยู่เหนืออะรัชที่อยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งหลาย ถ้าหากว่าอัลลอฮฺไม่ได้อยู่เหนืออะรัช แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ยกมือของพวกเขาขึ้นไปยังอะรัช เช่นเดียวกับที่พวกเขาไม่ได้ชี้มือลงไปยังพื้นดินยามที่พวกเขาขอดุอาอ์ – อัลอิบานะฮ อะลาอุศูลิดดิยานะฮ บทที่ 5 ว่าด้วยเรื่อง อิสติววาอฺ อะลัลอะรัช
....................
ท่านอบูหะซันยอมรับ ในการอยู่ บน อะรัช จริงๆ ไม่ใช่ครอบครองโดยไม่แย่งชิง ซุนนะฮ คอร์ครับ....ตกลงจะเอาอะกีดะฮ “2 ช้อย” สอนศิษย์หรือครับท่าน

Sunnah Core Salafussalah อ้างว่า
ل { الرحمن على العرش استوى } وليس استواؤه على العرش استيلاء كما قال أهل القدر لأنه تعالى لم يزل مستوليا على كل شيء

“และอัลลอฮ์ทรงตรัสว่า (พระผู้ทรงเมตตาทรงอิสตะวาเหนือบัลลังก์) โดยการอิสติวาอฺของอัลลอฮ์เหนือบัลลังก์นั้น มิใช่ความหมาย อิสตีลาอฺ (อำนาจการปกครอง)เสมือนกับที่ พวกก็อดรียะฮ์(หมายถึงพวกมั๊วะตะซิละฮ์)ได้กล่วไว้ เพราะว่าอัลลอฮ์ตะอาลานั้น ยังคงทรงอิสเตาลา(อำนาจปกครอง)เหนือทุกๆ สรรพสิ่งอยู่แล้ว” ริซาละฮ์ อิลา อะฮ์ลิษษั๊กร์ หน้า 233-234

พี่น้องโปรดพิจารณาคำพูดของท่าน อะบุลหะซัน อัลอัชอะรีย์ที่ว่า

لأنه تعالى لم يزل مستوليا على كل شيء

“เพราะว่าอัลลอฮ์ตะอาลานั้น ยังคงทรงอิสเตาลา(อำนาจปกครอง)เหนือทุกๆ สรรพสิ่งอยู่แล้ว”

ซึ่งเป็นคำพูดของท่านอะบุลหะซัน อัลอัชอะรีย์ นั้นทำให้เราทราบความจริงดังนี้

1. ท่านอะบุลหะซัน อัลอัชอะรีย์ ยอมรับว่าส่วนหนึ่งจากบรรดาความหมายของ อัลอิสติวาอฺ นั้น คือ อิสเตาลา (อำนาจปกครอง) แต่ท่านไม่เลือกความหมาย การปกครอง(อิสเตาลา)เหมือนกับพวกมั๊วะตะซิละฮ์
……………………
ชี้แจง

โต๊ะครูซุนนะฮคอร์ เล่นฆ่าตัดตอนประโยคแบบนั้น มันไม่โหดไปหรือครับ….
ลองเอาต่อใหม่ซิครับ ก็จะได้ความว่า
{ الرحمن على العرش استوى } وليس استواؤه على العرش استيلاء كما قال أهل القدر لأنه تعالى لم يزل مستوليا على كل شيء

ความหมายที่ถูกต้องเป็นอย่างนี้ครับ ท่านครู ซุนนะฮคอร์
“พระเจ้าผู้ทรงเมตตา ทรงสถิต เหนือบัลลังค์ ) การอิสติวาอฺของพระองค์ เหนือ บัลลังค์นั้น ไม่ใช่ การอิสเตาลาอฺ (การครอบรอง) ดังที่ อะฮลุลเกาะดะริ กล่าวไว้ เพราะ อัลลอฮตะอาลานั้น พระองค์คงไว้ซึ่ง การครอบครองเหนือทุกสิ่งอยู่แล้ว”
...........
ข้างต้น คือคำแปลที่ถูกต้อง และเวลาแปล ต้องดูด้วยว่า ส่วนใหน เป็นตัวประธาน หรือ เรียกว่า อิสมุ ของ คำว่า “ลัยซะ” และส่วนใหน เป็น เคาะบัร (คำที่เป็นภาคแสดง)ของ คำว่า “ลัยซะ” เท่าที่สังเกต ท่านซุนนะฮคอร์ชอบแปลแล้วใส่วงเล็บเยอะ ๆเพื่องชงให้ไปตามอารมณ์ต้องการ
จึงสรุปว่า อิหม่ามอบูหะซัน บอกว่า อิสตะวา อะลัล อัรชิ” ไม่ใช่ความหมาย “อิสเตาลา”ตามความเชื่อของพวกเกาะดะรียะฮ และรวมถึง พวก อะชาอีเราะฮสะติวเด้นนียะฮ” ด้วย

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Thu Aug 09, 2012 12:13 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Sunnah Core Salafussalah กล่าวว่า
การให้ความหมาย สถิต นั้น เป็นการให้ความหมายที่สะลัฟปฏิเสธ ท่านอะบูหะนีฟะฮ์ ปราชญ์ระดับแนวหน้าของสะลัฟ ได้กล่าวปฏิเสธ การให้ความหมาย สถิต ว่า

ท่านอบูหะนีฟะฮฺ ยังกล่าวอีกเช่นกันว่า...
.
"ونقر بأن الله سبحانه وتعالى على العرش استوى من غير أن يكون له حاجة إليه واستقرار عليه، وهو حافظ العرش وغير العرش من غير احتياج، فلو كان محتاجا لما قدر على إيجاد العالم وتدبيره كالمخلوقين، ولو كان محتاجا إلى الجلوس والقرار فقبل خلق العرش أين كان الله، تعالى الله عن ذلك علوا كبيرا"
"เรายอมรับว่า แท้จริง อัลเลาะฮฺ(ซ.บ.)ทรงเหนืออะรัช โดยที่พระองค์ไม่ต้องการไปยังมัน และไม่ได้สถิตอยู่บนมัน พระองค์ทรงปกปรักรักษาอะรัชโดยที่ไม่ต้องการมัน ดังนั้น หากพระองค์มีความต้องการ แน่นอนพระองค์ก็ไม่มีความสามารถสร้างโลกและบริหารมันได้ โดยที่เหมือนกับบรรดามัคโลค และถ้าหากพระองค์ทรงต้องการไปยังการนั่งและสถิต(อยู่บนอะรัช) ดังนั้นก่อนที่พระองค์ทรงสร้างอะรัช พระองค์อยู่ใหน ? ? อัลเลาะฮฺทรงปราศจากจากสิ่งดังกล่าวอย่างยิ่งใหญ่" ดู กิตาบ วะซียะฮ์ ของอบูหะนีฟะฮ์ หน้า 2
พี่น้องสังเกต คำพูดของท่านอบูหะนีฟะฮ์ที่ว่า “เรายอมรับว่า แท้จริง อัลเลาะฮฺ(ซ.บ.)ทรงเหนืออะรัช โดยที่พระองค์ไม่ต้องการไปยังมัน และไม่ได้สถิตอยู่บนมัน”
……………………………………..

ชัดเจนครับว่า อัลลอฮ์ทรงอิสติวาอฺเหนืออะรัชโดยไม่ได้สถิต!

ตอบ

สรุป จากคำพูดของอิหม่ามอบูหะนีฟะฮคือ

1. อัลลอฮ ทรงอยู่เหนืออะรัช ซึ่งต่าง กับอะกีดะฮของนายซุนนะฮคอร์ว่า ไม่ใช่ความหมายนี้แต่หมายถึง การครอบครองโดยไม่แย่งชิง
2. คำพูดข้างต้น ว่าอิหม่ามอบูหะนีฟะฮพูด เป็นการแอบอ้าง มาดูคำวิจารย์

هذا الكتاب مروي من طريق أبي طاهر محمد بن المهدي الحسيني عن إسحاق بن منصور المسياري عن أحمد بن علي السليماني عن حاتم بن عقيل الجوهري عن أبي عبدالله محمد بن سماعة التميمي عن أبي يوسف عن الإمام أبي حنيفة

หนังสือนี้ ถูกรายงานจากสายรายงานอบีฏอฮีร มุหัมหมัด บิน มะฮดีย์ อัลหุสัยนีย์ จากอิสหาก บิน มันศูร อัลมัสยารีย์ จากอะหมัด บิน อาลี อัสสุลัยมานีย์ จาก หาติม บิน อะกีล อัลเญาฮะรีย์ จากอบีอับดุลลอฮ มุหัมหมัด บิน สะมาอะฮ อัตตัยมีย์ จากอบีอยูซูฟ จากอิหม่ามอบีหะนีฟะฮ –

وهذا السند مسلسل بالمجاهيل فإن محمد بن المهدي الحسيني وإسحاق المسياري وأحمد السليماني وحاتم الجوهري أربعتهم مجاهيل ليس لهم أي ترجمة في كتب الرجال , ولا حتى في كتب طبقات الحنفية , فسند هذا حاله لا يمكن اعتماده في نسبة الكتاب إلى الإمام - رحمه الله
.
และ สายรายงานนี้ ถูกทำให้ต่อเนื่อง ด้วยบรรดาผู้รายงานที่ไม่เป็นที่รู้จัก เพราะแท้จริง มุหัมหมัด บิน มะฮดีย์ อัลหุสัยนีย์ ,อิสหาก อัลมัสยารีย์ ,อะหมัด อัสสุลัยมานีย์ และหาติม อัลเญาฮารีย์ พวกเขาทั้งสี่คนนี้ เป็นผู้ที่ไม่มีใครรู้จัก และพวกเขาไมมีประวัติที่ใหนเลย ในบรรดาตำรารวบรวมผู้รายงานหะดิษ และแม้กระทั้งในเฏาะบะกอตอัลหะนะฟียะฮก็ไม่มี ดังนั้นสายรายงานลักษณะนี้ ไม่สามารถที่จะยึดถือมัน ในการอ้างอิงตำรา ไปยังอิหม่ามหะนีฟะฮ (ของอัลลอฮเมตตาต่อท่าน – ดู บะรออะฮ อัลอะอิมมะฮอัลอัรบะอะฮ มิน มะลาอิลิลมุตะกัลป์ลิมีน อัลมุบตะเดียะ ของ ดร. อับดุลอะซีซ บิน อะหมัด อัลหะมีดีย์ หน้า 76-79
……………………..
จึงสรุปว่า ท่านครูซุนนะฮคอร์ นำคำพูดเท็จที่ถูกแอบอ้างว่าเป็นคำพูดของอิหม่ามอบูหะนีฟะฮมาอ้างเป็นหลักฐาน เพราะฉะนั้นคำพูดของท่านครูซูนนะฮคอร์จึงไม่มีความหมายใดๆด้วยประการฉะนี้

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Aug 19, 2012 11:20 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความหมายของ มุชับบะฮะฮ

อิหม่ามอิบนุคุซัยมะฮกล่าวว่า
نحن نقول: إن الله سميع بصير كما أعلمنا خالقنا وبارؤنا، ونقول: من له سمع وبصر من بني آدم فهو سميع بصير، ولا نقول أن هذا تشبيه المخلوق بالخالق.

เราขอกล่าวว่า “แท้จริง อัลลอฮ เป็นผู้ทรงได้ยิน ทรงเห็น ดังที่ ผู้สร้างพวกเรา ได้บอกให้พวกเราได้รู้ และเราขอกล่าวว่า “ผู้ใดก็ตาม ที่มี การได้ยินและการเห็น จากลูกหลานอาดัม ว่า เขา คือ ผู้ได้ยิน ผู้เห็น และเราจะไม่กล่าวว่า นี้คือ การตัชบีฮ (การเปรียบว่าคล้ายคลึง) ของผู้ถูกสร้าง กับผู้สร้าง – ดู กิตาบุตเตาฮีด วะอิษบาตรซิฟาติรรอ็บ ของอิบนุคุซัยมะฮ เล่ม 1 หน้า 61

อบูอิสหาก อิบรอฮีม บิน ชากิลัน อัลหัมบะลีย์ (ฮ.ศ 369) ได้กล่าวกับ อบีสุลัยมาน อัดดัมชะกีย์ ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ตาม อิบนุกุลลาบ (หัวหน้ามุอฺตะซิละฮ) ในการโต้วาที ระหว่างทั้งสอง เมื่อ อบูสุลัยมานกล่าวกับเขาว่า

"أنتم المشبهة
พวกท่านคือ พวกมุชับบะฮฮะฮ

อิบนุชากิลัน กล่าวว่า

حاشا لله، المُشبِّه الذي يقول: وجهٌ كوجهِي، ويَدٌ كَيَدِي، فأما نحن فنقول: له وجهه، كما أثبت لنفسه وجهًا، وله يدٌ، كما أثبتَ لنفسه يَداً، {لَيْسَ كَمِثْلِهِ شَيْءٌ وَهُوَ السَّمِيعُ الْبَصِيرُ} [الشورى : 11] ومن قال هذا فقد سَلِم.) (11

“เป็นไปไม่ได้” อัลมุชับบะฮะฮคือ ผู้ที่กล่าวว่า “ใบหน้า เหมือนใบหน้าของฉัน สำหรับเรานั้น เรากล่าวว่า พระองค์ทรงมีพระพักต์ของพระองค์ ดังที่พระองค์ ได้รับรอง คำว่าใบหน้า แก่พระองค์เอง และ พระองค์ทรงมีพระหัตถ์ ดังที่พระองค์ทรงรับรองคำว่ามือ แก่ตัวของพระองค์เอง (ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ และพระองค์นั้น คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงเห็น) และผู้ใดกล่าวแบบนี้ แน่นอนเขาปลอดภัย –(1)
...................
(1)طبقات الحنابلة لابن أبي يعلى (ج3 ص239)، قال: "قرأت بخط الوالد السعيد (أبو يعلى) قال: نقلتُ من خط أبي بكر بن شاقلا قال: أخبرنا أبو إسحاق بن شاقلا – قراءة عليه- قال: ... فذكر المناظرة
-------------------------
ข้างต้น หวังว่าคงชัดเจนว่า การรับรองความหมายที่ปรากฏตามตัวบท โดยไม่ได้ไปเปรียบเทียบ และไม่ได้เชื่อไปว่า เหมือนหรือคล้ายคลึงกับมัคลูคนั้น “ไม่ใช่มุชับบะฮะฮ” ตามที่ถูกกล่าวหาโดย อะชาอีเราะฮยุคหลัง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Aug 26, 2012 11:19 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฟัตวาอัลอัซฮัรระบุว่า

أما مذهب السلف والخلف بالنسبة للآيات والأحاديث المتشابهة فقد اتفق الكل على أن الله تعالى منـزه عن صفات الحوادث ، فليس له عز وجل مكان في العرش ولا في السماء ولا في غيرهما
สำหรับมัซฮับ(ทัศนะ)ของซะลัฟและเคาลัฟ เกี่ยวกับบรรดาอายะฮและหะดิษมุชาบะฮะฮ ทั้งหมด เห้นฟ้องกันว่า อัลลอฮตะอาลา ทรงบริสุทธ์จากบรรดาสิ่งใหม่ และพระองค์ ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเลิศยิ่ง ไม่มีสถานที่ ในอะรัช และไม่มี บนฟากฟ้า และไม่มีอื่นจากทั้งสอง


http://islamchina.net/Fatwa_of_the_scholars_of_Azhar/Folders/Arabic/Fatwa_of_the_scholars_of_Azhar_arabic.htm
......................
ข้อความที่ว่า
، فليس له عز وجل مكان في العرش ولا في السماء
ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเลิศยิ่ง ไม่มีสถานที่ ในอะรัช และไม่มี บนฟากฟ้า
.....

ข้อความข้างต้น เป็นการกล่าวเท็จ เพราะอัลลอฮ ทรงอยู่บน ฟากฟ้า บนอะรัช เหนือบัลลังค์ แต่จะอยู่อย่างไรนั้น เราไม่รู้ เพราะมันอยู่นอกเหนือจินตนาการของมนุษย์
لَيْسَ كَمِثْلِهِ شَيْءٌ وَهُوَ السَّمِيعُ الْبَصِيرُ

ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ และพระองค์ผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงเห็น
(สูเราะฮฺอัช-ชูรอ 42 : 11)
อิบนุอัลมุบารอ็ก (ฮ.ศ.181) กล่าว เมื่อมีผู้ถามว่า เราจะรู้จักพระเจ้าของเราได้อย่างไร เขาตอบว่า “ بأنه فوق السماء السابعة على العرش، بائن من خلقه
เพราะแท้จริงพระองค์ อยู่เหนือฟากฟ้าทั้งเจ็ด บน อะรัช แยกจาก มัคลูคของพระองค์ – (1)
......................
السنة" لعبد الله بن أحمد (ج1 ص111) قال: حدثني أحمد بن ابراهيم الدورقي ثنا علي بن الحسن بن شقيق قال سألت عبدالله بن المبارك، وذكره. رواته ثقات والسند صحيح
……
นายซูนนะฮคอร์ อาจารย์ใหญ่อะชาอีเราะฮ ไปอ้างลอยๆไร้อามานะฮในเว็บซุนนะฮสะติวเด้นว่า

อิบนุ ชะกี๊ก (ابن شقيق) ซึ่งปราชญ์หะดีษกล่าวกันว่าเขานั้นเป็นพวก มุรญิอะฮ์

http://www.sunnahstudent.com/forum/archive.php?topic=10706.15

มาดูคำพูดเกี่ยวกับ อิบนุชะกีก

บุคคลนี้เป็นมีผู้รายงานหะดิษจากเขามากมากมาย รายชื่อ อิหม่ามอัซซะฮะบีย์ กล่าวไว้คือ

حدث عنه : البخاري ، وأحمد بن حنبل ، ويحيى بن معين ، وعبد الله بن منير ، ومحمود بن غيلان ، وأبو خيثمة ، وأبو بكر بن أبي شيبة ، وعبد الله بن محمد الضعيف ، وإبراهيم بن يعقوب الجوزجاني ، وأحمد بن سيار ، وأحمد بن عبدة الآملي ، وأحمد بن محمد بن هشام بن أبي دارة وأحمد بن منصور زاج ، وأحمد بن يوسف السلمي ، وأيوب بن الحسن الزاهد ، وروح بن الفرج البغدادي ، وولده محمد بن علي ، ومحمد بن عبد الله بن قهزاد ، وأبو بكر بن أبي النضر

..........ดู สิยารุอะฮลามุลนุบะลาอฺ ของอิหม่ามอัซซะฮะบีย์ เล่ม 10 หน้า 350

มาดูการยืนยันเกี่ยวกับอิบนุชะกีก
قال أبو داود : سمعت أحمد - وقيل له : علي بن الحسن بن شقيق - قال : لم يكن به بأس ، إلا أنهم تكلموا فيه في الإرجاء ، وقد رجع عنه

อบูดาวูดได้กล่าวว่า “อบูดาวูดกล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้ยิน อะหมัด ว่ามีผู้กล่าวแก่เขาว่า “อะลี บิน อัลหะซัน บิน ชะกีก เขา(อิหม่ามอะหมัด)กล่าวว่า “ไม่มีความไม่ดี กับเขาผู้นี้” (หมายถึงเขาผู้นี้ไม่เป็นไร) นอกจากว่า เขาถูกวิจารร์ในเรื่อง มุรญิอะฮ” และความจริง เขาได้กลับตัวแล้ว – ดูดู สิยารุอะฮลามุลนุบะลาอฺ ของอิหม่ามอัซซะฮะบีย์ เล่ม 10 หน้า 350

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย asan เมื่อ Sun Aug 26, 2012 11:40 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sun Aug 26, 2012 11:36 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เรื่อง รายอแน หรือ อีดุลอับรอ็ร

ชัยคุลอิสลาม อิบนัยมียะฮ กล่าวว่า

وأما اتخاذ موسم غير المواسم الشرعية كبعض ليالي شهر ربيع الأول التي يقال : إنها ليلة المولد , أو بعض ليالي رجب , أو ثامن عشر ذي الحجة , أو أول جمعة من رجب , أو ثامن من شوال الذي يسميه الجهَّال عيد الأبرار : فإنها من البدع التي لم يستحبها السلف , ولم يفعلوها. ا.هـ. مجموع الفتوى لشيخ الإسلام ابن تيمية (25/298

สำหรับการยึดถือเป็นเทศกาลนอกเหนือจากเทศการทางศาสนาบัญญัติ เช่น บางคืนของเดือนเราะบิอุลเอาวัล ที่ถูกเรียกว่า “คืนเมาลิด” หรือบางคืนของเดือนเราะญับ หรือ วันที่สิบแปดของเดือนซุลฮิจญะฮ หรือ ศุกร์แรกของเดือนเราะญับ หรือวันที่แปด ของเดือนเชาวาล ที่ถูกเรียกชื่อว่า “อีดุลอับรอรฺ” แท้จริงมันเป็นส่วนหนึ่งจากบิดอะฮ ที่ชาวสะลัฟ ไม่ชอบชอบและไม่ได้ปฎิบัติ มัน - มัจญมัวะอัลฟะตาวา เล่ม 25 หน้า 298

เช็คอิบนุอุษัยมีนกล่าวว่า

اليوم الثامن من شوال يسميه العامة عيد الأبرار أي الذين صاموا ستة من أيام شوال ولكن هذا
بدعة

วันที่แปดเดือนเชาวาล ที่คนทั่วไปเรียกว่า “อีดุลอับรอร” แก่คนใหนก็ตามที่ถือศีลอดหกวันจากเดือนเชาวาล แต่นี้คือ บิดอะฮ – ดูชัรหุอัลมุมตะฮฺ เล่ม 6 หน้า 465

เช็คอัตตุวัยญะรีย์กล่าวว่า


من الأمور المحدثة المبتدعة في شهر شوال : بدعة ;عيد الأبرار; ، وهو اليوم الثامن من شوال.

ส่วนหนึ่งจากบรรดากิจการที่เป็นสิ่งถูกอุตริขึ้นใหม่ สิ่งที่เป็นบิดอะฮ ในเดือนเชาวาลคือ บิดอะฮ(อีดุลอับรอร) และมันคือวันที่ แปดของเดือนเชาวาล – ดู หนังสือบิดอะฮอัลเหาลียะฮ หน้า 350


_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Oct 29, 2012 10:13 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Sunnah Core Salafussalah เราได้บอกไว้แล้วว่า อะฮ์ลิสซุนนะฮ์อัลอะชาอิเราะฮ์มิได้ปฏิเสธหลักฐาน ตามที่วะฮ์ฮาบีกล่าวหาโกหก แต่เราปฏิเสธความเข้าใจของวะฮ์ฮาบีที่มีต่อตัวบทต่างหาก
ءامَنْتُمْ مَّن فِى ٱلسَّمَاء أَن يَخْسِفَ بِكُمُ ٱلأَرْضَ
ตัวบทคงไว้อยู่อย่างนั้น ส่วนความเข้าใจก็เป็นอีกกรณีหนึ่งดังนี้ กล่าวคือคำว่า السماء ตามหลักภาษาอาหรับหมายถึง العلوّ “สูง” ดังกล่าวคำว่า في السماء “ในฟ้า” เป็นการยืนยันถึง في العلوّ “ความสูงส่ง” ไม่ใช่หมายถึง “อยู่เบื้องบนหรือมีสถานที่อยู่เบื้องบน”(แล้วมัคโลคอยู่ข้างล่างพระองค์) เพราะการให้ความหมายแบบนี้ มันไปขัดกับหะดีษท่านนบี(ซ.ล.)ที่ว่า

…………………………….
ชี้แจง
อัลลอฮ (ซ.บ) ทรงสูงส่ง และทรงอยู่เบื้องสูง ด้วยซึ่งมีหลักฐานยืนยันมากมากมาย
แม้แต่อบูหะซันอัลอัชอะรีย์ ยังยืนยันเช่น
ورأينا المسلمين جميعا يرفعون أيديهم إذا دعوا نحو السماء؛ لأن الله تعالى مستو على العرش الذي هو فوق السماوات، فلولا أن الله عز وجل على العرش لم يرفعوا أيديهم نحو العرش، كما لا يحطّونها إذا دعوا إلى الأرض
และเราเห็นชาวมุสลิมทั้งหลายต่างยกมือของพวกเขาขึ้นสู่ฟ้ายามที่พวกเขาขอดุอาอ์ เพราะอัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่งอยู่เหนืออะรัชที่อยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งหลาย ถ้าหากว่าอัลลอฮฺไม่ได้อยู่เหนืออะรัช แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ยกมือของพวกเขาขึ้นไปยังอะรัช เช่นเดียวกับที่พวกเขาไม่ได้ชี้มือลงไปยังพื้นดินยามที่พวกเขาขอดุอาอ์ – อัลอิบานะฮ อะลาอุศูลิดดิยานะฮ บทที่ 5 ว่าด้วยเรื่อง อิสติววาอฺ อะลัลอะรัช
وَقَالَ أَبُو جَعْفَرٍ مُحَمَّدُ بْنُ جَرِيرٍ الطَّبَرِيُّ إِمَامُ الْمُفَسِّرِينَ - رَحِمَهُ اللَّهُ - فِي عَقِيدَتِهِ : وَحَسْبُ امْرِئٍ أَنْ يَعْلَمَ أَنَّ رَبَّهُ هُوَ الَّذِي عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى ، فَمَنْ تَجَاوَزَ ذَلِكَ ، فَقَدْ خَابَ وَخَسِرَ
และอบูยะอฟัร มุหัมหมัด บิน ญะรีร อัฏฏอ็บรีย์ อิหม่ามบรรดานักตัฟสีร (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน ) ได้กล่าวในอะกีดะฮของเขาว่า “ พอเพียงแล้ว สำหรับบุคคล ต่อการที่เขารู้ว่า แท้จริง พระเจ้าของเขา คือ ผู้ซึ่ง สถิตเหนืออะรัช ดังนั้น ผู้ใดเกินเลยดังกล่าว แน่นอนเขาได้ล้มเหลวและขาดทุนแล้ว -ดูมะอาริญุลเกาะบูลฯ ของ หาฟิซ บิน มุหัมหมัด อัลหะกา เล่ม 1 หน้า 197
มาดูคำอธิบายของ ท่านอิบนุญะรีร อัฏฏอ็บรีย์
( أَمْ أَمِنْتُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ ) وَهُوَ اللَّهُ ( أَنْ يُرْسِلَ عَلَيْكُمْ حَاصِبًا )
(หรือว่าพวกเจ้าจะปลอดภัยจากการที่พระผู้ทรงสถิตย์อยู่ ณ ฟากฟ้า ) และพระองค์คือ อัลลอฮ (จะทรงส่งลมหอบก้อนกรวดให้กระหน่ำมายัง พวกเจ้า ) ดูตัฟสีรอิบนุญะรีร อัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบายซูเราะฮอัลมุลกุ อายะฮ ที่ 17
…………………………………..
เพราะฉะนั้น ความเห็นของซูนนะฮคอร์ จึงไร้น้ำหนักด้วยประการทั้งปวง

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Oct 29, 2012 10:15 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Sunnah Core Salafussalah อ้างว่า
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
اللَّهُمَّ أَنْتَ الْأَوَّلُ فَلَيْسَ قَبْلَكَ شَيْءٌ وَأَنْتَ الْآخِرُ فَلَيْسَ بَعْدَكَ شَيْءٌ وَأَنْتَ الظَّاهِرُ فَلَيْسَ فَوْقَكَ شَيْءٌ وَأَنْتَ الْبَاطِنُ فَلَيْسَ دُونَكَ شَيْءٌ

“โอ้อัลเลาะฮ์ พระองค์ทรงแรกสุด ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดอยู่ก่อนพระองค์, และพระองค์ทรงสุดท้าย ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดหลังจากพระองค์, และพระองค์ทรงปรากฏ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดอยู่เหนือพระองค์, และพระองค์ทรงเร้นลับ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดอยู่ใต้พระองค์” รายงานโดยมุสลิม
ดังนั้นการที่ไม่มีสิ่งใดอยู่ใต้พระองค์ แสดงว่าอัลลอฮ์มิได้อยู่เบื้องบนแบบมีสถานที่และมัคโลคอยู่ใต้พระองค์...
…………………..
ชี้แจง
ไม่มีนักตัฟสีรคนใหนเอา บทดุอาข้างต้น มาอธิบาย อายะฮที่ 16 – 17 ซูเราะฮอัลมุลกุ ที่ว่า
} أَأَمِنْتُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ أَنْ يَخْسِفَ بِكُمُ الْأَرْضَ فَإِذَا هِيَ تَمُورُ
และ
} أَمْ أَمِنْتُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ أَنْ يُرْسِلَ عَلَيْكُمْ حَاصِبًا فَسَتَعْلَمُونَ كَيْفَ نَذِيرِ
คุณ Sunnah Core Salafussalah ไม่เข้าใจในความหมายดุอาข้างต้นแล้วมาอธิบายเอง
คำว่า “الظاهر เป็นพระนามของอัลลอฮ จากพระนามทั้งหมด 99 พระนาม
الْظَّاهِرُ อัซซอหิรฺ ผู้ทรงประจักษ์
ในชัรหุอะกีดะฮอัฏเฏาะหาวียะฮ เล่ม 2 หน้า 376 กล่าวว่า
وَالْمُرَادُ بِالظُّهُورِ هُنَا : الْعُلُوُّ
และความมุ่งหมายด้วยคำว่าทรงประจักษ์ในที่นี้ คือ ความสูงส่ง
.........
เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยวกับอายะฮข้างต้น แต่ถูกคุณซุนนะฮคอร์ เอามาเป็นเรื่องเดียวกัน
มาดูอีกหะดิษที่ยืนยันว่า อัลลอฮทรงอยู่เบื้องสูงคือ
أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَآلِهِ وَسَلَّمَ ، قَالَ لِسَعْدِ بْنِ مُعَاذٍ : " لَقَدْ حَكَمْتَ فِيهِمْ بِحُكْمِ الْمَلِكِ مِنْ فَوْقِ سَبْعِ سَمَاوَاتٍ " . هَذَا حَدِيثٌ صَحِيحٌ ، أَخْرَجَهُ النَّسَائِيُّ
แท้จริง นบี ศอลฯ ได้ กล่าวแก่สะดิน บุตร มุอาซว่า แท้จริงท่านได้ ตัดสิน ในหมู่พวกเขา ด้วย หุกุม แห่งราชาจากเบื้องบนเจ็ดชั้นฟ้า - นี้คือหะดิษ เศาะเฮียะ บันทึกโดยอันนะสาอีย์.. – อัลอะลูว์ ของอิหม่ามอัซซะฮะบี หะดิษ หมายเลข 36
และในชัรหุอะกีดะฮอัฏเฏาะหาวียะฮ เล่ม 2 หน้า 376

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Oct 29, 2012 10:16 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Sunnah Core Salafussalah อ้างว่า
ท่านอัซซัจญาจญฺ (ฮ.ศ. 241-311) ซึ่งเป็นปราชญ์ยุคสะลัฟได้กล่าวว่า

اَلظَّاهِرُ هُوَ الَّذِيْ ظَهَرَ لِلْعُقُوْلِ بِحُجَجِهِ وَبَرَاهِيْنِ وُجُوْدِهِ وَأَدِلَّةِ وَحْدَانِيَّتِهِ هَذَا إِنْ أَخَذْتَهُ مِنَ الظُّهُوْرِ وَإِنْ أَخَذْتَهُ مِنْ قَوْلِ الْعَرَبِ ظَهَرَ فُلاَنٌ فَوْقَ السَّطْحِ إِذَا عَلاَ ... فَهُوَ مِنَ الْعُلُوِّ وَاللهُ تَعَالَى عاَلٍ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ وَلَيْسَ الْمُرَادُ بِالْعُلُوِّ اِرْتِفَاعُ الْمَحَلِّ لأَنَّ اللهَ تَعَالَى يَجِلُّ عَنِ الْمَحِلِّ وَالْمَكَانِ وَإِنَّمَا الْعُلُوُّ عُلُوُّ الشَّأْنِ وَارْتِفَاعُ السُّلْطَانِ

“พระนาม อัซซฺอฮิร คือผู้ทรงประจักษ์ชัดแก่สติปัญญาด้วยบรรดาหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการมีของ อัลเลาะฮ์และด้วยบรรดาหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการมีหนึ่งเดียวของพระองค์ นี้คือกรณีที่ท่านให้ความหมายว่า ประจักษ์ชัด แต่ถ้าหากท่านให้ความหมายว่าสูงส่งตามที่อาหรับได้กล่าวว่า “ชายคนหนึ่งประจักษ์ชัดเหนือดาดฟ้าเมื่อเขาอยู่สูง” ก็มีความหมายว่าสูง ดังนั้นพระนามอัซซอฮิร ก็มาจากคำว่า สูง โดยอัลเลาะฮ์ตะอาลาทรงสูงเหนือทุกๆ สิ่ง มิใช่เป้าหมายคำว่าสูง คือ ขึ้นอยู่บนสถานที่สูงขึ้นไปเพราะอัลเลาะฮ์ตะอาลาทรงปราศจากการมีสถานที่และ แท้จริงแล้วอัลเลาะฮ์ทรงเกียรติสูงส่งและอำนาจสูงส่งต่างหาก” อัซซัจญาจญฺ, ตัฟซีร อัสมาอิลลาฮิลหุสนา, หน้า 60.
………………….

ขอชี้แจงว่า.
นักปราชญ์สะลัฟ มีมากหมาย เป็นพัน เป็นหมื่นครับ ข้างต้นเป็นค่ความเห็นของนักวิชาการคนหนึ่งไม่ใช่หะดิษนบี ศอลฯ
แต่มันเป็นความเห็น ของคนๆหนึ่ง ซึ่งมีผิดมีถูก
คำพูดของอิหมามอบู หะสัน อัลอัชอะรีย์ ต่อไปนี้ แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อของกลุ่มที่เรียกว่า อัล-อะชาอีเราะฮ มีความเชื่อ ต่างกับผู้ที่เขาอ้างว่าเป็นเจ้ามัซฮับของพวกเขา
الباب الخامس ذكر الاستواء على العرش
إن قال قائل: ما تقولون في الاستواء ؟
قيل له: نقول: إن الله عز وجل يستوي على عرشه استواء يليق به من غير طول استقرار، كما قال: (الرحمن على العرش استوى) (5 /20) ، وقد قال تعالى: (إليه يصعد الكلم الطيب والعمل الصالح يرفعه) من الآية (10 /35) ، وقال تعالى: (بل رفعه الله إليه) من الآية
บาบที่ 5
ซิกรฺ อัลอิสติวาอ์ อะลา อัลอัรชฺ
(กล่าวถึงการอยู่เหนืออะรัชของอัลลอฮฺ)
ถ้าหากเขากล่าวว่า “พวกท่านจะกล่าวอย่างไรในเรื่องของอิสติวาอ์ ?”
ให้กล่าวแก่เขาว่า “เราขอกล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮฺผู้ทรงเกียรติและสูงส่งทรงอยู่เหนืออะรัชของพระองค์ (ด้วยความเหนือที่เหมาะสมกับพระองค์ โดยปราศจากการพำนักอยู่เป็นเวลานาน ดังคำตรัสของพระองค์
(الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى)
“ผู้ทรงกรุณาปรานี ทรงอยู่เหนือบัลลังก์” (ฏอฮา/5)
(إِلَيْهِ يَصْعَدُ الْكَلِمُ الطَّيِّبُ وَالْعَمَلُ الصَّالِحُ يَرْفَعُهُ)
“คำกล่าวที่ดีจะ (ถูกพา) ขึ้นสู่พระองค์ และการงานที่ดีก็จะ (ถูก) ยกขึ้นสู่พระองค์เช่นกัน” (ฟาฏิร/10)
(بَل رَّفَعَهُ اللّهُ إِلَيْهِ)
“หามิได้ อัลลอฮฺได้ทรงยกท่านนบีอีซาขึ้นไปยังพระองค์ต่างหาก” (อันนิสาอ์/158)
..........
อิบนุญะรีร อธิบาย อายะฮที่ว่า
بَل رَّفَعَهُ اللّهُ إِلَيْهِ)
“หามิได้ อัลลอฮฺได้ทรงยกท่านนบีอีซาขึ้นไปยังพระองค์ต่างหาก” (อันนิสาอ์/158)

بَلْ رَفَعَهُ اللَّهُ إِلَيْهِ " ، فَإِنَّهُ يَعْنِي : بَلْ رَفَعَ اللَّهِ الْمَسِيحَ إِلَيْهِ
“หามิได้ อัลลอฮฺได้ทรงยกเขาขึ้นไปยังพระองค์ต่างหาก หมายถึง หามิได้ อัลลอฮฺได้ทรงยกนบีอีซาขึ้นไปยังพระองค์ต่างหาก- ดูตัฟสีร อัฏฏอ็บรีย์ เล่ม 9 หน้า 378

....................

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri May 24, 2013 8:05 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อะกีดะฮอิบนุญะรีร ที่แท้จริง

อะชาอิเราะบางกลุ่ม พยายามเอาคำอธิบายของอิบนุญะรีรที่ว่า
فقل : علا عليها علو ملك وسلطان ، لا علو انتقال وزوال

"ดังนั้น แบบนั้นแหละ ท่านจงกล่าวว่า "พระองค์ทรงสูงส่งเหนือฟากฟ้า แบบการสูงส่งของการปกครองและอำนาจ (ไม่ใช่อยู่สูงแบบมีสถานที่) ไม่ใช่สูงแบบเคลื่อนย้ายและก็หายไป" (ดู ตัฟซีร ฏ๊อบรีย์ เล่ม 1 หน้า 192)
http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php?topic=1140.0
โดยการมกเม็ดสอดใส่วงเล็บเข้าไปว่า (ไม่ใช่อยู่สูงแบบมีสถานที่)
นี้คือการบิดเบือน เพราะท่านอิบนุญะรีร อธิบายอายะฮข้างล่างนี้
ثم ستوى إلى السماء
แล้วทรงมุ่งสู่ฟากฟ้า
ไม่ใช่อายะฮข้างล่างนี้
ثم استوى على العرش
หลังจากนั้นทรงประทับเหนือบัลลังค์
มันคนละเรื่องกัน ท่านอิบนุญะรีรบอกว่า
الاستواء في كلام العرب منصرف على وجوه
อิสติวาอฺ ในคำพูดอะหรับนั้น ถูกผันเป็นหลายความหมาย
แล้วท่านมาสรุปว่า

وأوْلى المعاني بقول الله جل ثناؤه: " ثم استوى إلى السماء فسوَّاهن "، علا عليهن وارتفع، فدبرهنّ بقدرته، وخلقهنّ سبع سموات.

และบรรดาความหมายที่ดีที่สุด ด้วยคำตรัสของอัลลฮผู้ซึ่ง การสรรเสริญ พระองค์สูงส่งยิ่ง ที่ว่า ภายหลังได้ทรงมุ่งสู่ฟากฟ้า และได้ทำให้มันสมบูรณ์ขึ้น ) หมายถึง ทรงอยู่สูงเหนือมันและทรงขึ้นไป แล้วบริหารจัดการมันด้วยพลานุภาพของพระองค์ และทรงสร้างมัน เป็นเจ็ดชั้นฟ้า...
ท่านอิบนุญะรีร ไม่ได้ปฏิเสธการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ ดังที่อะชาอิเราะบางกลุ่มบิดเบือน
มาดูหลักฐานยืนยัน
{أَمْ أَمِنْتُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ} وهو الله
พวกเจ้าปลอดภัยหรือ? จากการที่พระผู้ทรงอยู่บนฟ้า )และพระองค์คือ อัลลอฮ- ดูตัฟสีรอิบนุญะรีร เล่ม 23หน้า513
﴿مَا يَكُونُ مِنْ نَجْوَى ثَلاثَةٍ إِلاَّ هُوَ رَابِعُهُمْ
การซุบซิบกันในระหว่างสามคนจะไม่เกิดขึ้นเว้นแต่พระองค์จะทรงเป็นที่สี่ของพวกเขา
อิบนุญะรีรอธิบายว่า
وَعُنِيَ بِقَوْلِهِ : ( هُوَ رَابِعُهُمْ ) بِمَعْنَى : أَنَّهُ مُشَاهِدُهُمْ بِعِلْمِهِ ، وَهُوَ عَلَى عَرْشِهِ
และ คำตรัสของพระองค์ที่ว่า(แต่พระองค์จะทรงเป็นที่สี่ของพวกเขา) ถูกให้ความหมาย ด้วยความหมายว่า แท้จริงพระองค์ทรงเป็นพยานของพวกเขาด้วยความรู้ของพระองค์ และพระองค์ อยู่ บน อะรัชของพระองค์ – ดูตัฟสีร อัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบายซูเราะฮอัลมุญาดะละฮ อายะฮที่ 7
...................
จากรายละเอียดข้างต้นสรุปว่า
หนึ่ง- อิหม่ามอัฏอ็บรีย์ไม่ได้ตีความ และไม่ได้ปฏิเสธการอยู่เบื้องสูงเหนืออะรัชของอัลลอฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri May 24, 2013 8:07 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

มาดู ตัฟสีรอิบนุญะรีร ต่อ เพื่อยืนยันในอะกีดะฮของอิบนุญะรีร ว่า ต่างกับอะชาอิเราะฮบางกลุ่มที่ฟิตนะฮเช็ค อับดุลลอฮฺบินมุฮำหมัดอัลฆุนัยมาน แห่งมหาลัยมะดีนะฮ
يَخَافُونَ رَبَّهُمْ مِنْ فَوْقِهِمْ وَيَفْعَلُونَ مَا يُؤْمَرُونَ
ความว่า “และพวกเขาจะกลัวพระเจ้าของพวกเขาจากเบื้องบนของพวกเขา และปฏิบัติตามสิ่งที่พวกเขาถูกบัญชา ” (อัลนะห์ลฺ / 50)
มาดูอิหม่ามอิบนุญะรีร อธิบาย
يقول تعالى ذكره: يخاف هؤلاء الملائكة التي في السموات ، وما في الأرض من دابة، ربهم من فوقهم، أن يعذّبهم إن عَصَوا أمره ،
ผู้ซึ่ง การสรรเสริญพระองค์สูงส่งยิ่ง กล่าวว่า บรรดามลาอิกะฮ ที่อยู่บนบรรดาฟากฟ้าเหล่านี้ และ สัตว์ที่อยู่ในพื้นแผ่นดิน กลัวพระผู้อภิบาลพวกเขา จากเบื้องบนของพวกเขา ว่า พระองค์จะทรงลงโทษพวกเขา หากพวกเขาฝ่าฝืนคำสั่งพระองค์ – ดูตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ เล่ม 17 หน้า 220
.........
ข้างต้น อิบนุญะรีร อ้างถึงการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ เหนือมัคลูค อย่างชัดเจน
มาดู หลักฐานต่างๆที่แสดงการอยู่เบื้องสูงของอัลลอฮ - การกระทำของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เช่นการที่ท่านชี้นิ้วขึ้นไปยังฟากฟ้าขณะที่ท่านคุฏบะฮฺกับผู้คนจำนวนมาก ดังกล่าวนั้นคือ วันอะรอฟะฮฺ ปีหัจญ์วะดาอฺ (หัจญ์อำลา)
فقال علية الصلاة والسلام ;ألا هل بلغت؟ . قالوا : نعم ;ألا هل بلغت؟; قالوا: نعم ;ألا هل بلغت؟ قالوا : نعم . وكان يقول : ;اللهم ! أشهد; ، يشير إلى السماء بأصبعه ، ثم يُشير إلى الناس.
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า "พึงรู้เถิด ฉันได้แจ้งให้ทราบแล้วหรือยัง ?" พวกเขากล่าวว่า ใช่ "พึงรู้เถิด ฉันได้แจ้งให้ทราบแล้วหรือยัง ?" พวกเขากล่าวว่า ใช่ "พึงรู้เถิด ฉันได้แจ้งให้ทราบแล้วหรือยัง ?" พวกเขากล่าวว่า ใช่ และท่านก็กล่าวว่า "โอ้อัลลฮฺได้โปรดเป็นพยานด้วยเถิด" โดยท่านชี้นิ้วยกขึ้นไปยังฟากฟ้า และจากนั้นก็ชี้ไปยังผู้คน

แล้วเช่นเดียวกันนี้การที่ท่านนบียกมือทั้งสองในขณะขอดุอาอ์ขึ้นยังฟากฟ้า ดังที่มีรายงานเป็นสิบๆ หะดีษ นี่เป็นการยืนยันถึงการอยู่ที่สูงด้วยการกระทำ

- การยอมรับของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม
كما جاء في حديث الجارية التي قال لها النبي صلى الله عليه وسلم : ;أين الله؟; قالت : في السماء. فقال : ;من أنا؟ قالت : رسول الله . فقال لصاحبها : أعتقها، فإنها مؤمنةดังที่มีมาในหะดีษ ทาสหญิงคนหนึ่งซึ่งท่านนบีได้กล่าวกับเธอว่า "อัลลอฮฺอยู่ที่ไหน?" เธอตอบว่า : อยู่บนฟากฟ้า และท่านนบีกล่าวว่า : "ฉันเป็นใคร?" เธอตอบว่า : ศาสนทูตของอัลลอฮฺ ท่านนบีจึงกล่าวกับเจ้าของของเธอว่า "จงปล่อยเธอไป เพราะแท้จริงเธอเป็นผู้ที่ศรัทธา"

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Fri May 24, 2013 8:11 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เพิ่มเติม
มาดู หะดิษที่ระบุในเศาะเฮียะบุคอรี หมายเลข ๖๙๘๖ เรื่อง อิสรออฺ เมียะรอจญ โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า

فَالْتَفَتَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم إِلَى جِبْرِيلَ كَأَنَّهُ يَسْتَشِيرُهُ فِي ذَلِكَ، فَأَشَارَ إِلَيْهِ جِبْرِيلُ أَنْ نَعَمْ إِنْ شِئْتَ. فَعَلاَ بِهِ إِلَى الْجَبَّارِ فَقَالَ وَهْوَ مَكَانَهُ يَا رَبِّ خَفِّفْ عَنَّا، فَإِنَّ أُمَّتِي لاَ تَسْتَطِيعُ هَذَا. فَوَضَعَ عَنْهُ عَشْرَ صَلَوَاتٍ ثُمَّ رَجَعَ إِلَى مُوسَى فَاحْتَبَسَهُ، فَلَمْ يَزَلْ يُرَدِّدُهُ مُوسَى إِلَى رَبِّهِ حَتَّى صَارَتْ إِلَى خَمْسِ صَلَوَاتٍ

So the Prophet turned to Gabriel as if he wanted to consult him about that issue. Gabriel told him of his opinion, saying, "Yes, if you wish." So Gabriel ascended with him to the Irresistible and said while he was in his place, "O Lord, please lighten our burden as my followers cannot do that." So Allah deducted for him ten prayers where upon he returned to Moses who stopped him again and kept on sending him back to his Lord till the enjoined prayers were reduced to only five prayers.


’ ดังนั้น นบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ ไปพบพบญิบรีล เพื่อขอคำชี้แนะต่อเขาในเรื่องดังกล่าวนั้น แล้ว ญิบรีลได้ชี้แนะแก่ท่านนบี ว่า เชิญ ครับ หากท่านต้องการ แล้ว เขา(ญิบรีล)ได้นำท่านนบีขึ้นไปยัง พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรง อนุภาพ แล้วนบี ได้กล่าว โดยที่พระองค์(พระเจ้าผู้ทรงอนุภาพ)อยู่สถานที่ของพระองค์ ว่า “โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ ,ได้โปรดลดย่อนจากเรา เพราะแท้จริง อุมมะฮของข้าพระองค์ ไม่สามารถปฏิบัติแบบนี้ได้(หมายละหมาด ๕๐ เวลา) แล้วพระองค์ได้ลดย่อน จากมัน ให้เหลือ สิบเวลา หลังจากนั้น นบีก็ได้กลับไปยังมูซา แล้ว มูซา ได้กับตัวนบีเอาไว้ และมูซาได้ให้นบีกลับไป ยังพระผู้อภิบาลอยู่ตลอดเวลา จนกระทั้ง ละหมาด กลายเป็น(หมายถึงถูกกำหนดให้เป็น)ห้าเวลา....
..........................
จากหะดิษข้างต้น เป็นการยืนยันการอยู่ ณ สถานที่เบื้องสูงของอัลลอฮ อย่างชัดเจน และ ญิบรีล นำท่านนบี ศอ็ลฯ ขึ้นไปยังพระองค์


อิหม่ามอัดดาริมีย์ (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)ได้อธิบาย หะดิษอัลญารียะฮว่า

وفي قول رسول الله صلى الله عليه وسلم أين الله؟ تكذيب لقول من يقول: هو في كل مكان، ولا يوصف ب أين، لأن شيئا لا يخلو منه مكان يستحيل أن يقال أين هو، ولا يقال أين إلا لمن هو في مكان يخلو منه مكان، ولو كان الأمر على ما يدعي هؤلاء الزائغة لأنكر عليها رسول الله قولها وعلمها، ولكنها علمت به فصدقها رسول الله وشهد لها بالإيمان بذلك،

“และในคำพูดของรซูลุลลอฮที่ว่า “อัลลอฮยู่ใหน? เป็นการยืนยันความเท็จ คำพูดของผู้ที่กล่าวว่า “พระองค์อยู่ทุกสถานที่ ,พระองค์ไม่ทรงคุณลักษณะ ด้วยคำว่า “อยู่ที่ใหน? เพราะแท้จริงสิ่งใดๆ สถานที ย่อมไม่เป็นอิสระจากมัน เป็นไปไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “พระองค์อยู่ใหน และจะไม่ถูกกล่าวว่า อยู่ใหน นอกจากผู้ที่เขาอยู่ในสถานที่ ซึ่งสถานที่เป็นอิสระจากเขา และถ้าเรื่องนี้ เป็นไปตามที่พวกเบี่ยงเบนเหล่านี้อ้าง แน่นอน ท่านรซูลุลลอฮ ย่อมจะคัดค้าน คำพูดและการกระทำของนาง(หมายถึงทาสหญิงตามที่ระบุในหะดิษ) แต่ในทางกลับกัน นางรู้ด้วยมัน แล้วรซูลุลลอฮ ก็ยืนยันความถูกต้องแก่นาง และเป็นพยานให้แก่นาง ว่านางมีศรัทธา ด้วยดังกล่าวนั้น – ดู รอดอะลัลญะมียะฮ ของ อิหม่ามอัดดาริมีย์ หน้า 47
..............
ท่านอิหม่ามอัดดารีมีย์ ได้ยืนยันว่า ท่านรซูลุลลอฮ ศอ็ลฯ ให้การรับรอง คำตอบของนางที่ว่า อัลลอฮทรงอยู่บนฟากฟ้า เมื่อท่านถามว่า “อัลลอฮอยู่ใหน เพราะถ้าสิ่งที่นางตอบ ไม่ถูกต้อง ตามที่พวกเบี่ยงเบนบางกลุ่มอ้าง ว่า ไม่มีสถานที่เกี่ยวข้องกับ อัลลอฮ แน่นอนท่านรซูลุลลอฮ ศอ็ลฯต้องคัดค้านคำพูดของนางแล้ว แต่..ท่านไม่ได้ค้าน นอกจากให้การรับรองคำพูดของนางอีกต่างหาก

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat May 25, 2013 8:39 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

การรับรองสิฟาต ต้องรับรองความหมายของสิฟัตด้วย

ท่านปรมาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านหนึ่ง อ้างว่า
ท่าน อีหม่าม อัลฟากีฮฺ อาบู ญะฟัร อัฎ-ฏอฮาวีย์ (ร.ฮ)(เสียชีวิต ปี ฮ.ศ. 321) ได้กล่าวไว้ใน รีซาละฮฺ อากีดะฮฺ อัฎ-ฏอฮาวืยะฮ์ ของท่านไว้ดังนี้

وتعالى – أي الله – عن الحدود والغايات والأركان والأعضاء والأدوات لا تحويه الجهاتُ السِتُّ كسائر المبتَدَعات

ความว่า“ อัลลอฮ์ ทรงพิสุทธิ์ จากขอบเขต และ ความจำกัดใดๆและ องค์ประกอบต่างๆ(แห่งตัวตน)และอวัยวะน้อยใหญ่ต่างๆซึ่งทิศตำแหน่งต่างๆทั้งหกนั้น...
มิได้ห้อมล้อมพระองค์เฉกเช่น บรรดาสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย แต่อย่างใด...”
........
ชี้แจง
ท่านผู้อ้างก็อ้างไปตามที่กอ็ปมา แต่ไม่เข้าใจคำพูดข้างต้น มาดูอุลามาอฺตัวจริงอธิบาย

ท่านอิบนุอบิลอิซ อัดดัมชะกีย์ (ฮ.ศ. 731-792) อธิบายว่า

أَنَّ النَّاسَ فِي إِطْلَاقِ مِثْلِ هَذِهِ الْأَلْفَاظِ ثَلَاثَةُ أَقْوَالٍ : فَطَائِفَةٌ تَنْفِيهَا ، وَطَائِفَةٌ تُثْبِتُهَا ، وَطَائِفَةٌ تُفَصِّلُ ، وَهُمُ الْمُتَّبِعُونَ لِلسَّلَفِ ، فَلَا يُطْلِقُونَ نَفْيَهَا وَلَا إِثْبَاتَهَا إِلَّا إِذَا بُيِّنَ مَا أُثْبِتَ بِهَا فَهُوَ ثَابِتٌ ، وَمَا نُفِيَ بِهَا فَهُوَ مَنْفِيٌّ . لِأَنَّ الْمُتَأَخِّرِينَ قَدْ صَارَتْ هَذِهِ الْأَلْفَاظُ فِي اصْطِلَاحِهِمْ فِيهَا إِجْمَالٌ وَإِبْهَامٌ ، كَغَيْرِهَا مِنَ الْأَلْفَاظِ الِاصْطِلَاحِيَّةِ ، فَلَيْسَ كُلُّهُمْ يَسْتَعْمِلُهَا فِي نَفْسِ مَعْنَاهَا اللُّغَوِيِّ . وَلِهَذَا كَانَ النُّفَاةُ يَنْفُونَ بِهَا حَقًّا وَبَاطِلًا ، وَيَذْكُرُونَ عَنْ مُثْبِتِيهَا مَا لَا يَقُولُونَ بِهِ ، وَبَعْضُ الْمُثْبِتِينَ لَهَا يُدْخِلُ فِيهَا مَعْنًى بَاطِلًا ، مُخَالِفًا لِقَوْلِ السَّلَفِ ، وَلِمَا دَلَّ عَلَيْهِ الْكِتَابُ وَالْمِيزَانُ . وَلَمْ يَرِدْ نَصٌّ مِنَ الْكِتَابِ وَلَا مِنَ السُّنَّةِ بِنَفْيِهَا وَلَا إِثْبَاتِهَا ، وَلَيْسَ لَنَا أَنْ نَصِفَ اللَّهَ تَعَالَى بِمَا لَمْ يَصِفْ بِهِ نَفْسَهُ وَلَا وَصَفَهُ بِهِ رَسُولُهُ نَفْيًا وَلَا إِثْبَاتًا ، وَإِنَّمَا نَحْنُ مُتَّبِعُونَ لَا مُبْتَدِعُون

แท้จริงมนุษย์ เกี่ยวกับการกล่าวบรรดาคำเหล่านี้โดยรวม แบ่งออกเป็นสามทัศนะ คือ
-หมู่คณะหนึ่ง ปฏิเสธมัน ,หมู่คณะหนึ่ง รับรองมัน และ หมู่คณะหนึ่ง มีการแจกแจงรายละเอียด และพวกเขาคือ บรรดาผู้ที่ตามแนวทางของสะลัฟ เพราะพวกเขาไม่ได้กล่าวรับรองมัน และไม่ได้กล่าวปฏิเสธมัน โดยรวม ยกเว้น เมื่อสิ่งที่ถูกรับรองด้วยมัน ถูกอธิบายไว้ มันก็คือ สิ่งที่แน่นอน (หมายถึงคือสิ่งที่ถูกรับรอง)และ เมื่อสิ่งที่ถูกปฏิเสธด้วยมัน(ถูกอธิบายไว้) มันก็คือสิ่งที่ถูกปฏิเสธ เพราะแท้จริง บรรดาคนยุคหลังนั้น บรรดาคำเหล่านี้ ตามนิยามของพวกเขานั้น กลายเป็นความหมาย(มุจญมัล(ความหมายรวม)และเป็นความหมายมุบฮัม(ความหมายที่ทำให้เกิดมโนภาพ) เหมือนกับอื่นจากมัน จากบรรดานิยามของคำ ดังนั้น พวกเขาทั้งหมดไม่ได้ใช้มัน ตามความหมายตามภาษาอาหรับ (หมายถึงความหมายตามรูปคำที่ปรากฏตามตัวบท) เพราะเหตุนี้ บรรดาผู้ที่ปฏิเสธ ก็เลยปฏิเสธ ไม่ว่าจะเป็นความหมายจริงหรือไม่จริง และพวกเขากล่าว เกี่ยวกับการรับรองมัน สิ่งที่พวกเขาไม่ได้กล่าวด้วยมัน และบางส่วน รับรองมัน ด้วยการใส่ความหมายเท็จในบรรดาคำเหล่านี้ โดยที่ขัดแย้งกับทัศนะของสะลัฟ และขัดแย้งกับสิ่งที่ อัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ ได้แสดงบอกไว้บนมัน และไม่มีตัวบทจากอัลกุรอ่านและสุนนะฮ ปฏิเสธ และรับรองมัน และ ไม่อนุญาตให้เราพรรณาคุณลักษณะอัลลอฮตะอาลา ด้วยสิ่งที่อัลลอฮ ไม่ได้พรรณนาคุณลักษณะให้แก่ตัวของพระองค์เองด้วยมัน และไม่อนุญาตให้พรรณนาคุณลักษณะแก่พระองค์ ด้วยคุณลักษณะที่รอซูลของพระองค์ ไม่ได้พรรณาคุณลักษณะ แก่พระองค์ด้วยมัน ไม่ว่าในการปฏิเสธหรือรับรอง ความจริงเราคือบรรดาผู้เจริญรอยตาม ไม่ใช่บรรดาผู้อุตริบิดอะฮ – ชัรหุอะกีดะฮ อัฏเฎาะหาวียะฮ เล่ม 1 หน้า 261

จากคำอธิบายของ อิบนุอบิลอิซ อัดดัมชะกีย์ พอสรุปได้ดังนี้
1. ชาวสลัฟไม่ได้กล่าวถึง คำข้างต้น เช่นอวัยวะ รูปร่าง ฯลฯ ไม่ว่าในทางรับรองหรือปฏิเสธ
2. คนยุคหลัง ถือว่าความหมายตามตัวบททำเกิดมโนภาพ พวกเขาจึงปฏิเสธ
3. คนบางส่วนรับรองความหมายตามตัวบท แต่ใส่ความหมายเท็จลงไปในคำเดิมที่มาจากตัวบท( เช่น รับรองอิสติวาอฺ แต่ไม่เอา ความหมาย ประทับ แต่ใส่ตวามหมายครอบครองเป็นต้น-ผู้แปล)
4. ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ หรือรับรองคุณลักษณะใดๆ แก่อัลลอฮในสิ่ง ที่อัลลอฮและนบีไม่ได้บอกไว้
5. เราต้องปฏิบัติตาม เราจะไม่อุตริบิดอะฮ

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Sat May 25, 2013 8:41 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ท่านอิบนุอบิลอิซ อัดดัมชะกีย์ (ฮ.ศ. 731-792) อธิบายต่อไปว่า

أَنْ يُنْظَرَ فِي هَذَا الْبَابِ، أَعْنِي بَابَ الصِّفَاتِ، فَمَا أَثْبَتَهُ اللَّهُ وَرَسُولُهُ أَثْبَتْنَاهُ، وَمَا نَفَاهُ اللَّهُ وَرَسُولُهُ نَفَيْنَاهُ. وَالأَلْفَاظُ الَّتِي وَرَدَ بِهَا النَّصُّ يُعْتَصَمُ بِهَ...ا فِي الْإِثْبَاتِ وَالنَّفْيِ، فَنُثْبِتُ مَا أَثْبَتَهُ اللَّهُ وَرَسُولُهُ مِنَ الأَلْفَاظِ وَالْمَعَانِي

ดังนั้น วาญิบ จะต้องพิจารณาในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าหมายถึง เรื่อง บรรดาสิฟาต (บรรดาคุณลักษณะของอัลลอฮ) สิ่งใดที่อัลลอฮ และรอซูลของพระองค์รับรองมัน เราก็รับรองมัน และสิ่งใดที่อัลลอฮและรอซูลของพระองค์ปฏิเสธมัน เราก็ปฏิเสธมัน และบรรดาถ้อยคำที่ตัวบทได้มีมาด้วยมัน ก็จะถูกยึดถือด้วยมัน ในการรับรอง(อิษบาต) และการปฏิเสธ(นัฟยุ) ดังนั้นเราจะรับรอง สิ่งที่อัลลอฮและรอซูลของพระองค์รับรอง จากบรรดาถ้อยคำและบรรดาความหมาย – ดู ชัรหุอะกีดะฮอัฏเฎาะหาวียะฮ เล่ม 1 หน้า 262
.........
ข้างต้น แสดงให้เห็นชัดเจนว่า การรับรองบรรดาสิฟาตที่ที่อัลลอฮและรอซูลของพระองค์รับรองนั้น คือ รับรองทั้งถ้อยคำ และความหมาย ไม่ใช่รับรองถ้อยคำแต่ไม่อนุญาตให้แปล หรือ รับรองถ้อยคำแต่ใส่ความหมายอื่นแทน

_________________
จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> หลักความเชื่อ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9  ถัดไป
หน้า 3 จากทั้งหมด 9

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.17 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004