ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - เขาว่าอุละมาซุนนะลอกการบ้านชีอะฮ์มา มุตอะกับมิสยาร นะ
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
เขาว่าอุละมาซุนนะลอกการบ้านชีอะฮ์มา มุตอะกับมิสยาร นะ
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 27, 28, 29
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
ali
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Thu Oct 29, 2009 12:04 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ญะซากัลลอฮ์ ขอบคุณท่านเว็บมาสเตอร์ที่อนุเคราะห์ ผมคิดว่าท่านจะเฉยเมยกับการร้องขอของผมซะแล้ว


คำชี้แจงต่อไปนี้ ไม่ใช่ว่าผมจะเอาเปรียบคู่สนทนาโดยการพูดแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่เนื่องจากชีอะฮ์ได้ขอยุติการสนทนาเอง ดังนั้นผมจะอนุญาตใช้สิทธิ์ตรงนี้ชี้แจงข้อความที่ชีอะฮ์ได้โกหกบิดเบือน พร้อมทั้งเก็บตกประเด็นเล็กน้อยที่ชีอะฮ์กล่าวถึงในการสนทนาข้อที่ 1 จากทั้งหมด 4 ข้อ ที่ชีอะฮ์ตั้งขึ้นมาเอง


และในขณะที่ผมชี้แจงข้อที่ 1 อยู่นี้ หากชีอะฮ์จะกลับเข้ามาร่วมสนทนาต่อ ผมก็ยินดี แต่ต้องสนทนากันทีละเรื่อง ทีละประเด็น


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ali
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Thu Oct 29, 2009 12:08 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

israya บันทึก:
ศอฮีฮ์บุคอรี ไม่ได้พิมพ์จากสำนักพิมพ์เดียว คุณไม่เคยสัมผัสตัวจริงของมันเลยกระมัง มันไม่ใช่แค่เพียงสรุปย่นย่อจากเท่าที่อยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงศาสนาประเทศซาอุที่ผมส่งไปให้คุณนะ จริงๆมันมีมากกว่านั้น ทีแรกผมก็คิดว่าน่าจะมีในเว็บครบสมบูรณ์ เพราะผมคาดคิดไปไม่ถึงว่า ศอฮีฮ์บุคอรีในเว็บนั้น เป็นเพียงส่วนย่อยเท่านั้น ไม่ใช่ตัวจริงของตำราบุคอรีทั้งหมด และผมไม่เคยตรวจเช็คอะไรมากมาย

แต่ทว่าที่เนื้อหาและสำนวนของฮะดีษนี้มีความพ้องต้องกันกับอีกฮะดีษหนึ่ง ที่บุคอรีบันทึกไว้ในกิตาบฮัจญ์จริงตามที่คุณ ali นำมาจากเว็บไซต์นั้น แล้วยกมาแสดงนั้น ขอให้เข้าใจให้ถูกต้องด้วยว่า ความจริงมันเป็นอย่างนั้นเอง ไม่ต้องชี้ให้เห็นว่าผมบิดเบือนว่าผมนำฮะดีษนั้นมาแปลงเป็นฮะดีษนี้ เป็นความเข้าใจของคนบ้าเท่านั้น คำว่า ตะมัตตะนา ไม่ได้หมายถึงฮัจญ์เสมอไป ผมก็บอกคุณแล้ว แต่คุณดันทุรัง ต้องการเอาชนะ แล้วกดขี่คนอื่น ช่างเลวร้ายอะไรเช่นนี้ ดื้อไม่ยอมฟังใคร

ผมรู้ตัวดีว่า ความซื่อสัตย์ของผมต่อวิชาการมีมากพอ เกรงกลัวพระผู้เป็นเจ้า และพอที่จะรู้ว่า ผมควรหรือไม่ควรทำอะไร แค่ไหนอย่างไร ผมขอให้คุณ ali เชคตรวจสอบฮะดีษได้ทุกเว็บเลยครับ เพียงแค่กดคำว่า صحيح البخاري : المطبعة العامرة المليجية الطبعة الأولى 1332 هـ ج 3 ص 71 .
เข้าไปในกูเกิ้ล คุณ ali ก็คงตาสว่าง


หลังจากที่ israya เอ่ยอำลาการสนทนากับผมที่นี่ ด้วยเหตุผลร้อยเล่มเกวียน แต่กลับมีข้อความแก้ตัวในเรื่องนี้ปรากฏขึ้นที่หน้าเว็บยอมใหญ่ ณ วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ดังนี้


เว็บยอมใหญ่ บันทึก:
พบการดัดแปลงตัวบทฮะดีษจากต้นฉบับเดิมในตำราศอฮีฮ์บุคอรี เกี่ยวกับเรื่อง นิกาห์มุตอะฮ์อย่างชัดเจน محمد يقال انه عمر และทำให้ผู้อ้างถึงฮะดีษนี้ตามต้นฉบับเดิม ถูกกล่าวหาว่า ต่อเติมวรรคนี้ เข้าไปในฮะดีษบทนั้นของศอฮีฮ์บุคอรี และถึงแม้ว่า ฮะดีษนี้จะถูกจัดวางในหมวดหมู่ของฮัจญ์ตะมัตตุอ์หรือมุตอะฮัจญ์ แต่ก็เป็นฮะดีษที่กล่าวถึงมุตอะนิกาห์มาก่อนตั้งแต่เดิม ดังนี้

عن عمران بن حصين رضي الله تعالى عنه قال نزلت آية المتعة في كتاب الله ففعلناها مع رسول الله صلى الله علي وسلم ولم ينزل قرآن يحرمه ولم ينه عنها حتى مات قال رجل برأيه ما شاء قال محمد يقال انه عمر

ผมแปลว่า รายงานจากอิมรอน บิน ฮุศ็อยน์ ร ฎ กล่าวว่า อายะอัลมุตอะได้ถูกประทานในคัมภีร์ของอัลลอฮ ดังนั้น เราได้ทำสิ่งนั้น(มุตอะ) ร่วมกับท่านรอซูล ศ โดยที่อัลกุรอานมิได้ถูกประทานลงมาห้าม และท่าน(รอซูล)ก็มิได้ห้าม จนกระทั่งวายชนม์ เขา(อิมรอน)กล่าวว่า ชายคนหนึ่งพูดไปตามความเห็นของตนเองที่เขาประสงค์(พูดตามอำเภอใจ คือ ห้าม) และท่านมุฮัมมัด(บุคอรี)กล่าวว่า ชายคนที่ถูกกล่าวถึงนั้น คือ อุมัร

นี่คือ ประเด็นหนึ่งที่ทำให้เกิดประเด็นถกเถียงกัน ในเรื่องนิกาห์มุตอะ เพราะในปัจจุบันนี้ ถ้าหากใครเปิดศอฮีฮ์บุคอรีในเว็บไซต์ ก็จะพบว่า
قال عمران بن حصين نزلت آية المتعة فى كتاب الله يعنى متعة الحج وأمرنا بها رسول الله صلى الله عليه
وسلم ثم لم تنزل آية تنسخ آية متعة الحج ولم ينه عنها رسول الله صلى الله عليه وسلم حتى مات قال رجل برأيه بعد ما شاء
อิมรอน บิน ฮุศ็อยน์ กล่าวว่า อายะว่าด้วยมุตอะ ถูกประทานลงมาในคัมภีร์ของอัลลอฮ์(หมายถึงมุตอะฮ์ฮัจญ์) และท่านรอซูลได้สั่งพวกเราในเรื่องนั้น หลังจากนั้น ก็ไม่มีอายะใดลงมายกเลิกอายะมุตอะฮัจญ์และท่านรอซูล ศ ก็มิได้ห้าม จากเรื่องนั้น จนกระทั่งท่านวายชนม์ มีชายคนหนึ่งได้กล่าวไปด้วยทัศนะของเขา หลังจากเขาประสงค์

พอจะมองเห็นเค้าลางการบิดเบือนได้อย่างชัดเจน และนี่คือ การเข้าไปแก้ไขและบิดเบือนหลักฐานประวัติษสตร์ และเอกสารโบราณ ที่ทำลายความน่าเชื่อถือทางวิชาการที่น่าอนาถใจยิ่ง

นี่คือหลักฐานของแท้ดั้งเดิม ครับ


ดูเหมือน israya และเว็บยอมใหญ่จะร่วมหัวจมท้ายในโกหกบิดเบือนด้วยกันอย่างสุดลิ่ม แต่ก็เป็นการดีที่เราจะได้ชี้แจง ขบวนการโกหกมดเท็จนี้ซะทีเดียวเลย

.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ali
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Thu Oct 29, 2009 12:14 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ศอเฮียะฮ์บุคอรี เป็นตำราฮะดีสเก่าแก่ ที่รวบรวมบรรดาฮะดีสศอเฮียะฮ์ไว้ เป็นที่ยอมรับของนักวิชาการโลกมุสลิม แต่ก็มีลัทธิจอมปลอมบางกลุ่ม,บางพวกนำไปแอบอ้าง และกล่าวโจมตีเสียๆหายๆ ทำลายความน่าเชื่อถือ แต่เมื่อต้องการอ้างเป็นหลักฐานเฉพาะเรื่องที่ตนเองต้องการ กลับแสดงความรัก,หวงแหน,ยกย่องเถิดทูน

ตำราบุคอรีถูกตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งพิมพ์เก่า และพิมพ์ใหม่ ซึ่งการพิมพ์แต่ละครั้งอาจเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้ ไม่ว่าจากการเรียงพิมพ์หรืออื่นๆ ก็ตาม เป็นเรื่องปกติวิสัยที่ย่อมเกิดขึ้นได้

ชีอะฮ์พยายามโพทนาว่า ศอเฮียะฮ์บุคอรี ในมือเขาเป็นฉบับเก่าแก่คือ

صحيح البخاري : المطبعة العامرة المليجية الطبعة الأولى 1332 هـ

แปลว่า ศอเฮียะฮ์บุคอรี โดยโรงพิมพ์อัลอามิเราะฮ์ อัลมะลีญียะฮ์ พิมพ์ครั้งแรก 1332 ฮิจเราะฮ์

ข้อความนี้เป็นการบันทึกของโรงพิมพ์เพื่อแสดงสถิติการพิมพ์ตำราเล่มนี้ โดยเฉพาะคำว่า الطبعة الأولى แปลว่า พิมพ์ครั้งแรก ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ศอเฮียะฮ์บุคอรีเพิ่งจะถูกตีพิมพ์ในปี 1332 แต่หมายถึงโรงพิมพ์นี้เพิ่งจะเริ่มพิมพ์บุคอรีเป็นครั้งแรก เพราะยังมีโรงพิมพ์อีกหลายแห่งที่ได้พิมพ์ศอเฮียะฮ์บุคอรี ก่อนปี 1332 เช่น

مطبعة التقدم العلمية 1319
مطبعة الخيرية بمصر 1319
مطبعة العامرة – استانبول – تركية 1315
مطبعة الشرفية بمصر 1304
المطبعة العامرة الشرفية بمصر 1301
مطبعة بولاق الطبعة الثالثة 1289

เพราะฉะนั้นชีอะฮ์ อย่าได้โพทนาให้ขายขี้หน้าชาวบ้านว่า ฉบับที่พิมพ์โดยสำนักพิมพ์อัลอามิเราะฮ์ปี 1332 เป็นฉบับเก่าแก่ดั่งเดิม

และคำว่า الطبعة الأولى พิมพ์ครั้งแรกนั้นคือ ครั้งแรกของโรงพิมพ์นี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ศอเฮียะฮ์บุคอรีถูกตีพิมพ์

ภาษาง่ายๆ ไม่น่าจะเข้าใจไขว้เขว


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ali
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Thu Oct 29, 2009 12:32 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ในระยะหลังๆ เราแทบจะหาหนังสือฉบับตีพิมพ์ไม่ค่อยพบ เพราะเขาจะใช้วิธีนำเอาฉบับพิมพ์ไว้แล้วมาก็อปหรือแสกน เพราะฉะนั้นหากต้นฉบับที่พิมพ์ไว้มีข้อผิดพลาด ไม่ว่าจะเกิดจากการเรียงพิมพ์หรือ ฯลฯ การถ่ายหรือแสกนออกมาก็จะผิดพลาดด้วย สำนักพิมพ์ของเบรูต ที่มีอยู่ดาษดื่นจะใช้วิธีนี้เป็นส่วนใหญ่

ดังนั้นบรรดาหนังสือตามที่ปรากฏอยู่จะมีสองลักษณะใหญ่คือ 1. ฉบับตีพิมพ์ 2. ฉบับถ่ายหรือแสกน

คนที่คร่ำหวอดอยู่กับตำรา เมื่อเขาเห็นก็จะทราบทันทีว่า มันเป็นฉบับพิมพ์หรือฉบับก็อป และยิ่งเมื่อได้สัมผัส เขาจะยิ่งมันใจ ผมให้ข้อมูลแก่บรรดาหนอนหนังสือสักหน่อยว่า

คุณลองเอาปลายนิ้วลูบสัก 2 – 3 หน้า ถ้าตัวหนังสือนูนจนสัมผัสได้ นั่นคือฉบับตีพิมพ์ แต่ถ้าลูบไปแล้วไม่รู้สึกสัมผัสถึงลักษณะดังกล่าว นั่นคือ ฉบับก็อป

จากรูปลักษณะภาพถ่ายที่แนบมานี้ มองผ่านก็ทราบทันทีว่า มันคือฉบับก็อบ ไม่ใช่ฉบับพิมพ์ ไม่เชื่อก็ลองเอาปลายนิ้วสัมผัสตามที่ผมบอก เมื่อทราบด้วยตัวเองแล้วก็เงียบไว้ อย่าโวยวายอายชาวบ้านเขา

เวลาต้นกล้วยออกปลีที่กลางลำต้น ก็อย่าได้ทึกทักเอาว่า นั่นคือบรรพบุรุษของต้นกล้วย แล้วกล่าวร้ายต้นกล้วยอื่นๆ ว่า ผิดธรรมชาติของความเป็นต้นกล้วย คนที่เขารู้จักต้นกล้วยจริงๆ เขาจะทราบทันทีว่าอันไหนคือธรรมชาติของต้นกล้วยที่แท้จริง

ลองชมภาพที่ชีอะฮ์เขานำมาแสดงดังนี้


http://www.moradokislam.org/images/pok_198.jpg

http://www.moradokislam.org/images/miomar_169.jpg

http://www.moradokislam.org/images/mimeomar1_713.jpg


ภาพข้างต้นนี้ ชีอะฮ์ได้โพสต์ไว้ในช่วงที่ผมติดภารกิจ และท่านเว็บมาสเตอร์ได้ส่งให้ผมพร้อมถามว่า ต้องการชี้แจงหรือไม่ และภาพทั้ง 3 นี้ ก็เป็นภาพเดียวกับที่ปรากฏในหน้าแรกของเว็บยอมใหญ่ ซึ่งเห็นเพียงรูปลักษณ์ก็ทราบได้ทันทีว่า

ไม่ใช่หนังสือฉบับตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ อัลอามิเราะฮ์ตามที่เขาอ้างแต่อย่างใด แต่เป็นฉบับถ่าย โดยสำนักพิมพ์ดารุ้ลฟิกร์ของเบรูต และสำนักพิมพ์ดารุ้ลกุตุบ อัลอิลมียะฮ์ ที่ เบรูต เช่นเดียวกัน


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ali
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Thu Oct 29, 2009 12:41 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สิ่งที่เราอยากให้ท่านผู้อ่านได้พิสูจน์ก็คือ

ประการที่หนึ่ง ชีอะฮ์ได้แสกนหนังสือที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นฉบับเก่าแก่มาให้เห็น แต่ขอให้ท่านสำรวจทีละหน้า ท่านจะพบว่า ประโยคที่อยู่ด้านหน้าก่อนตัวฮะดีสที่เขาลงสีเน้นไว้นั้นจะมีข้อความว่า

فمن تمتع بالعمرة الى الحج

แปลว่า “ดังนั้นผู้ใดแสวงประโยชน์ด้วยอุมเราะฮ์จนกระทั่งถึงฮัจญ์” ซึ่งเป็นข้อความท่อนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 196 และเป็นอายะฮ์ที่ถูกเรียกว่า อายะฮ์ตุ้ลมุตอะฮ์ หรือโองการเกี่ยวกับการทำฮัจญ์ตะมัตตัวอ์

ชีอะฮ์คงจะกระวนกระวายในการแก้ข้อหาต่อเติมตัวบทฮะดีส จนเขาลืมข้อหาที่ว่า นำเอาฮะดีสของอิมรอน บินฮุศ็อยน์ ที่กล่าวถึงเรื่อง มุตอะตุ้ลฮัจญ์ไปบิดเบือนอ้างเป็นหลักฐานเรื่อง นิกะฮ์มุตอะฮ์

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเผลอที่จะตรวจสอบข้อความให้เรียบร้อยเสียก่อน จนทำให้เขานำเอาหลักฐานมาฟันหัวตัวเอง เพราะหัวข้อที่เห็นเป็นข้อความจากอัลกุรอาน ซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ อายะห์ที่ 196 ซึ่งระบุอยู่โทนโท่ว่า เป็นเรื่อง การทำฮัจญ์แบบตะมัตตัวอ์ ไม่ใช่นิกะฮ์มุตอะฮ์ แต่ชีอะฮ์ก็จงใจบิดเบือนแบบไม่อายว่า


israya บันทึก:
ตรงนี้ บุคอรีใด้รายงานฮะดีษเรื่องนิกะมุตอะ”(แต่งงานชั่วคราว) ใจความว่า

دثنا مسدد حدثنا يحيى عن عمران أبي بكر حدثنا أبو رجاء عن عمران بن حصين رضي الله عنه قال أنزلت آية المتعة في كتاب الله ففعلناها مع رسول الله صلى الله عليه وسلم ولم ينزل قرآن يحرمه ولم ينه عنها حتى مات فال رجل برأيه ماشاء“

อิมรอน บิน ฮุศอยน์กล่าวว่า”อายะฮ์เรื่องการมุตอะฮ์(แต่งงานชั่วคราว)นั้นถูกประทานลงมาในอัลกุรอ่าน พวกเราก็ใด้ปฏิบัติมันพร้อมกับท่านรอซูล(ศ)และไม่มีอายะฮ์ใดเลยที่ลงมายกเลิกมันจนกระทั่งท่านศาสดาเสียชีวิต หลังจากนั้นก็มีชายคนหนึ่งมาทำตามทัศนะของเขาที่เขาประสงค์


ท่านเห็นข้อความในวงเล็บที่เขากำกับไหม นั่นคือข้อความที่เขาต้องการบิดเบือนให้คำว่า อายะตุ้ลมุตอะฮ์ กลายเป็นนิกะฮ์มุตอฮ์ ให้จงได้

ทั้งๆที่อายะฮ์มุตอะฮ์จริงๆคือ ซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 196 ซึ่งถูกกำกับไว้ก่อนข้อความที่เขาจะใช้สีเน้น


และนี่คือการบิดเบือนที่เห็นกันจะๆ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ali
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Thu Oct 29, 2009 12:47 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เว็บยอมใหญ่ บันทึก:
ปัจจุบันนี้ ถ้าหากใครเปิดศอฮีฮ์บุคอรีในเว็บไซต์ ก็จะพบว่า

قال عمران بن حصين نزلت آية المتعة فى كتاب الله يعنى متعة الحج وأمرنا بها رسول الله صلى الله عليه
وسلم ثم لم تنزل آية تنسخ آية متعة الحج ولم ينه عنها رسول الله صلى الله عليه وسلم حتى مات قال رجل برأيه بعد ما شاء

อิมรอน บิน ฮุศ็อยน์ กล่าวว่า อายะว่าด้วยมุตอะ ถูกประทานลงมาในคัมภีร์ของอัลลอฮ์(หมายถึงมุตอะฮ์ฮัจญ์) และท่านรอซูลได้สั่งพวกเราในเรื่องนั้น หลังจากนั้น ก็ไม่มีอายะใดลงมายกเลิกอายะมุตอะฮัจญ์และท่านรอซูล ศ ก็มิได้ห้าม จากเรื่องนั้น จนกระทั่งท่านวายชนม์ มีชายคนหนึ่งได้กล่าวไปด้วยทัศนะของเขา หลังจากเขาประสงค์


ข้อความข้างต้นนี้คือ การกล่าวเท็จของเว็บยอมใหญ่อย่างโจ่งครึม เพราะตัวบทตามที่แสดงนี้ เป็นสำนวนคำรายงานจาก ศอเฮียะฮ์มุสลิม ฮะดีสเลขที่ 2158

แล้วเพราะเหตุใดที่เว็บยอมใหญ่จะนำมาอ้างว่า นี่คือการตัดตอนเพิ่มเติมใน ศอเฮียะฮ์บุคอรี โกหกตลกด้านจริงๆ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ali
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 24/12/2003
ตอบ: 295


ตอบตอบ: Thu Oct 29, 2009 12:54 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ประการต่อมา ชีอะฮ์แสดงหลักฐานว่า เขาไม่ได้เป็นผู้ที่เพิ่มข้อความในฮะดีส ที่ว่า يقال أنه عمر โดยอ้างว่าฉบับที่เขานำมาอ้างนั้นเป็นฉบับดั่งเดิมที่ระบุข้อความนี้อยู่จริง (ซึ่งผมได้ชี้แจงความเข้าใจผิดของพวกเขาในประเด็นนี้ไว้ข้างต้น) และข้อความนี้ ก็ไม่ใช่ข้อความดั่งเดิมที่ระบุอยู่ใน ศอเฮียะฮบุคอรี ดังนี้

ถ้าเราอ่านข้อความให้ครบประโยค เราจะทราบว่า ข้อความทั้งหมดของประโยคนี้คือ

قال محمد يقال انه عمر

มูฮัมหมัดกล่าวว่า กล่าวกันว่าเขาคืออุมัร หรือจะเอาคำแปลที่ชีอะฮ์แปลมาแสดงก็ยิงชัดเจน เขาแปลว่า และท่านมุฮัมมัด(บุคอรี)กล่าวว่า ชายที่ถูกกล่าวถึง คือ อุมัร

ข้อความนี้ไม่ได้เป็นข้อความดั่งเดิมจากศอเฮียะฮ์บุคอรี ผมยืนยันอีกครั้งว่า ข้อความนี้ไม่ได้เป็นข้อความดั่งเดิมจากศอเฮียะฮ์บุคอรี และไม่ได้เป็นคำพูดของท่านบุคอรีเอง แต่บุคคลอื่นได้อ้างถึงบุคอรี ดังนี้

หากท่านบุคอรีกล่าวเองหรือแสดงทัศนะของตัวเองไว้ในตำราของท่าน ก็จะต้องใช้คำว่า قلت หรือ أقول แปลว่า ฉันกล่าวว่า
แต่ข้อความที่อ้างมาใช้คำว่า قال แปลว่า เขากล่าวว่า ซึ่งเป็นกริยาอดีตกาลที่กล่าวถึงบุคคลที่สาม

ด้วยเหตุนี้คำว่า قال محمد แปลว่า ท่านมุฮัมมัด (บุคอรี) กล่าวว่า นี่คือคำแปลของชีอะฮ์เอง ที่สื่อให้รู้ว่ามีผู้อื่นกล่าวอ้างท่านอิหม่ามบุคอรี มิใช่คำพูดของอิหม่ามบุคอรีเอง และมิใช่คำพูดของรอวีย์คนใดในสายรายงาน

ดังนั้นชีอะฮ์ให้คำตอบได้ไหมว่า คำพูดข้างต้นนี้เป็นของผู้ใด ใครเป็นมือดีที่อ้างว่าเป็นคำพูดของบุคอรี แล้วนำไปใส่ในตำราของบุคอรี เขาผู้นั้นคือใคร แล้วชีอะฮ์ยังจะมามั่วอีกว่า มันเป็นฉบับดั่งเดิม น่าละอายจริงๆ

การสนทนาระหว่างผม (ali) กับชีอะฮ์ยังไม่ทันจบสิ้นกระบวนความ แต่ชีอะฮ์ผู้ใช้นามว่า israya และทีมงานเว็บยอมใหญ่ที่ร่วมสังคมกรรมในการแสดงข้อมูลเท็จ ได้ขุดหลุมฝังตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
AntiRafidah
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 05/06/2009
ตอบ: 120


ตอบตอบ: Sat Oct 31, 2009 12:32 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ali บันทึก:

ศอเฮียะฮ์บุคอรี เป็นตำราฮะดีสเก่าแก่ ที่รวบรวมบรรดาฮะดีสศอเฮียะฮ์ไว้ เป็นที่ยอมรับของนักวิชาการโลกมุสลิม แต่ก็มีลัทธิจอมปลอมบางกลุ่ม,บางพวกนำไปแอบอ้าง และกล่าวโจมตีเสียๆหายๆ ทำลายความน่าเชื่อถือ แต่เมื่อต้องการอ้างเป็นหลักฐานเฉพาะเรื่องที่ตนเองต้องการ กลับแสดงความรัก,หวงแหน,ยกย่องเถิดทูน




จริงของคุณ ali พวกนี้สับปรับทางวิชาการได้อย่างไม่มีใครเทียม




ali บันทึก:


การสนทนาระหว่างผม (ali) กับชีอะฮ์ยังไม่ทันจบสิ้นกระบวนความ แต่ชีอะฮ์ผู้ใช้นามว่า israya และทีมงานเว็บยอมใหญ่ที่ร่วมสังคมกรรมในการแสดงข้อมูลเท็จ ได้ขุดหลุมฝังตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


.




ถ้าเว็บยอมใหญ่เป็นคนส่งหลักฐานให้รอฟิเฎาะ israya ก็เท่ากับรอฟิเฎาะอัยยูบ ยอมใหญ่
เป็นผู้โต้ทางวิชาการในเว็บนี้เองด้วยเหมือนกัน ดังนั้น เมื่อรอฟิเฎาะ israya ไปไม่รอด จึงหมายความว่า
รอฟิเฎาะอัยยูบ ยอมใหญ่ ก็ไปไม่รอดเหมือนกัน
สรุปคือได้แต่ตักกียะห์เอาตัวรอดไปเรื่อยๆ จนลงหลุมฝังศพของตัวเอง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> ปัญหาศาสนา ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3 ... 27, 28, 29
หน้า 29 จากทั้งหมด 29

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.14 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004