ลงโฆษณากับเรา..เพื่อธุระกิจของคุณ..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
ขอเชิญร่วมสร้างมัสยิด
มูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม
ขอเชิญท่านบริจาคสมทบทุน
โครงการก่อสร้างอาคาร
มัสยิดอนุรักษ์



โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร

ชื่อบัญชี
มูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม
ธนาคาร
กรุงไทย สาขาย่อยประเวศ
ประเภท กระแสรายวัน
เลขที่ 188 – 6 – 00316 – 5

>>>..ร่วมบริจาคคลิ๊ก!..<<<

ญะซากุมุ้ลลอฮุคอยร็อน


เมนูหลัก
 หน้าแรก(ข่าวสาร) :
 หน้าแรก
 ค้นหา
 หัวข้อเรื่องที่น่าสนใจ
 สำหรับสมาชิก :
 รายนามสมาชิก
 เข้าสู่ระบบ(สมัครสมาชิก!)
 ร่วมด้วยช่วยกัน :
 แนะนำบอกต่อ
 กระดานเสวนา
 
 สถิติของผู้เข้าชม :
 ยอดฮิตติดอันดับ
 แบบสำรวจ
 คู่มือและเอกสาร :
 ถาม-ตอบ
 วารสารประจำเวบ
 บริการอื่นๆ :
 ติดต่อลงโฆษณา
 ติดต่อเรา
 ห้องแสดงภาพ
 ดาวน์โหลด
 Mozaks_News

 เมนูทั่วไป :
เนตคุณแรงแค่ไหน!
ล้อเลียนการเมือง
เพิ่มเว็บนี้ใน Favourites !
เมล์ด่วนสายตรง
23:16:35
วัน : 20-10-2018
GMT : +0700

สาระวิชาการ
วิชาการ :
ศรัทธาและยึดมั่น
อัลฮะดีษ
จริยธรรมอิสลาม
ประเพณีและความเชื่อ
ประวัติศาสตร์อิสลาม
เหตุแห่งการประทานอัลกุรอาน
อุลูมุ้ลฮะดีษ
ตัฟซีรอัลกุรอาน
คอลัมน์ประจำ :
บทความทั่วไป
ตรรกวิทยา

ดาวน์โหลด

  1: ถาม-ตอบ
ดาวน์โหลด 274 ครั้ง

  2: ขุดโคตรชีอะ
ดาวน์โหลด 173 ครั้ง

  3: การทำแทน
ดาวน์โหลด 98 ครั้ง

  4: ศรัทธาแบบอิสลาม
ดาวน์โหลด 188 ครั้ง

  5: สัญญาณวันสิ้นโลก
ดาวน์โหลด 226 ครั้ง

  6: หลักยึดมั่น
ดาวน์โหลด 137 ครั้ง

..ดูทั้งหมด..

เว็บไซต์อนุรักษ์ซุนนะห์

เผยข้อเท็จจริงลัทธิชีอะห์:





แนวร่วมต่อต้านรอฟิเฏาะ

ภาษาอาหรับ

www.d-sunnah.net
www.fnoor.com
www.albrhan.com
www.wylsh.com
www.khominy.com
http://dhr12.com
www.albainah.net
www.ansar.org
www.almanhaj.com
www.almhdi.com

ภาษาอังกฤษ

www.ahlelbayt.com


หนังสือใหม่
ผลงานล่าสุด
ของ อ.ฟารีด เฟ็นดี้


รู้ทันชีอะฮ์



เผยกลลวงของชีอะห์ในการดึงมุสลิมออกจากอิสลาม
ตอบโต้ข้อกล่าวหา,ใส่ร้าย,ประณามศอฮาบะห์
ติดต่อและสั่งซื้อได้ที่
คุณยะอ์กู๊บ น้อยนงค์เยาว์
084 0004619


ข่าวสาร
หนังสือพิมพ์ไทย :
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
กรุงเทพธุรกิจ
ข่าวสด
ผู้จัดการออนไลน์
มติชน
ประชาไทย
ไทยนิวส์
ศูนย์ข่าวอิศรา
หนังสือพิมพ์อาหรับ :
الاهرام
الجمهورية
الوطن
القبس
البيان
الاتحاد
الرأي العام
الشرق الأوسط
السياسة
دار الخليج
ตำราศาสนาภาษาอาหรับ :
almeshkat
almaktba
kribani
sahab
internet radio
จส.100
คลื่นประชาธิปไตย


บทความเรื่อง ฟิร๊อก กลุ่มแนวคิดบิดเบือน
ตอนชีอะห์อิหม่ามสิบสอง

อย่าให้กะลิมะห์ชะฮาดะห์ของผู้ใดมาล่อลวงเรา
อิสลามไม่มีนิกาย
ข้อแตกต่างด้านโครงสร้างศาสนาของซุนนะห์กับชีอะฮ์
อัลกุรอานและฮะดีษตามความเชื่อของชีอะฮ์
อายะห์อัลกุรอานที่ขาดหาย
"อะฮ์ลุ้ลบัยต์" ครอบครัวและวงศ์วานของท่านนบี
ภรรยาของนบีคือ"อะฮ์ลุ้ลบัยต์"
ฮะดีษซะก่อลัยน์ สิ่งหนักทั้งสอง
ใครคือ"อะฮ์ลุ้ลบัยต์" ที่ระบุในซูเราะห์อัลอะห์ซาบ อายะห์ที่ 33
ฮะดีษกิซาอ์
ท่านอาลีและครอบครัว จากซูเราะห์อัซชุอะรออ์ อายะห์ที่ 23
"อิมามะห์"การศรัทธาต่ออิหม่าม
คำสั่งแต่งตั้งอิหม่าม
หลักฐานแต่งตั้งอิหม่าม จากซูเราะห์อัลมาอิดะห์ อายะห์ 55
อายะห์"อัตตับลีฆ" ซูเราะห์อัลมาอิดะห์ อายะห์ 67
มุบาฮะละห์
ฮะดีษ "มันซีละห์" เปรียบท่านนบีกับอาลีดั่งมูซากับฮารูณ
ละครฉากนี้ที่ "ฆ่อดีรคุม"
คำตอบจากท่านอาลี
อาลีช่วยด้วย !!
อาลี หรือ เยซู
นครแห่งความรู้
ฮุเซนมาจากฉันและฉันก็มาจากฮุเซน
ศอฮาบะห์ในมุมมองของชีอะห์
"อัศฮาบีย์" ประชาชาติของฉัน
ชีอะห์ใส่ร้ายศอฮาบะห์ว่าเป็นมุนาฟิก
พฤหัสบดีวิปโยค
จุดยืนของท่านอาลีที่มีต่อท่านอบูบักร์และท่านอุมัร
เมื่อท่านอาลีประณามและสาปแช่งชีอะฮ์

รายงานความคืบหน้าการนัดสนทนาระหว่างซุนนะห์กับชีอะฮ์


ชีอะห์เป็นมุสลิมหรือเปล่า 2





สลามคุณซอบะฮ์
ผมขอบคุณที่ชมว่าผม เป็นผู้กล้า มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮ์
ผมคงไม่กล้ารับคำชมอันนี้หรอก นี่ดีนะที่ผมไม่ได้อยู่ใกล้กับคุณไม่งั้นคงต้องเอาดินขว้างหน้าคุณ ตามหะดีษของท่านนบีศ ที่กล่าวไว้
คำตอบที่1
กรณีคำถามของคุณที่ถามว่าสูเราะฮ์ อัต เตาฮีด ไม่ได้ขึ้นต้นว่า
กุล ฮุวัตเตาฮีด ผมคิดว่าคุณคงต้องกลับไปศึกษาภ.อรับสักหน่อยนะครับ
เพราะคำว่า อะหัด ในสูเราะฮ์เตาฮีด มีรากศัพท์มาจากคำว่า วะหะดะ แปลว่า หนึ่ง ส่วนคำว่า เตาฮีด อยู่ในบาบตัฟอีล มาจาก ว๊ะหะดะ ยุวะหฺฮิดุ เตาฮีดัน แปลว่า ทำให้เหลือหนึ่ง ที่นี้เมื่อนำคำนี้เข้ามาเป็นอิศติลาฮ์ ทางศาสนา อัต เตาฮีด จึงหมายถึง การเชื่อว่าพระผู้เป็นเจ้า มีเพียงองค์เดียวเท่านั้น
แล้วความหมายในคำว่า กุลฮุวัลลอฮุ อะหัด แปลว่า
จงกล่าวเถิด(มุหัมมัดว่า) อัลลอฮ์ทรงเอกะ หรือมีเพียงหนึ่งเท่านั้น
มันจะแตกต่างกันตรงไหนครับคุณซอบะฮ์ อย่าไปเปลี่ยน โองการของอัลลอฮ์(สบ)เลย แค่คิดก็ไม่ควร ยกตัวอย่างก็ไม่ได้ เพราะพระดำรัส ของพระองค์มันสูงส่งกว่าสติปัญญาน้อยๆและแคบๆๆของคุณ มาก เตาบัตเสียก่อนครับ
กรณีในเรื่องคำแบบนี้ผมขอยกตัวอย่างให้คุณ ลองพิจารณาดูคือ
การอีมานข้อที่สี่ของคุณ ใช้คำว่า การอีมานต่อบรรดาร่อสูล ผมขอถามว่า พวกสุนนะฮ์เขาอีมานต่อบรรดาร่อสูลเท่านั้นหรือ?
และบรรดานบีเขาไม่ศรัทธาดอก หรือ?
คุณอย่าลืมนะว่าคำว่านบี กับร่อสูลมันคนละคำ และคนละความหมายกัน หรือว่าคุณซอบะฮ์คิดว่ามันมีความหมายเดียวกัน ก็ช่วยตอบ ผมด้วย เพราะทุกๆนบีไม่ได้เป็นร่อสูล แต่ทุกๆร่อสูลได้เป็นนบีมาก่อน อันนี้แค่ตัวอย่างนะครับอย่าไปเครียด

สรุป การอีมานข้อแรกของ คุณก็ไม่ได้บอกว่าเชื่อว่า อัลลอฮ์มีองค์เดียว แต่แค่บอกว่า อีมานต่ออัลลอฮ์ เท่านั้น แปลว่า เชื่อหรือศรัทธาในอัลลอฮ์เฉยๆมิใช่หรือครับ ตรง ไหนวรรคไหนมิทราบที่บอกว่า เชื่อในอัลลอฮ์มีเพียงองค์เดียว เพราะฉะนั้นเราก็ต้องอาศัยการอธิบายจากอายะฮ์อื่นใช่ไหมครับ ทีนี้คุณจะมา เล่นสำนวนกับผมทำไม

คำตอบที่2
คุณถามที่มาของตำราอ้างอิง ผมยินแฟกซ์ไปให้คุณดูต้นฉบับพร้อมปีพิมพ์
อย่า ลืมบอกเบอร์แฟกซ์มานะครับ คนอย่างผมชอบคนจริงซะด้วย และที่สำคัญผมไม่ชอบเล่นลิ้น โยกไปโยกมา อยากได้ ก็จะส่งให้

คำ ตอบที่3
คุณบอกผมว่าอัลหะดีษที่ผมยกมาให้คุณดู ไม่ใช่มีที่มาจากท่านนบี มุหัมมัด(ศ)เลย ตรงนี้ต้องชี้แจงกันเล็ก น้อย
1-เวลาคุณตอบเราเรื่องหลักการศรัทธา คุณยกอัลกุรอานมาตอบ แต่ในอายัตมีแค่ห้าประการเท่านั้น ส่วนข้อที่หกไม่มี คุณก็ไป ยกเอาหะดีษที่รายงานโดยมีอิสนาดจากบุคคลหนึ่งพาดพิงไปยังท่านนบี(ศ) หลักการศรัทธาข้อที่หกของคุณจึงไปสมบูรณ์ที่หะดีษบทนี้ถูกไหม ครับ ผมไม่ต้องการถกข้อที่หกกับคุณแต่อธิบายให้ฟังคร่าวๆ
แสดงว่าการตอบของคุณต้องอาศัย มัศดัรนักลี สองทาง
แล้ว ทำไม?คุณซอบะฮ์ไม่แฟร์บ้างละครับ ก็คุณป็นคนพูดเองมิใช่หรือว่า ไหนล่ะ?หลักฐานทางการศรัทธาของชีอะฮ์ทีมาจาก อัลกุรอาน และอัลหะ ดีษ หรือที่บรรดาอะฮฺลุลบัยต์(อ)กล่าวเอาไว้ ผมอุตส่าห์ยกทั้งหลักฐานจากอัลกุรอาน และอัลหะดีษที่มาจากคำพูด ของบรรดาอิมาม(อ) ของเราไปให้คุณดูแล้วคุณมาย้อนถามผมทำไม อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า ลิมะ ตะกูลู มาลา ตัฟอะลูน

คำตอบที่4
ที่คุณถามมาว่าอัร กานุลคอมสะฮ์ หรืออุศูลคอมสะฮ์ อยู่ในอายัตใด?
ตอบ
อันดับแรกผมไม่ทราบว่าคุณมาตั้งชื่อหลักการศรัทธาให้กับชีอะฮ์ตั้งแต่เมื่อใด ไม่ทราบ
ถ้าเจอหนังสือของชีอะฮ์เล่มใดที่เขาเขียนหลักการศรัทธาของชีอะฮ์ตามที่คูณเรียกกรุณาช่วยบอกผมด้วย แต่ที่แน่ๆอัรกานุลอี มาน อัตสิตตะฮ์ของคุณเรียงตามลำดับผมก็ยังหาไม่เจอ และอย่าเพิ่งกล่าวว่าผมยอมรับห้าประการที่คุณยกมานะครับ ผมไม่ตกหลุมง่ายๆ หรอก
เดียวผมจะมาวิเคราะห์หลักการอีมานของคุณทีละข้อๆว่าผิดอย่างไร ในคราวต่อไปโดยใช้หนังสือทางฝ่ายสุนนะฮ์สองสามเล่มดังต่อไปนี้ คือ
1-อะกีดะฮ์ วาซีตียะฮ์ ของอิบนุตัยมียะฮ์
2-หลักศรัทธาสามประการหรือ อุศูล ษาลิษ ของมุหัมมัด บิน อับดุลวะฮฺฮาบ
3- หลักความเชื่อของอะฮ์ลิซ ซุนนะฮ์ ของเชคอุไซยมีน
ผมขอบอกให้พี่น้องที่อยู่ในมัสฮับชาฟิอีในเมืองไทยได้ทราบว่า หลักการศรัทธาของหนังสือทั้งสามเล่มนี้ไม่ใช่หลักการศรัทธาที่ พวกท่านเชื่อเลยในรายละเอียด เพียงแต่แอบอ้างว่าเป็นชาวสุนนะ ฮ์ เหมือนกัน ถ้าไม่เชื่อพี่น้องชาวมัสฮับชาฟิอีลองไปหาอ่านดูซิครับว่า มันตรงกับที่บรรดาอุละมาของท่านสอนหรือปล่าว พวก ที่อ้างว่าเป็นชาวสุนนะฮ์ต้องการหาพวกเข้าข้างเขาเท่านั้นเอง แต่ถ้าท่านยังไม่เชื่อกรุณาตรวจสอบได้จากท่านอาจารย์ต่อไปนี้คือ 1 ทวี เด็ดดวง 2 กอเซ็ม มั่นคง 3 มัรวาน สะมะอูน 4 อับดุลเลาะฮ์ สาดและห์ 5 การีมและฮากีม วันแอเลาะฮ์

สรุป ผมขอถาม คุณ ซฮบะฮ์ดังต่อไปนี้
1 นอกเหนือจากหกประการที่คุณยกมา คุณแน่ใจนะว่า นอกเหนือจากทั้งหกพวกสุนนะฮ์ไม่จำเป็นต้องเชื่อต้อง ศรัทธา
2ไม่ทราบว่าชื่อเต็มคุณซอบะฮ์ชื่อว่าอะไรครับ จะมาจาก ศอบะ อะศอบะ มุศีบะฮ์ ที่แปลว่าความอัปโชค ความหายนะ หรือมาจากคำว่าเศาะหาบะฮ์ ที่แปลว่า สหายหรือสาวกหรือปล่าว หรือมีที่มาจากอันอื่นอีก เพราะผมเห็นคุณเป็นพวกอนุรักษ์เถรตรง ก็ ควรเเรียกชื่อหรือขนามนามตัวเองให้ถูกต้องหน่อยนะครับ

สุดท้ายนี้ผมจะตอบหลักการศรัทธาของชีอะฮ์ทั้งห้าประการให้คุณ ก็ต่อเมื่อ เราจะยื่นสุกรยื่นแมวซึ่งกันและกันที่ละข้อเพราะผมได้ยกไปให้คุณสองประการแล้ว ไม่ต้องกลัวนะว่าผมจะไม่ตอบใจเย็นๆของดีต้องใจเย็นๆ ผมไม่ใช่ บรรดาผู้รู้ชีอะฮ์อื่นๆที่นั่งทนให้คุณแย๊ปหมัด เอาคะแนนไปกินฝ่ายเดียว แต่ต้องเป็นไปตามลำดับข้อ
ผมเชื่อคุณดีแต่ยกมาอ้าง แต่ไม่ สามารถอธิบายหรือบรรยายให้ผู้อ่าน สามารถเข้าใจได้หรอกว่า เนื้อหาของการศรัทธาทั้งหกของคุณเป็นอย่างไร เพราะเนื้อในมีปัญหา แล้วจะ ค่อยๆสาธยายให้คุณฟังก็แล้วกัน
วัสลาม
ใจเย็นๆ

โดยคุณ หักกุล ยะกีน [13 Oct 2001 22:57] #3019 (31/175)

------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณชีอะฮ์ผู้ใช้นามว่า "หักกุลยะกีน" หากคุณย้อนกลับไปดูคำพูดของดิฉันคุณจะทราบว่านั่นไม่ใช่เป็นวิธีการของดิฉันในการตอบและซักถามปัญหา แต่ดิฉันพูดว่า ขอถามแบบโง่ๆ ด้วยวิธี การที่คุณซัลมาเคยใช้ เพราะฉะนั้นคุณ "หักกุลยะกีล" ได้ตอบโต้วิธีการของคุณซัลมาแล้ว ดิฉันต้องขอขอบคุณที่คุณได้วิจารณ์ พฤติกรรมของชีอะฮ์ ด้วยคำของชีอะฮ์เอง

คำว่า "เตาฮีต" ตามที่คุณอธิบายรากศัพท์ที่มาและสรุปสุดท้ายว่า "เมื่อนำคำนี้ เข้ามาเป็นอิศติลาฮ์ทางศาสนา อัต เตาฮีด จึงหมายถึงการเชื่อว่าพระผู้เป็นเจ้า มีเพียงองค์เดียวเท่านั้น"

ใช่คะชาวซุนนะฮ์ก็ไม่ได้เชื่อว่า มีเจ้าหลายองค์ และเราก็ไม่ได้ถกเถียงกันว่าพระเจ้ามีกี่องค์ แต่เรื่องของพระเจ้าองค์เดียวนี้เป็นความเชื่อของบุคคลหลายศาสนามิใช่หรือคะ พระเจ้า องค์เดียวของคนอื่นชื่อ พระยะโฮวา ก็มี และเชื่อพระเจ้าองค์เดียวโดยไม่ระบุนามก็มี เช่นแนวคิดของนักปรัชญาที่ชื่อ เพลโต,โซเครติส เป็นต้น พวก เขาต่างก็มีเตาฮีต คือเชื่อพระเจ้าองค์เดียวเช่นกัน

แต่พระเจ้าองค์เดียวของมุสลิมมีพระนามว่าอัลลอฮ์ ไม่ใช่อย่างอื่น นี่คือหลักศรัทธาข้อแรก ของชาวซุนนะฮ์ อัลกุรอานซูเราะฮ์อัลอิคลาศที่คุณยกมามีระบุพระนามของอัลลอฮ์ใหมคะ ? แต่ของชาวซุนนะฮ์มีดังนี้
"กุลฮุวัล ลอฮุอะฮัด" แปลว่า "ประกาศเถิด(มูฮัมหมัด) พระองค์คืออัลลอฮ์ผู้ทรงเอกะ"
จะเห็นได้ว่าคำว่า เอกะ หรือหมายถึงการเป็น หนึ่งนั้น เป็นการแสดงลักษณะแห่งอัลลอฮ์ ไม่ใช่พระนามของอัลลอฮ์

คำว่าอัลลอฮ์อยู่ข้างหน้า คำว่า อะฮัต อยู่ข้างหลัง แล้วไปหยิบกันอย่างไร คะถึงได้คำว่า เตาฮีต มานำหน้านามพระเจ้าว่าอัลลอฮ์
ไม่เพียงพอนะคะที่จะใช้คำพูดร่วมกับคนศาสนนิกอื่นว่าพระเจ้าองค์เดียว โดยไม่ได้ระบุนาม ว่า อัลลอฮ์
เราไม่ได้ศรัทธาพระเจ้าองค์เดียวตามแนวคิดของศาสนิกอื่น เช่น เพลโต หรือโซเครติส

คำปฏิญาณตนของมุสลิมประโยค แรกคือ ลาอิลาฮ่าอิ้ลลัลลอฮ์ ไม่ใช่ ลาอิลาฮ่าอิ้ลลาอะฮัด
ซูเราะฮ์อิคลาศ อ่านใหม่อีกทีนะคะ "กุลฮุวัลลอฮุอะฮัด"
ประกาศ เถิด (มูฮัมหมัด) พระองค์คืออัลลอฮ์ผู้ทรงเอกะ

คำของท่านอิหม่ามอาลีที่คุณยกมาอ้างจาก นะฮ์ญุลบะลาฆอฮ์ ว่า" เอาวะลุด ดีนิ มะอฺริฟะตุฮู วะกะมาลฺ มะอฺริฟะติฮี อัต ตัศดิกฺ บิฮี วะกะมาลุต ตัศดิกิ บิฮี เตาฮีดฺฮู... "
คำว่า ตุฮู,ติฮี,บิฮี, ในประโยคที่เป็น ด่อมีร (บุรุษ สรรพนาม) ย้อนกลับไปหาใครหรือคะ พระเจ้าผู้มีนามว่าอัลลอฮ์มิใช่หรือ ต้นอยู่ไหนคะ ทำใมถึงนำแต่ปลายมาเสนอ

คุณอ้างถึงคำของ อิหม่ามศอดิก ดิฉันถามว่า ฮะดีษของคุณบทนี้ใครรายงาน บันทึกอยู่ที่ใหน ทำไมไม่ตอบละคะ คุณหักกุลยะกีนอ้างว่า การอีมานข้อแรกของ คุณก็ไม่ได้บอกว่าเชื่อว่า อัลลอฮ์มีองค์เดียวแต่แค่บอกว่า อีมานต่ออัลลอฮ์

ใช่คะ ! เรากำลังพูดถึงหลัก เราไม่ได้พูดถึงรายละเอียด แต่คุณเอา รายละเอียดมาเป็นหลัก อย่างนี้แหละคะที่ดิฉันถามว่าใครเอามาให้คุณและเหล่าชีอะฮ์ได้เชื่อถือ

โดยคุณ ซอบะห์ [14 Oct 2001 03:22] #3025 (32/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คุณหักกุลยะกีน เอ่ยนามบรรดาอาจารย์เหล่านี้มาอ้าง คือ 1.ทวี เด็ดดวง 2.กอเซ็ม มั่นคง 3.อับดุลลอฮ์ สาดและ 4.อับดุลการีม,อับดุลฮากีม วันเอเลาะ คุณอ้างพวกเขาทำไมคะดิฉันยังไม่เข้าใจ บุคคลเหล่านี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับดิฉัน และดิฉันก็มั่นใจว่าพวกเขาไม่ได้เป็นชีอะฮ์ และไม่ได้มีอะกีดะฮ์เช่นเดียวกับชีอะฮ์

คุณวิจารณ์ชื่อของดิฉัน ก็ แปลกดีนะคะ นอกเรื่องนอกราวไปได้ แต่เมื่ออยากรู้ดิฉันก็จะบอกให้ฟังว่า ซอบะห์ มาจากรากศัพท์ ศ่อบาฮ้า คำว่า ซอบะห์ แปลว่ารุ่งอรุณ คุณไปเรียน ภาษาอาหรับมาจากใหนคะที่ว่า ซอบะห์ มาจาก อะศอบ่า,มุศีบะห์ แปลว่า อับโชคหรือหายนะ มันผันไปเป็น ซอบะห์ ได้อย่างไรคะ ขี้เท่อจัง

ที่ สำคัญคุณถามดิฉันว่า "ไม่ทราบว่าคุณมาตั้งชื่อหลักการศรัทธาให้กับชีอะฮ์ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ"
คุณถามผิดคนแล้วคะ คุณ ต้องถามคุณซัลมา และเหล่าชีอะฮ์เองที่เขาเรียกว่า อุศูล หรือรากฐานศาสนา มาตลอดในการสนทนากันสองกระทู้ที่ผ่านมา และยิ่งกว่านั้น ฝ่ายสื่อและ สิ่งพิมพ์ สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม สถาบันของชีอะฮ์เองไม่ใช่หรือคะ เป็นผู้นำเสนอใน บทสรุปการสัมนาวิชาการ หน้าที่ 25 ตั้ง หัวข้อว่า "พื้นฐานการศรัทธาของชีอะฮ์อิมามียะฮ์" 1.เตาฮีต 2.อาดิ้ล 3.นุบูวะฮ์ 4.อิมามะฮ์ 5. กิยามัต
คุณต้องไปเถียงกันเอง ก่อนนะคะว่าใครตั้งชื่อให้

แต่ที่สำคัญคุณกำลังลืมกฏกติกาที่คุณเสนอมาเอง คือทีละประเด็น ทั้งสองฝ่าย
ชาวซุนนะฮ์เสนอหลักฐานทั้ง 6 ประการแล้ว พร้อมหลักฐานระบุว่า นะบีเป็นผู้รวบรวมเรียบเรียงให้
แต่ชาวชีอะฮ์ยังเสนอหลักฐานไม่ครบ 5 ประการ และยังไม่แสดงหลักฐาน ว่าใครเป็นผู้รวบรวมเรียบเรียงให้
นำเสนอหลักฐานให้ครบก่อนเถอะคะ อย่าแหกกฏกติกาของคุณเอง

โดยคุณ ซอบะห์ [14 Oct 2001 03:53] #3026 (33/175)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอขอบคุณคุณซัลมาที่กล่าวถึงดิฉันโดยกล่าว ว่า
"ขอถามแบบโง่ๆ ด้วยวิธีการที่คุณซัลมาเคยใช้ "
ดิฉันขอถามว่า ก็เพราะคำถามโง่ๆ ของดิฉันมิใช่หรือที่ ทำให้ท่าน ทั้งหลายยังไม่สามารถหาหลักฐานมาอธิบายอิมานของตนเองได้ แม้จะยกหลักฐานจากกุรอาน ก็พิสูจน์แล้วว่าในกุอานไม่ได้สอนเรื่องรุกนอีมาน 6 ประการ

และในเรื่อง"ความดีความชั่วมาจากอัลลอฮ์" ก็กลับไปยกหลักฐานเรื่องการกำหนดสภาวะการสร้างสรรค์ต่าง ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกับถ้อยคำดังกล่าวเลย
และหากเชื่อเช่นนั้นจริงว่า "ความดีความชั่วมาจากอัลอฮ์" ก็ไปขัดกับอายะฮ์ใน ซูเราะฮ์เดียวกันที่ว่า ความชั่วอีกหลาย ๆ สิ่งมาจากมนุษย์เอง ในซูเราะตุลฟะลัก

โดยคุณ ซัลมา [14 Oct 2001 10:55] #3028 (34/175)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

ส่วนคำพูดของท่านอัลลามะ ซัยยิด สุไลมาน นัดวี ย์ ขอยกมาอีกครั้งเพื่อกันการบิดเบือน คือ ท่านกล่าวไว้ในซีรอตุนนบี เล่ม 4 หน้า 860 ดังนี้
"ถึงแม้กุรอานจะไม่ได้ กล่าวถึงเรื่องนี้เลยในหลักการศรัทธา (กุรอานไม่ได้กล่าวเลยว่าเป็นรุกนอีมานนะคะ) และโดยที่มีการกล่าวซ้ำกันบ่อยๆ มากมายในกุรอานถึงความ สำคัญและกำหนดการของมัน (และที่อ้างว่ากล่าวซ้ำก็คือเรื่องกำนดกฏเกณฑ์การสร้างสรรค์อื่นๆ เพราะเท่าที่ท่านยกกันมา ไม่มีอายะฮ์ใดเลยที่กล่าวว่า วัลก็อดริคอยริฮีวะชัรริฮีมินัลลอฮิตะอาลา) จึงได้รวมไว้ในหลักการอีมาน ด้วยฮะดิษซอเฮียะฮ์บางบท (มิใช่ฮะดิษทุกบท และมิใช่กุรอานใช่ไหมคะ) ก็ ได้ผนวกเรื่องนี้ไว้เป็นหลักศรัทธาข้อสุดท้าย"
อุลามาของท่านก็ปฏิเสธ แล้วท่านจะพากันเชื่อได้อย่างไร

โดยคุณ ซัลมา [14 Oct 2001 11:0] #3029 (35/175)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขออภัยที่พิมพ์ชื่อผิดในข้อความด้านบน ขอแก้ จาก
"ขอขอบคุณคุณซัลมาที่กล่าวถึงดิฉันโดยกล่าวว่า"
เป็น
"ขอขอบคุณคุณซอบะฮ์ที่กล่าวถึงดิฉัน โดยกล่าวว่า"

โดยคุณ ซัลมา [14 Oct 2001 11:07] #3030 (36/175)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

มิใช่เฉพาะแต่ท่าน สุไลมาน นัดวีย์เท่านั้น
อ. อิบรอฮีม กุเรชี นักวิชาการของท่านเองที่สามารถแปล กุรอานเป็นภาษาไทยจนจบเล่มก็ได้กล่าวไว้ในกุรอานฉบับแปลภาษไทย ของท่านเล่ม 2 หน้า 1442 ว่า
"เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับว่าหลักการศรัทธาในกอฎอกอดัรนั้นไม่มีปรากฏในกุรอาน อัลกุรอานกล่าวถึง เรื่องนี้ในของกฏและการกำหนดสภาวะเท่านั้น ดังหลักฐานที่กล่าวงข้างต้น (2/117,4/136) เรื่องนี้มีปรากฏในฮะดิษ บางนักปราชญ์กล่าวว่า เรื่องที่จะ ถือเป็นหลักศรัทธาได้นั้น ต้องสืบหลักฐานจากอัลกุรอานดังเช่นหลักการอื่นๆ แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่าเราปฏิเสธเรื่องกอฎอกอดัร" (ที่ไม่ปฏิเสธ เพราะมีกล่าวไว้ในกุรอาน เช่นเดียวกับเรื่องสวรรค์ นรก ญิน ชัยตอน ฯลฯ ทุกคนจะต้องเชื่อ แต่มิใช่เป็น หนึ่งในรุกนอีมานตามที่ท่านนำไปเพิ่มเติม:ซัล มา)

โดยคุณ ซัลมา [14 Oct 2001 11:26] #3031 (37/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มีหลักฐานชัดเจนมากเลยก็เพียงในฮะดิษมุสิลม แต่ใน ฮะดิษมุสลิมเองก็มีริวายะฮ์ที่ไม่สอดคล้องกันทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญคือเรื่องรุกนอีมาน คือ (ในมุสลิม บทที่ 1 กิตาบุลอีมาน บาบที่1)
ฮะดิษหนึ่งกล่าวถึงหลักการศรัทธาเพียง 5 ประการ ซึ่งประการสุดท้ายกล่าวกล่าวว่า "วะตุอมินะ บิลบะอซิลอาคิร" คือ ต้อง ศรัทธาในการฟื้นขึ้นครั้งสุดท้าย(วันปรโลก)
อีกฮะดิษหนึ่งกล่าวต่อจากหลักการศรัทธาข้อ 5 ว่า "วะตุอมินะ บิลก็อดริกุลลิ ฮี" คือ ต้องศรัทธาในกฎแห่งการกำหนดสภาวะของมันทั้งหมด
อีกฮะดิษหนึ่ง มีเพิมว่า " วะตุอมินะบิลก็อดริคอยริฮี วะ ชัรริฮี" คือ ต้องศรัทธาในการกำหนดสภาวะความดีความชั่วของพระองค์

โดยคุณ ซัลมา [14 Oct 2001 11:50] #3032 (38/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ทั้งหมดนี้ คือ บรรดาฮะดิษ ที่ท่านทั้งหลายอ้างเพื่อยืน ยันเรื่องรุกนอีมานมี 6 ประการ ซึ่งทุกริวายะฮ์ ถือว่าเป็นฮะดิษ เป็นคำสั่งท่านศาสดา(ศ) แล้วท่านจะเลือกเชื่อและเลือกละทิ้งกันโดยใช้กฎเกณฑ์ ใด
อย่างไรก็ตาม ในแต่ละริวายะฮ์ไม่ว่าจะเป็น 5 หรือ 6 ประการ ก็ไม่มีปรากฏในกุรอานทั้งสิ้น
และเราสงสัยอีก ประการหนึ่งคือ เหตุใดท่านจึงเลือกเชื่อและสั่งสอนกันในริวายะฮ์สุดท้ายที่มีการเพิ่มเติมข้อความที่ขัดแย้งกับกุรอาน โดยอ้างว่า "ดีและชั่วมา จากอัลลอฮ์" เพราะในซูเราะตุลฟะลักพระองค์ได้แจ้งว่า ""วะมินชัรรินนัฟฟาซาติฟิลอุก็อด" ความว่า "ขอ ให้พ้นจากความชั่วร้าย(ชัรริน)ของบรรดา(มนุษย์)ผู้เสกเป่าในตระกุด"
เมื่อฮะดิษมุสลิมขัดแย้งกันเองและขัดแย้งกับกุรอาน เช่นนี้ ท่านจะเลือกเชื่อฮะดิษหรือกุรอานคะ?
แล้วฮะดิษที่มีฐานะดีกว่านี้ คือ ฮะดิษบุคอรี เขารายงานว่าอย่างไรคะ?

โดยคุณ ซัลมา [14 Oct 2001 11:5] #3033 (39/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ดิฉันจะรอคำตอบฉลาด ๆ ของท่านซอบะฮ์นะคะ นะคะ

โดยคุณ ซัลมา [14 Oct 2001 12:00] #3034 (40/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คุณซอบะฮฺ คุณนี้ถ้าจะอ่านภาษาไทยไม่รู้เรื่อง ดื่อตาใส่ อวดรู้ แต่หามีความรู้อะไรที่จะนำเสนอ ให้เป็นวิทยปัญญาเลย ...
โต้เถียงแบบข้างๆคูๆ อุลามาของ วาฮะบี ทำไมต้องเป็นอย่างนี้กันทุกคน ... หรือจะเป็นเพราะรับเอาวิชาความรู้จากชายแก่สติฟั่นเฟื้องคนหนึ่งนามว่า อิบนิตัยมิยะฮฺ และสาวก สานุศิษย์ ที่มีพฤติกรรม พอกันนามว่า อิบนุ กอ็ยยูม และ มุหัมหมัด บิน อับดุลวาฮาบ ครับ...
เราตกลงกันว่าจะ คุยกันที่ละประเด็น ซึ่งคุณซอบะฮฺเองก้อยอมรับในข้อตกลงข้างต้นแล้ว .... แล้วคุณยังจะถามหาหลักฐาน ข้อ 3 4 5 อีกทำไม่ครับ
ข้อความข้างบนคุณอ่านไม่เข้าใจหรือ ว่าให้ใจเย็นๆ คุยกันที่ละข้อ เจาะกันให้ลึกๆ ผู้ สนใจที่ติดตามอยู่จะได้เข้าใจด้วย...
และคำถามทีคุณ หักกุล อิมาน หรือ หักกุล ยากีน ถามไปในเรื่องสำคัญทำไมคุณไม่ตอบ ไปตอบเรื่องที่ ไม่สำคัญ ใช่สติปัญญาในการแยกแยะด้วยครับ
ขอร้อง อย่าอวดความรู้ภาษาอรับ กันหน่อยเลย....ถ้า ภาษาไทย ยังอ่านไม่แตก อย่างงี้ ขอ ร้องเถอะครับ นะครับ ! ถ้าคุณไม่มีความสามารถ ก็เชิญ คณาจารย์ท่านอื่นๆของท่านมาช่วยก็ได้ ไม่ว่ากันอยู่แล้ว....และถ้ามีเวลาว่างพอก้อ รบกวนช่วย อ่านและทำความเข้าใจ หนังสือหลักการเชื่อถือ ของ อะฮฺลุสซุนนะฮฺ วัลญามาอะฮฺ ที่เรียบเรียงโดย เชค มุฮัมมัด อัศซอและหฺ อัล อุไซยมีน แปลโดย อ . มุฮัมมัด เหมอนุกุล ให้ดีด้วยนะครับ จะได้ตอบ ข้อซักถามของ ชีอะฮฺ ได้ชัดเจนหน่อย
และตอนนี้ ผม ขอคำตอบเกี่ยวกับหลักศรัทธาต่ออัลลอฮ เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าอย่างไร ?
ที่ว่า ...พระผู้เป็นเจ้านั้นทรงดำรงอยู่บนบัลลังค์ของพระองค์เหนื้อชั้นฟ้า ทั้งหลาย โดยทรงอยู่เบื้องบนสุดของสรรพสิ่ง และ ทั้งสอนว่า พระผู้อภิบาลของเราเสด็จสู่ฟากฟ้าแห่งโลกนี้ ในทุกคำคืน ณ ช่วงยามหนึ่งในสามสุดท้ายของราตรี ...
หลักการเชื่อนี้มาจาก ความปราดเปรื่อง ของ อิบนิ ตัยมียะฮ ผู้ปราดเปรื่อง การสดุดี ความบริสุทธิ์ ของเขาที่มีต่ออัลลอฮ เป็นอย่างนี้ ในขณะทีเขากล่าว อย่างชัดเจนถึงสภาพการมีเรือนร่าง ๖ อัต ข ตะญัซซูม ) และทิศทางที่แน่ นอนของอัลลอฮ
ซึ่งเขาได้อ้างเหตุผลเหล่านี้จากความหมายอันฉาบฉวยของ อัลกุรอ่าน และ หะดีษต่างๆของท่านนบี โดยมิได้ใช้ ดุลยพินิจ อันลึกซึ้งต่อเนื้อหา ในโองการต่างๆเหล่านั้น อีกทั้งมิได้วิเคราะห์ ความหมายที่เป็นจริง ในรายงาน หะดิษดังกล่าว
ฉนั้นเมื่อ ทัศนะของผู้เป็นอาจารย์เป็นอย่างนี้ ผู้ที่ได้รับช่วง และรำเรียนมาด้วย อย่างเช่น อิบนุก็อยยูม และมูหัมมัด บินอับดุล วาฮาบ ตลอดถึงบุคคล ต่างๆที่ต้องการจะเป็นอาจารย์ทางด้านหลักศรัทธาในหลักเอกภาพจะเป็นอย่างไรได้อีก
นอกจากการหลงทาง หลงผิด ซึ่งแตกต่างกันอย่าง มาก กับคำสอนที่ได้ถูกบันทึกมาจากบรรดาอิมามแห่งอลุลบัยต์ ( ชีอะฮฺ ) แล้วเราจะเห็นได้ทันทีว่าระหว่างคนสองพวกนี้ ( ซุนนะฮฺ หรือ วา ฮะบี กับ ชีอะฮฺ 12 อิมาม ) ใครกันแน่ ที่ควรแก่การยอมรับมากก่วากัน
ขอเรียกร้อง เชิญชวน บรรดามุสลิมะ และมุสลิมีน ผู้มีสติ ปัญญาทั้งหลาย โปรดศึกษาหาความรู้ เนื้อแท้ แก่นแท้จริงๆของ อิสลาม กันเถิด อย่ามัวแต่รับ ข้อมูล การโฆษณา ชวนเชื่อ อยู่ข้างเดียว โปรดศึกษาให้ละเอียดทั้งสองด้าน และก็ใช้ วิจารณญานของตัวท่านเองในการตัดสิน

โดยคุณ Hasim [14 Oct 2001 13:07] #3037 (41/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บรรดาชีอะห์มาแต่ละคนต่างก็ทิ้งคำถามไว้มากมาย หลายเรื่องหลายประเด็นเสียด้วย

คุณ Hasim กล่าวหาดิฉันโดยไม่กระดากลิ้นและม่ละอายแก่ใจตัวเองเลย กฎกติกาเป็นข้อเสนอของคุณและ ฝ่ายชีอะฮ์เองมิใช่หรือคะ ดิฉันต้องนำมาแสดงอีกครั้งก่อนที่ชีอะฮ์จะบิดพลิ้วอีกคือ " เราจะคุยกันที่ละประเด็น ของหลักความเชื่อความศรัทธา ของทั้งสองฝ่าย"
ยังยืนยันคำเดิมหรือไม่คะว่าจะคุยที่ละประเด็น ทั้งสองฝ่าย ประเด็นแรกคือการนำเสนอหลักฐานของทั้งสองฝ่ายมิใช่ หรือคะ
ดิฉันได้ทำแล้วครบถ้วน
ชีอะฮ์ทำหรือยัง ครบถ้วนไหม แล้วจะโวยวายกันไปทำไม คุณ Hasim น่าจะไปโวยวายแก่คุณซัลมาที่ผิด กฏกติกา จ้องจะโดดข้ามขั้นข้ามประเด็น และคุณน่าจะโวยตัวคุณเองด้วยที่นำคนอื่นและเรื่องอื่นมาวิจารณ์ดังข้างต้น แล้วคุณมากล่าวหาดิฉันทำใม ?

แม้ดิฉันจะถูกฉ้อฉลในเวบนี้ แต่ก็ยังยืนยันว่าจะสนทนากับพวกท่านต่อไป เพราะดิฉันเชื่อว่าคนที่เป็นธรรมและบริสุทธิใจยังมีอีกเยอะที่เข้ามา อ่าน บรรดาผู้มีใจเป็นธรรมลองพิสูจน์ความปลิ้นปล้อนดูหน่อยนะคะว่าดิฉันถูกฉ้อฉลอย่างไร

คำพูดของคุณ Hasim ที่พูดกับดิฉันว่า" ขอร้อง อย่า อวดความรู้ภาษาอรับ กันหน่อยเลย....ถ้า ภาษาไทย ยังอ่านไม่แตก อย่างงี้ ขอร้องเถอะครับ นะครับ !"
ดิฉันไม่ได้อวดรูภาษาอาหรับและ มิได้อวดอ้าง แต่คุณ"หักกุลยะกีน"ผันคำว่า อะฮัด แล้วลากลงไปสู่ เตาฮีต
มิหนำซ้ำยังนำชื่อดิฉันไปเอ่ยอ้าง ผันอย่างบิดเบือนแล้วให้ ความหมายอย่างน่าเกลียด ใครหรือคะที่อวดรู้
แต่เมื่อดิฉันชี้แจงกลับถูกประณาม แต่ก็ดีคะ...แสดงกันมาเยอะๆนะคะ ผู้อื่นเขาจะได้รู้ว่าพฤติกรรมของ คุณและเหล่าชีอะฮ์กระทำต่อผู้มาเยือนอย่างไร

คุณ Hasim คะต้องขอนำเอาการบิดเบือนของคุณมาแฉ จากคำพูดของคุณที่ว่า "เรา ตกลงกันว่าจะ คุยกันที่ละประเด็น ซึ่งคุณซอบะฮฺเองก้อยอมรับในข้อตกลงข้างต้นแล้ว ....แล้วคุณยังจะถามหาหลักฐาน ข้อ 3 4 5 อีกทำไม่ครับ"
นี่คือคำพูดของคุณนะคะที่ยอมรับว่าได้ตกลงกันจะคุยกันทีละประเด็น แต่ในบรรทัดถัดมาคุณกลับพูดว่า"ข้อความข้างบนคุณอ่านไม่เข้าใจหรือ ว่าให้ใจเย็นๆ คุยกันที่ละข้อ"
เราได้ตกลงกันทีละประเด็นหรือทีละข้อ จะบิดพลิ้วอีกแล้วหรือคะ ประเด็นของการนำเสนอหลักฐานทำไม ไม่จบเสียที ดิฉันก็ยืนยันหลายครั้งมาตลอด ทำไมชีอะฮ์ไม่ปฏิบัติตามกฏที่เสนอเอง กลับจ้องที่จะแหกกฏกันอยู่ร่ำไป
และขอเถอะนะคะว่า อย่า แอบอ้างชื่อของคณาจารย์ท่านอื่นเช่น อาจารย์มูฮัมหมัด เหมอนุกูล เพราะเขาไม่ได้เป็นชีอะฮ์อย่างคุณ คุณกับเขาอะกีดะฮ์ไม่เหมือนกันแล้วไปแอบอ้าง เขาทำไม
อย่าสักแต่คิดจะประณามและกล่าวหาผู้อื่น ดูตัวเองและหมู่พวกพ้องของคุณบ้างว่า ทำอะไรกันอยู่

โดยคุณ ซอบะห์ [14 Oct 2001 15:2] #3042 (42/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คุณซัลมาคะ
ดิฉันไม่ได้ว่าคุณโง่ แต่กล่าวว่า คุณใช้วิธีการโง่ๆ ด้วยคำถามแบบโง่ๆ (ขอโทษนะคะที่ดิฉันชอบพูดตรงๆ) เช่น คุณถามหาหลักฐานคำว่า "อัรกานุลอีหมานซิตตาฮ์" ซึ่ง เป็นชื่อเรียกพื้นฐานการศรัทธา มิใช่หลักการศรัทธา คุณก็ไม่ยอมเข้าใจ เมื่อดิฉันขอยืมคำถามโง่ๆ ของคุณมาถามเหล่าชีอะฮ์บ้างว่า "อัรกานุอี มานคอมซาฮ์ หรือ อุศูลคอมซาฮ์" มีหลักฐานไหม เพราะไม่มีระบุในอัลกุรอานและฮาดีษ

น่าแปลกว่า คำถามโง่ๆของคุณ ดิฉันก็ยังอุ ตสาห์ตอบ
แต่เวลาดิฉันเอามาถามบ้าง ไม่เห็นมีชีอะฮ์คนใดตอบ ต่างหลบกันไปคนละทางสองทาง
คุณซัลมาบอกว่าอยากได้คำตอบ แบบฉลาดๆ คุณก็หัดถามแบบฉลาดๆ บ้างซิคะ
เรื่องที่คุณซัลมาสงสัยว่าทำไมในบรรดาฮะดีษของชาวซุนนะฮ์ต่างรายงานเรื่องนี้ซึ่งนับจำนวน แล้วไม่ตรงกัน มีทั้ง 5 และมีทั้ง 6 คุณซัลมาสงสัยเรื่องง่ายๆ ดิฉันอธิบายให้ฟังดังนี้...อย่าว่าแต่ฮะดีษของชาวซุนนะฮ์เลย แม้ในอัลกุรอานก็ยังระบุ จำนวนไม่ตรงกัน เช่น ซูเราะฮ์อัลบะกอเราะฮ์ อายะฮ์ที่ 285 ระบุไว้ 4 ประการ ในอายะฮ์ที่ 177 มี 5 ประการ
อย่างนี้อัลกุรอานจะเชื่อได้ใหม
แต่ ไม่ว่าจะเป็นฮะดีษบทใด หรืออัลกุรอานอายะฮ์ไหน จำนวนจะต่างกันเท่าใหร่ ก็ยังไม่ใช่และไม่เหมือนที่คุณและเหล่าชีอะฮ์ได้ชื่อถือกันอยู่ คือ
1. เตาฮีต 2.อาเดล 3.นุบูวะฮ์ 4.อิมามะฮ์ 5. กิยามะฮ์
มีฮะดีษบทใดหรืออัลกุรอานอายะฮ์ไหนระบุไว้บ้างคะ

คุณซัลมาคะ หากคุณอยาก ร่วมสนทนาด้วยก็น่าจะร่วมอยู่ในกติตาที่ทางเหล่าชีอะฮ์ได้เสนอมา รายละเอียดเราคงได้สนทนากัน แต่อย่ารีบร้อนคะ...ทีละประเด็น ทั้งสอง ฝ่าย
เรากำลังอยู่ในประเด็นแรก คือขั้นตอนของการนำเสนอหลักฐานจากทั้งสองฝ่าย ชาวซุนนะฮ์นำเสนอไว้ครบแล้ว 6 ประการและนำหลัก ฐานที่ว่านะบีเป็นผู้เรียบเรียงรวบรวม 6 ประการนี้ให้
ถึงฝ่ายชีอะฮ์เสนอหลักฐานนะคะ หลักฐาน 5 ประการของคุณเสนอให้ครบ แล้วเสนอหลัก ฐานด้วยว่าผู้ใดเป็นเรียบเรียงรวบรวม 5 ประการให้
อย่าตุกติกคะ ขอร้องทุกท่าน ชีอะฮ์ทุกท่านอย่าแหกฎที่เสนอกันเอง อย่าเพิ่งถาม อย่าเพิ่ง วิจารณ์ ขอให้ประเด็นแรกของการนำเสนอหลักฐานได้ผ่านไปก่อน แล้วค่อยก้าวสู่ประเด็นที่สองต่อไป

เชิญเสนอหลักฐาน 5 ประการ และหลัก ฐานที่ระบุว่าใครรวบรวมเรียบเรียงให้ อย่าฉ้อฉลกับดิฉันอีก เชิญได้เลยคะ

โดยคุณ ซอบะห์ [14 Oct 2001 15:57] #3043 (43/175)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

ในเมื่อกระทู้เริ่มยาวขึ้นมาเราก็ขอเสนอหลัก ฐานใหม่เป็นระยะ ดังนี้
จากอัลกุรอ่าน อัลบะเกาะเราะฮฺ 177ความว่า
""""มิใช่ความดีแต่อย่างใดที่สูเจ้า ทั้งหลายจะผินหน้าของพวกสูเจ้าไปทางทิศตะวันออก และทิศตะวันตก แต่ทว่าความดีคือ ผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ต่อวันสุดท้าย ต่อบรรดามะลาอิกะฮฺ ต่อคัมภีร์ และต่อบรรดานบี"""""""
และทั้งนี้เนื่องจากอัลกุรอ่านไม่ได้ลงมาที่เดียวพร้อมกัน จึงมีบางข้อที่ลงมาทีหลักเช่น ในซูเราะ อัลฟุรกอน 2
"""""""และพระองค์อัลลอฮฺทรง บังเกิดทุกสิ่ง แล้วพระองค์ได้ทรงกำหนดสภาวะไว้อย่างแน่นอน"""""""""
ทั้ง สอง อายะฮฺนี้ ได้ถูกรวมรวมโดยหะดิษท่านนบี (ศล) ความว่า """""ดังนั้นท่านจงบอกฉัน (ญิบรีล) ถึงอีมาน ท่านร่อซูล (ศล) กล่าวว่า " ท่านต้องศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ต่อบรรดามะลาอิกะฮฺของพระองค์ ต่อบรรดาคัมภีณืของพระองค์ ต่อบรรดาร่อซูลของ พระองค์ ต่อวันสุดท้าย (วันอาคิเราะฮฺ) และศรัทธาต่อการกำหนดสภาวะในความดี และความชั่ว""
หะดิษนี้บันทึกโดย อิมา มมุสลิม (8) อิมามอะหมัด 8/27,51 , 52 , 53 , อบูดาวูด (4695) ติรมิซีย์ (2610)

ทางเราชาวซุนนะฮฺได้นำเสนอไว้มากมายแล้ว แต่พวก ซีอะฮฺอิมาม 12 ทั้งหลายก็ได้ปฏิเสธอัลกุรอ่าน และอัลหะดิษของท่าน นบี (ศล) มาโดยตลอดทางเราจึงอยากให้พี่น้องมุสลิมีน และ มุสลิมะฮฺ ทุก ท่านได้ อ่านและได้พิจรณาดูว่า ท่านจะเลื่อกปฏิบัติตาม หรือเลือก ปฏิเสธ อย่างพวก ซีอะฮฺอิมาม 12 ที่พวกเขาพยายามทำกันอยู่

โดยคุณ มุสลิม ซุนนะฮฺ [14 Oct 2001 16:2] #3045 (44/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

และอีกหะดิษหนึงที่พวกท่านที่เป็นมุสลิมีน และมุสลิมะฮฺจะต้องเลือกปฏิบัติก็คือ
"""""แท้จริงชาวคัมภีร์ทั้งสองได้แตกออกเป็น 72 พวก และ แท้จริง ประชาชาตินี้ (อิสลาม) จะแตกออกเป็น 73 พวก ทุกพวกอยู่ในนรก นอกจากพวกเดียวคือ """""""""""หมู่ คณะ"""""""""""บรรดาซ่อฮาบะฮฺกล่าวว่า พวกใดเล่า โอ้ ท่านร่อซูลลอฮฺ ? ท่านร่อซูลกล่าวว่า """"""""""""คือผู้ที่ยืนหยัดอยู่กับสิ่งที่ฉัน และบรรดาซ่อฮาบะฮฺของฉันดำรงอยู่""""""""""""(บันทึงโดยท่าน ติรมิซีย์ และ อบูดาวูด โดยอัลบานีย์ กล่าวว่าเป็นหะดีษซ่อเฮียะห์)
แต่ชาวซีอะก็ได้พยายามหาว่า "คำว่าหมู่คณะ""นั้นเป็น พวกที่ 74 บ้างละ 73 บ้างละ จะสังเกตุได้ว่า คำว่า """หมู่คณะ""ในที่นี้ บรรดาซ่อฮาบะฮฺได้ถามท่าน ร่อซูล( ศล) ว่าพวกใดเล่า ท่านร่อซูล (ศล) ก็กล่าวว่า """""""""คือ ผู้ ที่ ยืน หัยัด อยู่ กับ สิ่ง ที่ ฉัน และ บรร ดา ซ่อ ฮา บะฮ์ ของ ฉัน ดำ รง อยู่ """"""""""""""""""
""จะเห็นได้ว่าไม่ใช่พวกที่ 73 หรือ 74 อย่างที่พวกซีอะฮฺอ้างมา แต่เป็พพวกที่ ปฏิบัติตามท่าน นบี (ศล) และบรรดาซ่อฮาบะ ฮฺต่างหาก พวกเราชาวซุนนะฮฺหวังว่าพวกท่านที่เป็นมุสลิมีน และมุสลิมะฮฺ ทุกท่านคงอ่านภาษาไทย และแปลเป็นไทยได้ถูกต้อง หมู่คณะ คือ ผู้ที่ ปฏิบัติตาม ท่านนบี (ศล) และเหล่า ซ่อฮาบะฮฺ แต่คนที่ ด่าว่า บรรดาซอฮาบะฮฺของท่านนบี(ศล) หลังจากที่ท่านนบี ได้เสียชีวิต เป็นมุรตัร นั้น พวกเขาย่อมไม่เชื่อยู่แล้ว

สุดท้ายนี้ขอติ นิดเดียวว่า เวลาพิมพ์ตัวหนังสือมันเล็กมากอายผิดพลาดได้ ก็ขอ มอัฟ ไว้ ณ ที่นี้ ด้วย มุสลิม ซุนนะฮฺ หรือ ทนอ่าน คนเดียวกัน

โดยคุณ มุสลิม ซุนนะฮฺ [14 Oct 2001 16:44] #3046 (45/175)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

เหล่าชีอะฮ์ทั้งหลาย กรุณาทำตามกฏกติกาที่คุณเสนอ มาเองด้วยคะ ทีละประเด็นทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายซุนนะฮ์ได้นำเสนอหลักฐานไว้ครบแล้วพร้อมหลักฐานที่ระบุว่านะบีเป็นผู้รวบรวมเรียบเรียง ให้
เหลือเพียงฝ่ายชีอะฮ์ ที่ยังนำเสนอหลักฐานไม่ครบ และยังไม่ได้เสนอหลักฐานว่าผู้ใดรวบรวมเรียบเรียงให้ กรุณาอย่าบิดพลิ้ว กฏกติกาของคุณเอง
เชิญคะ

โดยคุณ ซอบะห์ [15 Oct 2001 00:54] #3047 (46/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แท้จริงชาวคัมภีร์ทั้งสองได้แตกออกเป็น 72 พวก และ แท้จริงประชาชาตินี้ (อิสลาม) จะแตกออกเป็น 73 พวก ทุกพวกอยู่ในนรก นอกจากพวกเดียวคือ """""""""""หมู่ คณะ"""""""""""บรรดาซ่อฮาบะฮฺกล่าวว่า พวกใดเล่า โอ้ ท่านร่อซูลลอฮฺ ? ท่านร่อซูลกล่าวว่า """"""""""""คือผู้ที่ยืนหยัดอยู่กับสิ่งที่ฉันและ บรรดาซ่อฮาบะฮฺของฉันดำรงอยู่ โดยคุณ มุสลิม ซุนนะฮฺ

เราขอตามมูอาวียะห์ เพราะจะได้ดื่มเบียร์ เอิ้กๆๆๆๆๆ
ซ่อฮาบะฮฺ เป็น หมื่นๆจะดีหมดได้ไง มนุษย์ก็คือมนุษย์

โดยคุณ เอิ๊กๆๆ [15 Oct 2001 02:06] #3048 (47/175)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

112. ซูเราะฮฺ อัลอิคลาส (Al-Ikhlas)
ความหมายโดยสรุป
เป็นบัญญัติมักกียะฮฺ มี 4 อายะฮฺ
ซูเราะฮฺ อัลอิศลาศ เป็นซูเราะฮฺ มักกียะฮฺ ที่กล่าวถึงคุณลักษณะของอัล ลอฮฺ ญัลละวะอาลา พระผู้ทรงเอกะ รวมไว้ด้วยคุณลักษณะอันสมบูรณ์ ทรงพอเพียงจากทุกสิ่งนอกจากพระองค์ทรงบริสุทธิ์จากลักษณะต่าง ๆ ที่ บกพร่องไม่สมบูรณ์ และจากการเป็นเพศและการเท่าเทียม ซูเราะฮฺได้ตอบโต้พวกนะศอรอที่กล่าวตั้งพระเจ้าสามองค์ และตอบโต้พวกมุชริกีนที่ตั้งให้ อัลลอฮฺมีลูกหลาน
1. จงกล่าวเถิด มุฮัมมัด พระองค์คืออัลลอฮฺผู้ทรงเอกะ (*1*)
(1) โอ้มุฮัมมัด จงกล่าวแก่พวก มุชริกีนผู้เยาะเย้ยว่า พระเจ้าของฉันซึ่งฉันเคารพภักดีอยู่ ซึ่งฉันได้เรียกร้องพวกท่านเพื่อการเคารพภักดีต่อพระองค์นั้น พระองค์ทรงเป็นเอกะทรงเป็น หนึ่งเดียว ไม่มีผู้ใดเป็นภาคีต่อพระองค์ ไม่เหมือนและไม่คล้ายคลึงกับพระองค์ ไม่ว่าในรูปร่างหรือคุณลักษณะของพระองค์ และไม่ว่าในการกระทำต่าง ๆ ของพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงทรงเป็นหนึ่งเดียวและทรงเอกะ มิใช่ดังเช่นพวกนะศอรอได้เชื่อมั่นกันว่าเป็น “ตรีเอกานุภาพ” คือความเชื่อถือว่า พระ บิดา พระบุตร และพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์เป็น 3 บุคคล ที่รวมเป็นหนึ่ง และมิใช่ดังเช่นพวกมุชริกีนเชื่อมั่นกันว่ามีพระเจ้าหลายพระองค์
2. อัลลอฮฺ นั้นทรงเป็นที่พึ่ง (*1*)
(1) คืออัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงเป็นเป้าหมายในความต้องการตลอดไป ทุกสิ่งที่ถูกบังเกิดมาย่อมมีความต้อง การต่อพระองค์ และทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก และพระองค์ทรงพอเพียงจากสากลโลก
3. พระองค์ไม่ประสูติ และไม่ทรงถูกประสูติ (*1*)
(1) คือพระองค์ไม่ทรงตั้งพระบุตรขึ้นมา คำกล่าวอ้างของพวกยะฮูดที่ว่า “อุไซรเป็นบุตรของอัลลอฮฺ” และพวกนะศอรอที่ กล่าวว่า “อัลมะเซียฮฺเป็นบุตรของอัลลอฮฺ” และพวกมุชริกีนอาหรับที่กล่าวว่า “มะลาอิกะฮฺเป็นบุตรีของอัลลอฮฺ” และพระองค์ไม่ทรงถูกประสูติ จากพระ บิดาและพระมารดา เพราะทุกสิ่งที่ถูกคลอดออกมาย่อมเป็นของใหม่ แต่อัลลอฮฺ ตะอาลา ทรงเก่าแก่ดั้งเดิม ดังนั้นจึงไม่สมควรที่พระองค์ทรงถูกประสูติ และไม่ทรงเป็นพระบิดา
4. และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์ (*1*)
(1) ไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดเสมอเหมือนหรือเทียบเท่ากับ พระองค์ ไม่ว่าในรูปร่างหรือคุณลักษณะหรือการกระทำของพระองค์ อิบนฺกะซีรกล่าวว่า พระองค์ทรงกรรมสิทธิ์ และทรงสร้างทุกสิ่งอย่าง ดังนั้นจะมีผู้ ใดหรือสิ่งใดที่พระองค์ทรงสร้างเสมอเหมือนหรือเทียบเท่ากับพระองค์ได้อย่างไร ?
( copy จาก thaiislamic )
หลักฐาน ของ หลัก ความเชื่อของชีอะฮ เรื่อง เตาฮีด จาก อัลกุรอ่าน ซูเราะฮฺ นี้ยังไม่เป็นการเพียงพอแก่ พวกท่านอีกหรือ ...

โดยคุณ Hasim [15 Oct 2001 14:1] #3052 (48/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นี้ก็เป็นอีก หลักฐานหนึ่ง ของ ชีอะอะฮฺ ในเรื่อง เตาฮีด และ อัล อัดลุ ( ความยุติธรรม )
3. ซูเราะฮฺ อาละอิมรอน (Al-i-Imron) อายะที่ 18 ( 3 : 18 )
" อัลลอฮ์ทรงยืนยันว่า แท้จริงไม่มีผู้ที่ควรได้รับการเคารพสักการะใด ๆ นอกจากพระองค์เท่านั้น และมะลาอิกะฮ์ และผู้มีความรู้ในฐานะดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมนั้น ก็ยืนยัน ด้วยว่าไม่มีผู้ที่ควรได้รับการเคารพสักการะใด ๆ นอกจากพระองค์ผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณเท่านั้น

โดยคุณ Hasim [15 Oct 2001 14:2] #3053 (49/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นี้ก็อีหลักฐาน หนึ่ง ของเราในเรื่อง นุบุวัต
17. ซูเราะฮฺ อัลอิสรออฺ (Al-Israa) อายะฮฺ ที่ 15
" ผู้ใดได้พบแนวทางที่ถูกต้อง แท้จริงเขาจะอยู่ในทางนั้นเพื่อตัวเขาเอง(*1*) และไม่มีผู้แบกภาระใดที่จะแบกภาระของผู้อื่นได้(*2*)และเรามิเคยลงโทษผู้ใด จนกว่าเราจะแต่งตั้งร่อซูลมา "
(1) ผู้ใดได้ พบฮิดายะฮเขาจะอยู่ในแนวทางนั้น และจะได้รับการตอบแทนที่เขาอยู่ในทางฮิดายะฮและผู้ใดหลงคือไม่ยอมรับแสงสว่างแห่งการฮิดายะฮ เขาก็จะได้ รับโทษในการฝ่าฝืนและการหลงทางของเขา
(2) แบกภาระหมายถึงแบกความผิดหรือโทษ
( copy จากแหล่งเดียวกัน

โดยคุณ Hasim [15 Oct 2001 14:29] #3054 (50/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นี้ก็อีก หนึ่ง หลักฐาน จากชีอะฮฺ ในเรือง อิมา ม
4. ซูเราะฮฺ อัน-นิซาอฺ (An-Nisaa) อายะฮฺ ที่ 59
" ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! จงเชื่อฟังอัลลอฮฺ และเชื่อฟังร่อซูลเถิด และผู้ปกครองในหมู่พวกเจ้าด้วย (*1*) แต่ถ้าพวกเจ้าขัดแย้งกันในสิ่งใด ก็จงนำสิ่งนั่นกลับไปยังอัลลอฮฺ และร่อซูล (*2*) หากพวกเจ้าศรัทธาต่ออัล ลอฮฺและวันปรโลก นั่นแหละเป็นสิ่งที่ดียิ่งและเป็นการกลับไป (*3*) ที่สวยยิ่ง "
(1) บรรดาเจ้าหน้าที่ในหมู่พวกเจ้าที่ได้รับ แต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครอง เมื่อเจ้าหน้าที่เหล่านั้นสั่งให้ทำสิ่งใดก็จงปฏิบัติตาม
(2) นำสิ่งที่ขัดแย้งกันนั้นไปตรวจสอบดูกับอัล-กุรอานและซุน นะฮ์ของท่านนะบีว่า อัลลอฮฺ และท่านนะบีได้กล่าวว่าอย่างไร แล้วให้ยึดถือตามนั้นโดยปราศจากดื้อดึงใด ๆ ทั้งสิ้น
(3) กลับไปสู่ความจริงที่ สวยงามยิ่ง เพราะจะทำให้ทุกฝ่าย ตั้งอยู่ในสิ่งที่ถูกต้อง และมีความพอใจโดยทั่วกัน
Copyจากแหล่งเดียวกัน

โดยคุณ Hasim [15 Oct 2001 14:39] #3055 (51/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นี้ก้ออีกหนึ่ง หลักฐาน ของชีอะฮฺ ในเรื่อง กิยามัต
56. ซูเราะฮฺ อัลวากิอะฮฺ (Al-Waqi-ah) อายะฮฺ ที่ 1.
" เมื่อเหตุการณ์ (วันกิยามะฮ.) ได้เกิดขึ้น "(*1*)
(1) เมื่อวันกิยามะฮ.ได้เกิดขึ้น ซึ่งจะมีขึ้นอย่างแน่นอน ความโกลาหล ความปั่นป่วนที่ได้เกิดขึ้นในวันนั้นทำให้อกสั่นขวัญหาย ความ นึกคิดหรือมโนคติไม่สามารถจะวาดออกมาให้เป็น ภาพลักษณ์ได้

โดยคุณ Hasim [15 Oct 2001 14:45] #3056 (52/175)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

คงเป็นการเพียงพอแล้วนะครับ สำหรับหลักฐานของ ชีอะฮฺ .ซึ่งมาจากอัลกุรอ่านทั้งหมด ...
ลำดับต่อไป เรามาวิเคราะห์ และทำความรู้จักกับหลักศรัทธา ในแต่ละข้อ ของแต่ละฝ่ายไม่ดีกว่า หรือ. ซึ่งผมได้อธิบาย ในเรื่อง เตาฮีด และ อัล อัดลุ ไปให้แล้ว ใน web ของคุณ และข้อมูลนั้นก็ยังอยู่ ... ที่นี้ถึงคราวที่คุณต้องตอบ บ้าง แล้วครับ เช่น
1. ศรัทธาต่ออัลลอฮ ท่าน ศรัทธาว่าอย่างไร ? ทำตามกติกาด้วยนะครับ...

โดยคุณ Hasim [15 Oct 2001 14:53] #3057 (53/175)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

และโปรดให้คำตอบในเรื่องกับผมด้วย ?
ที่ว่า ...พระผู้เป็นเจ้านั้นทรงดำรงอยู่บนบัลลังค์ของพระองค์เหนื้อชั้นฟ้าทั้งหลาย โดยทรงอยู่เบื้องบนสุดของสรรพสิ่ง และ ทั้งสอนว่า พระผู้ อภิบาลของเราเสด็จสู่ฟากฟ้าแห่งโลกนี้ ในทุกคำคืน ณ ช่วงยามหนึ่งในสามสุดท้ายของราตีร ...
จากหนังสือมัจญมูอะตุรเราะอ์ซาอิล กุบรอ ของอิบนุตัยมิยะฮ์ อัล อะกีดะตูลวะซิเฏาะ หน้า 401 ...
( ซึ่งยังมีอีกมาก จะค่อยๆทยอยถามไปให้ท่าน อธิบาย อีก )
หลักการ เชื่อนี้มาจาก ความปราดเปรื่อง ของ อิบนิ ตัยมียะฮ ผู้ปราดเปรื่อง การสดุดีความบริสุทธิ์ ของเขาที่มีต่ออัลลอฮ เป็นอย่างนี้ ในขณะทีเขา กล่าว อย่างชัดเจนถึงสภาพการมีเรือนร่าง ๖ อัต ข ตะญัซซูม ) และทิศทางที่แน่นอนของอัลลอฮ ซึ่งเขาได้อ้างเหตผลเหล่านี้จาก ความหมายอันฉาบฉวยของ อัลกุรอ่าน และ หะดีษต่างๆของท่านนบี โดยมิได้ใช้ดุลยพินิจ อันลึกซึ้งต่อเนื้อหา ในโองการต่างๆเหล่านั้น อีกทั้งมิ ได้วิเคราะห์ ความหมายที่เป็นจริง ในรายงาน หะดิษ ดังกล่าว
ฉนั้นเมื่อทัศนะของผู้เป็นอาจารย์เป็นอย่างนี้ ผู้ที่ได้รับช่วง และรำเรียน มาด้วย อย่างเช่น อิบนุก็อยยูม และมูหัมมัด บินอับดุล วาฮาบ ตลอดถึงบุคคลต่างๆที่ต้องการจะเป็นอาจารย์ทางด้านหลักศรัทธาในหลัก เอกภาพจะเป็นอย่างไรได้อีก
นอกจากการหลงทาง หลงผิด ซึ่งแตกต่างกันอย่างมาก กับคำสอนที่ได้ถูกบันทึกมาจากบรรดาอิมามแห่งอลุลบัยต์ ( ชีอะฮฺ ) แล้วเราจะเห็นได้ทันทีว่าระหว่างคนสองพวกนี้ ( ซุนนะฮฺ หรือ วาฮะบี กับ ชีอะฮฺ 12 อิมาม ) ใครกันแน่ ที่ควรแก่การยอมรับมากก่วา กัน

โดยคุณ Hasim [15 Oct 2001 15:01] #3058 (54/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คุณ Hasim คะ
กฏกติกาคุณเป็นผู้นำมาจาก เด็กกุฎี แล้วนำมาเสนอเองมิใช่หรือ และดิฉันต้องเป็นผู้เรียกร้องให้คุณและเหล่าชีอะฮ์ได้อยู่ในกฎกติกาของพวกคุณเอง
ทำไมต้องรีบร้อน แสดงอาการลุกลี้ลุกลนจนปิดไม่มิด
ลืมแล้วหรือคะว่า ชาวซุนนะฮ์เขาเสนอหลักฐานไว้แค่ใหน

1.หลักฐานยืนยันเรื่องอีหมาน 6 ประการ จากอัลกุรอานและฮาดีษ
2.หลักฐานจากฮะดีษที่ยืนยันว่านะบีเป็นผู้รวบรวมเรียบเรียง 6 ประการนี้

ดิฉันต้องเตือนคุณอีกครั้งว่า คุณทำ ตามกฎกติกาของคุณครบแล้วหรือยัง ทำไมต้องรีบร้อนสู่ประเด็นต่อไป ทั้งๆที่ประเด็นแรกยังไม่จบ แม้ว่าคุณจะไปลากเอาอัลกุรอานแต่ละอายะฮ์ แต่ละ ซูเราะฮ์มานำเสนอ แต่คุณก็ยังไม่ได้แสดงหลักฐานว่า ผู้ใดเป็นผู้รวบรวมเรียบเรียง 5 ประการนี้ให้คุณ

ทั่งที่ชาวซุนนะฮ์เขาได้เสนอหลักฐาน จากฮะดีษไว้แล้วนะคะว่า นะบีเป็นผู้รวบรวมเรียบเรียง 6 ประการให้
อย่าหมกเม็ดซิคะ!!! นำเสนอเสียก่อนว่า 5 ประการของคุณใครรวบรวมเรียบ เรียงให้ ไม่เช่นนั้นคุณจะโดนกล่าวหาเหมือนอย่างที่คุณซัลมาเคยพูดว่า ตั้งรุกนอีหมานกันเอง,มั่ว,ปะผุ อย่าหมกเม็ดคะ เวบนี้คงไม่โดนยิวกลั่นแกล้ง เหมือนอย่างที่ muslimthai และ moradok กำลังเจออยู่ขณะนี้ และเวบนี้ก็คงไม่ปิดกระดานหนีกระทู้นะคะ เชิญนำเสนอหลักฐานได้เลยคะว่า ผู้ใดรวบ รวมเรียบเรียง 5 ประการให้คุณและเหล่าชีอะฮ์ได้ยึดถือ ไม่ต้องรีบร้อนคะ เชิญเสนอหลักฐานให้ครบเสียก่อน เชิญคะ

โดยคุณ ซอบะห์ [15 Oct 2001 16:09] #3060 (56/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ดิฉันหวังว่าคุณคงไม่ได้นำเอาอัลกุรอานมาปะติดปะ ต่อกันเอง แล้วนำมาแสดงว่านี่แหละคือหลักฐาน 5 ประการ
กรุณานำเสนอหลักฐานว่า ผู้ใดเรียบเรียงรวม 5 ประการนี้ให้คุณและเหล่าชีอะฮ์ได้ยึดถือ เป็นรุกนหรืออูศูล อย่าแหกกฎกติกาของคุณเองอีกนะคะ เสนอเอง บิดพลิ้วเอง เสียหายนะคะ..
เชิญเสนอหลักฐานคะ ว่าคุณและเหล่าชี อะฮ์ไม่ได้มั่วกันเอง เชิญคะ
รออยู่คะ

โดยคุณ ซอบะห์ [15 Oct 2001 16:17] #3061 (57/175)

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


...อ่านต่อหน้าที่ 3.../












สงวนลิขสิทธิ์โดย © Moradokislam.org All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2006-12-03 (5158 คนอ่าน)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.25 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004