ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป |
ผู้ส่ง |
ข้อความ |
abdooh มือเก๋า
เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012 ตอบ: 188
|
ตอบ: Sun Nov 25, 2012 9:16 am ชื่อกระทู้: |
|
|
คุณอะสันกล่าว
คำพูด: | คุณพยายามอ้างนั้นอ้างนี้ แต่ในที่สุด มันก็ไม่มีน้ำหนักอยู่ดี |
................. สิ่งที่ผมนำมา คือการถ่ายทอดจากผู้เชี่ยวชาญ โปรดอย่าเรียกประมาณว่า เป็นข้ออ้างจากส่วนตัวผม เดี๋ยวผู้อ่านจะเข้าใจผิดคิดไปว่า ผมคิดเอง |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
asan ผู้ดูแลกระดานเสวนา
เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005 ตอบ: 3165
|
ตอบ: Sun Nov 25, 2012 9:25 am ชื่อกระทู้: |
|
|
abdooh บันทึก: | จากคุณอะสัน
คำพูด: | หะดีษบทนี้ เฎาะอีฟมาก |
หะดีษที่คุณนำมา หากเป็นหะดีษดออีฟ ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับหะดีษซอเหี๊ยะห์ที่ผมนำมา เพราะหะดีษเรื่องเดียวกัน หากแยกวิเคราะห์สายรายงาน อาจจะพบว่า มีทั้งที่ซอเหี๊ยะห์และดออีฟ ของดออีฟจะไม่พาให้สิ่งถูกต้องอ่อนตามได้ครับ แต่ทางกลับกัน ของถูกต้องจะยกระดับของอ่อนแอให้สูงขึ้นได้ครับ นี่คือหลักหะดีษที่เป็นที่ยอมรับครับ คุณอะสันจะได้ไม่สับสน หรือทำให้ผู้อ่านสับสน |
ผมสงสารคุณอับดุฮครับ ยังไงๆคุณก็จะอ่านกุนูตเป็นประจำอยู่ดี เพราะเป็นของรักของหวง คุณใช้ข้ออ้าง มากกว่าจะใช้ข้อเท็จจริง ผมไม่สบสนครับคุณอับดุฮ คุณมาดูหะดิษเศาะเฮียะ จริงๆโดยไม่ต้องอ้างข้างๆคูๆ ดังนี้
หะดีษที่ถือว่ามีสายรายงานถูกต้องกว่า และมีความหมายขัดแย้งกับข้อความจากการรายงานของท่านอบูญะอฺฟัรฺ อัรฺ-รอซีย์ข้างต้น ได้แก่ ...
1. ท่านอิบนุคุซัยมะฮ์ (ในหนังสือ อัศ-เศาะเหี๊ยะฮ์ ของท่าน หะดีษที่ 620) และท่านอัล-คอฏีบ ได้บันทึกรายงานมาจากท่านมุหัมมัด บินอับดุลลอฮ์ อัล-อันศอรีย์, จากท่านสะอีด บิน อบีย์อะรูบะฮ์ จากท่านเกาะตาดะฮ์, จากท่านอนัส บินมาลิก ร.ฎ. ว่า ...
إِنَّ النَّبِىَ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ كَاَن لاَ يَقْنُتُ إِلاَّ إِذَا دَعَا لِقَوْمٍ أَوْ دَعَا عَلَى قَوْمٍ
แท้จริงท่านนบีย์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมนั้น ตามปกติท่านจะไม่อ่านกุนูต เว้นแต่ในกรณีที่ท่านจะขอพรให้แก่ชนกลุ่มใด หรือจะสาปแช่งชนกลุ่มใดเท่านั้น
ท่านเจ้าของหนังสือ อัล-ฟัตหุรฺ ร็อบบานีย์ ได้กล่าวรับรองในหนังสือดังกล่าวเล่มที่ 3 หน้า 304 ว่า สายรายงานของหะดีษนี้ เศาะเหี๊ยะฮ์ ...
2. ท่านอิบนุหิบบาน ได้รายงานมาจากท่านอบูสะละมะฮ์, จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮ์ ร.ฎ. ว่า ...
كَانَ رَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ لاَ يَقْنُتُ فِىْ صَلاَةِ الصُّبْحِ إِلاَّ أَنْ يَدْعُوَ لِقَوْمٍ أَوْعَلَى قَوْمٍ
ตามปกติ ท่านรอซู้ลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมจะไม่อ่านกุนูตในนมาซซุบห์ เว้นแต่เมื่อท่านจะขอพรให้แก่ชนกลุ่มใด หรือจะสาปแช่งชนกลุ่มใดเท่านั้น
(โปรดดูบันทึกการรายงานหะดีษทั้ง 2 บทนี้จากหนังสือตัลคีส อัล-หะบีรฺ เล่มที่ 1 หน้า 261, หนังสือ นัศบุรฺ รอยะฮ์ เล่มที่ 2 หน้า 130, หนังสือ อัล-มันฮัลฯ เล่มที่ 8 หน้า 84-85, และหนังสือ ฟิกฮุส ซุนนะฮ์ เล่มที่ 1 หน้า 178 เป็นต้น) ...
ท่านอัส-ซัยละอีย์ได้กล่าวในหนังสือ นัศบุรฺ รอยะฮ์ เล่มที่ 2 หน้า 130 หลังจากที่ได้นำหะดีษทั้ง 2 บทนี้มาระบุไว้ โดยท่านกล่าวว่า ...
قَالَ صَاحِبُ التَّنْقِيْحِ : وَسَنَدُ هَذَيْنِ الْحَدِيْثَيْنِ صَحِيْحٌ! وَهُمَا نَصٌّ فِىْ أَنَّ الْقُنُوْتَ مُخْتَصٌّ بِالنَّوَازِلِ وَاللهُ أَعْلَمُ
ท่านเจ้าของหนังสือ อัต-ตันเกี๊ยะห์ ได้กล่าวว่า : สายรายงานของหะดีษทั้ง 2 บทนี้ ถูกต้อง! .. และหะดีษทั้ง 2 บทนี้คือข้อชี้ขาดว่า แท้จริงดุอากุนูตนั้น ถูกกำหนดให้อ่านเฉพาะในภาวะจำเป็นเท่านั้น วัลลอฮุ อะอฺลัม ...
...........
คุณอับดุฮ คงจะไม่สับสน เพราะคุณไม่ยอมรับหลักฐานของผมมาตั้งแต่ในมุ้งแล้ว และ ขอบอกว่า ผมไม่กลัวความจริงครับ แต่กลัวของไม่จริงที่ถูกตบแต่งให้เพลิดแพร้ว สวยงามให้โดนใจคนอาวามมากกว่า _________________ จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
asan ผู้ดูแลกระดานเสวนา
เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005 ตอบ: 3165
|
ตอบ: Sun Nov 25, 2012 9:42 am ชื่อกระทู้: |
|
|
abdooh บันทึก: | คุณอะสันกล่าว
คำพูด: | คุณพยายามอ้างนั้นอ้างนี้ แต่ในที่สุด มันก็ไม่มีน้ำหนักอยู่ดี |
................. สิ่งที่ผมนำมา คือการถ่ายทอดจากผู้เชี่ยวชาญ โปรดอย่าเรียกประมาณว่า เป็นข้ออ้างจากส่วนตัวผม เดี๋ยวผู้อ่านจะเข้าใจผิดคิดไปว่า ผมคิดเอง |
ผมสังเกตมาหลายครั้งว่า ถ้านักวิชาการไม่ตรงกับที่คุณชอบคุณก็บอกว่าไม่เก่ง ไม่เชี่ยวชาญ _________________ จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
abdooh มือเก๋า
เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012 ตอบ: 188
|
ตอบ: Sun Nov 25, 2012 12:57 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
จุดที่คุณอะสันยึด คือหะดีษซอเหี๊ยะห์ที่ปฏิเสธการอ่านกุหนูตละหมาดซุบห์โดยเฉพาะ
............ จุดที่ผมยึด คือหะดีษซอเหี๊ยะห์ที่ระบุว่าให้อ่านกุหนูตในละหมาดซุบห์เป็นการเฉพาะ เช่น
............................... عَنْ أَنَسٍ «أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ - صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ - قَنَتَ حَتَّى مَاتَ وَأَبُو بَكْرٍ حَتَّى مَاتَ وَعُمَرُ حَتَّى مَاتَ رَوَاهُ الْبَزَّارُ، وَرِجَالُهُ مُوَثَّقُونَ
"รายงานจากอะนัส แท้จริงท่านนบีซ.ล.ทำกุหนูตจนกระทั่งเสียชีวิต และอบูบักร์จนกระทั่งเสียชีวิต และอุมัรจนกระทั่งเสียชีวิต" รายงานโดยอัลบัซซ๊าร สายรายงานนี้ได้รับการรับรองว่าเชื่อถือได้
............................... أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَنَتَ شَهْرًا يَدْعُو عَلَيْهِمْ، ثُمَّ تَرَكَهُ، فَأَمَّا فِي الصُّبْحِ فَلَمْ يَزَلْ يَقْنُتُ حَتَّى فَارَقَ الدُّنْيَا
ความว่า "แท้จริงท่านนบีซ.ล.อ่านกุหนูตสาบแช่งพวกเขาเป็นเวลาหนึ่งเดือน จากนั้นก็ทิ้งมัน แต่สำหรับในละหมาดซุบห์นั้น ท่านยังคงอ่านกุหนูตต่อไปจนกระทั่งท่านอำลาจากโลกนี้" หะดีษซอเหี๊ยะห์ รายงานโดยนักวิชาการหะดีษหลายท่าน
............................... الْعَوَّامُ بْنُ حَمْزَةَ قَالَ: سَأَلْتُ أَبَا عُثْمَانَ عَنِ الْقُنُوتِ فِي الصُّبْحِ قَالَ: " بَعْدَ الرُّكُوعِ " قُلْتُ: عَمَّنْ؟ قَالَ: عَنْ أَبِي بَكْرٍ وَعُمَرَ وَعُثْمَانَ رَضِيَ اللهُ عَنْهُمْ " هَذَا إِسْنَادٌ حَسَنٌ، وَيَحْيَى بْنُ سَعِيدٍ لَا يُحَدِّثُ إِلَّا عَنِ الثِّقَاتِ عِنْدَهُ
อัลเอาวามบุตรฮัมซะฮ์กล่าวว่า "ฉันถามอบูอุสมานเกี่ยวกับการกุหนูตในละหมาดซุบห์ เขากล่าวตอบว่า "(อ่าน)หลังจากรุกี๊วะ" ฉันกล่าว(ถาม)ว่า "มาจากผู้ใด ?" เขากล่าว(ตอบ)ว่า "จากอบูบักร์ อุมัร และอุสมาน ร.ด." สายรายงานนี้ดี และยะห์ยาบุตรสะอี๊ดจะไม่เล่าถ่ายทอดจากผู้ใดเว้นแต่ผู้ที่เชื่อถือได้ตามทัศนะของเขา (หะดีษนี้รายงานโดย อัลบัยฮากี อิบน์อบีซัยบะฮ์
............................... قال الأسود : صليتُ خلفَ عمرَ في السفرِ والحضر ما لا أُحصِي فكان يقنتُ في الركعةِ الثانيةِ من صلاةِ الصبحِ ولا يقنتُ في سائِرِ صلاتهِ رواه الذهبي و قال إسناد صحيح
"อัลอัสวัดกล่าวว่า ฉันละหมาดด้านหลังอุมัรทั้งในยามเดินทางและไม่ได้เดินทางจำนวนมากจนนับไม่ถ้วน เขาอ่านกุหนูตในรอกาอัตที่สองจากละหมาดซุบห์ โดยเขาไม่อ่านกุหนูตในละหมาดอื่นๆทั้งหมด รายงานโดยอัซซะฮะบี โดยเขากล่าวว่า สายรายงานมันถูกต้อง"
....................................................... ผมไม่ได้เลือกตั้งแต่ในมุ้ง ผมใช้วิชาการ ที่ผมเลือกการอ่านกุหนูต เพราะวิธีการวิเคราะห์ภาวะเช่นนี้ นักวิชาการระบุว่า เมื่อมีหะดีษหนึ่งมีการระบุถึงสิ่งหนึ่ง อีกบทหนึ่งปฏิเสธสิ่งนั้น และหะดีษทั้งสองเป็นหะดีษถูกต้อง ให้ถือตามที่ระบุว่ามีไว้ก่อน ดังกฎที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า المثبت مقدم على النافي "สิ่งที่ระบุว่ามีถูกเอาไว้ข้างหน้าสิ่งที่ปฏิเสธ(การมี)" ดังนั้น หะดีษเรื่องกุหนูตซุบห์ จึงถูกนำมาปฏิบัติก่อนหะดีษที่ปฏิเสธเรื่องกุหนูตซุบห์ |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
asan ผู้ดูแลกระดานเสวนา
เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005 ตอบ: 3165
|
ตอบ: Sun Nov 25, 2012 9:33 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
abdooh บันทึก: | จุดที่คุณอะสันยึด คือหะดีษซอเหี๊ยะห์ที่ปฏิเสธการอ่านกุหนูตละหมาดซุบห์โดยเฉพาะ
............ จุดที่ผมยึด คือหะดีษซอเหี๊ยะห์ที่ระบุว่าให้อ่านกุหนูตในละหมาดซุบห์เป็นการเฉพาะ เช่น
............................... عَنْ أَنَسٍ «أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ - صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ - قَنَتَ حَتَّى مَاتَ وَأَبُو بَكْرٍ حَتَّى مَاتَ وَعُمَرُ حَتَّى مَاتَ رَوَاهُ الْبَزَّارُ، وَرِجَالُهُ مُوَثَّقُونَ
"รายงานจากอะนัส แท้จริงท่านนบีซ.ล.ทำกุหนูตจนกระทั่งเสียชีวิต และอบูบักร์จนกระทั่งเสียชีวิต และอุมัรจนกระทั่งเสียชีวิต" รายงานโดยอัลบัซซ๊าร สายรายงานนี้ได้รับการรับรองว่าเชื่อถือได้
............................... أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَنَتَ شَهْرًا يَدْعُو عَلَيْهِمْ، ثُمَّ تَرَكَهُ، فَأَمَّا فِي الصُّبْحِ فَلَمْ يَزَلْ يَقْنُتُ حَتَّى فَارَقَ الدُّنْيَا
ความว่า "แท้จริงท่านนบีซ.ล.อ่านกุหนูตสาบแช่งพวกเขาเป็นเวลาหนึ่งเดือน จากนั้นก็ทิ้งมัน แต่สำหรับในละหมาดซุบห์นั้น ท่านยังคงอ่านกุหนูตต่อไปจนกระทั่งท่านอำลาจากโลกนี้" หะดีษซอเหี๊ยะห์ รายงานโดยนักวิชาการหะดีษหลายท่าน
|
สองบทข้างต้นเป็นหะดิษเฎาะอีฟ ซึ่งผมได้ชี้แจงไปแล้ว หลายรอบ เหมือนเอาหนังมาฉายซ้ำ
อิบนุหะญัรยืนยันแล้วว่า
فَاخْتَلَفَتِ اْلأَحَادِيْثُ عَنْ أَنَسٍ وَاضْطَرَبَتْ، فَلاَ يَقُوْمُ بِمِثْلِ هَذَا حُجَّـةٌ
บรรดาหะดีษ (เรื่องการอ่านกุนูตในนมาซซุบห์) เหล่านี้ .. ในส่วนที่รายงานมาจากท่านอนัส .. ขัดแย้งกันและมีความสับสน, ดังนั้น หะดีษในลักษณะอย่างนี้จึงนำมาอ้างเป็นหลักฐานไม่ได้-
ตัลคีส อัล-หะบีรฺ ของท่าน เล่มที่ 1 หน้า 261-262
abdooh บันทึก: | ............................... الْعَوَّامُ بْنُ حَمْزَةَ قَالَ: سَأَلْتُ أَبَا عُثْمَانَ عَنِ الْقُنُوتِ فِي الصُّبْحِ قَالَ: " بَعْدَ الرُّكُوعِ " قُلْتُ: عَمَّنْ؟ قَالَ: عَنْ أَبِي بَكْرٍ وَعُمَرَ وَعُثْمَانَ رَضِيَ اللهُ عَنْهُمْ " هَذَا إِسْنَادٌ حَسَنٌ، وَيَحْيَى بْنُ سَعِيدٍ لَا يُحَدِّثُ إِلَّا عَنِ الثِّقَاتِ عِنْدَهُ
อัลเอาวามบุตรฮัมซะฮ์กล่าวว่า "ฉันถามอบูอุสมานเกี่ยวกับการกุหนูตในละหมาดซุบห์ เขากล่าวตอบว่า "(อ่าน)หลังจากรุกี๊วะ" ฉันกล่าว(ถาม)ว่า "มาจากผู้ใด ?" เขากล่าว(ตอบ)ว่า "จากอบูบักร์ อุมัร และอุสมาน ร.ด." สายรายงานนี้ดี และยะห์ยาบุตรสะอี๊ดจะไม่เล่าถ่ายทอดจากผู้ใดเว้นแต่ผู้ที่เชื่อถือได้ตามทัศนะของเขา (หะดีษนี้รายงานโดย อัลบัยฮากี อิบน์อบีซัยบะฮ์
............................... قال الأسود : صليتُ خلفَ عمرَ في السفرِ والحضر ما لا أُحصِي فكان يقنتُ في الركعةِ الثانيةِ من صلاةِ الصبحِ ولا يقنتُ في سائِرِ صلاتهِ رواه الذهبي و قال إسناد صحيح
"อัลอัสวัดกล่าวว่า ฉันละหมาดด้านหลังอุมัรทั้งในยามเดินทางและไม่ได้เดินทางจำนวนมากจนนับไม่ถ้วน เขาอ่านกุหนูตในรอกาอัตที่สองจากละหมาดซุบห์ โดยเขาไม่อ่านกุหนูตในละหมาดอื่นๆทั้งหมด รายงานโดยอัซซะฮะบี โดยเขากล่าวว่า สายรายงานมันถูกต้อง"
[/size] |
สองบทข้างต้นเอามากลบเกลื่อนหะดิษเฎาะอีฟสองบทแรก เพราะ ในหะดีษข้างต้นระบุเพียงว่า คอลีฟะฮ์เหล่านั้นเคย อ่านกุนูตหลังรุกั๊วะอฺในนมาซซุบห์ แต่ไม่ได้ระบุเลยว่า เป็นการอ่านประจำทุกเช้า และอ่านกุนูตอะไร ?? ..
.
abdooh บันทึก: |
[size=24]....................................................... ผมไม่ได้เลือกตั้งแต่ในมุ้ง ผมใช้วิชาการ ที่ผมเลือกการอ่านกุหนูต เพราะวิธีการวิเคราะห์ภาวะเช่นนี้ นักวิชาการระบุว่า เมื่อมีหะดีษหนึ่งมีการระบุถึงสิ่งหนึ่ง อีกบทหนึ่งปฏิเสธสิ่งนั้น และหะดีษทั้งสองเป็นหะดีษถูกต้อง ให้ถือตามที่ระบุว่ามีไว้ก่อน ดังกฎที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า المثبت مقدم على النافي "สิ่งที่ระบุว่ามีถูกเอาไว้ข้างหน้าสิ่งที่ปฏิเสธ(การมี)" ดังนั้น หะดีษเรื่องกุหนูตซุบห์ จึงถูกนำมาปฏิบัติก่อนหะดีษที่ปฏิเสธเรื่องกุหนูตซุบห์ |
แต่ผมถือว่า
((اَلْجَرْحُ الْمُفَسَّرُ مُقَدَّمٌ عَلَى التَّعْدِيْلِ ))
การตำหนิที่ถูกอธิบายสาเหตุ จะต้องถูกยอมรับก่อนการให้ความเชื่อถือ _________________ จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
asan ผู้ดูแลกระดานเสวนา
เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005 ตอบ: 3165
|
ตอบ: Sun Nov 25, 2012 10:12 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
ขอยืนยัน ด้วยคำพูดอิบนุกอ็ยยิมที่ว่า
وكان هديه صلى الله عليه وسلم القنوت في النوازل خاصة، وترْكَه عند عدمها، ولم يكن يخصه بالفجر، بل كان أكثر قنوته فيها
และปรากฏว่า แนวทางของนบี ในประเด็นการอ่านกุนูตนั้น เฉพาะในกรณีภาวะจำเป็นเท่านั้น และท่านได้ทิ้งมัน เมื่อไม่มีภาวะจำเป็น
โดยที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงด้วยละหมาดศุบฮเป็นกรณีพิเศษ แม้ว่า การอ่านกุนูตของท่านในละหมาดศุบฮิ จะมากกว่าก็ตาม - ซาดุลมะอาด เล่ม 1 หน้า 273 _________________ จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
asan ผู้ดูแลกระดานเสวนา
เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005 ตอบ: 3165
|
ตอบ: Sun Nov 25, 2012 10:25 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
وَأَمَّا حَدِيثُ أَنَسٍ { مَا زَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقْنُتُ فِي الْفَجْرِ حَتَّى فَارَقَ الدُّنْيَا } رَوَاهُ أَحْمَدُ وَغَيْرُهُ : فَفِيهِ مَقَالٌ ، وَيُحْتَمَلُ : أَنَّهُ أَرَادَ بِهِ : طُولَ الْقِيَامِ ، فَإِنَّهُ يُسَمَّى قُنُوتًا .
สำหรับหะดิษอะนัสที่ว่า รซูลุลลอฮ ยังคงอ่านกุหนูตต่อไปในละหมาดฟะญัร จนกระทั่งท่านอำลาจากโลกนี้) รายงานโดยอะหมัดและอื่นจากเขา เพราะในหะดิษนี้ มีการวิจารณ์กัน และมันเป็นไปได้ว่า หมายถึง การยืนเวลานาน เพราะมันถูกเรียกว่า "กุนูต - ดู ชัรหุ มุตะอัลอิรอดาต ของอัลบะฮูตีย์ เล่ม 2 หน้า 45 _________________ จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
abdooh มือเก๋า
เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012 ตอบ: 188
|
ตอบ: Mon Nov 26, 2012 6:58 am ชื่อกระทู้: |
|
|
ผมยึดถือคำชี้ขาดของนักวิชาการหะดีษที่ตัดสินว่า หะดีษเหล่านั้นที่ระบุให้กุหนูตเฉพาะในละหมาดซุบห์เป็น "ซอเหี๊ยะห์ หรือ หะซํน" (หนังม้วนนี้ฉายซ้ำได้หลายครั้ง เพราะมันเป็นวิชาการ) และผมก็ไม่ปฏิเสธว่า มีหะดีษที่ไม่ให้กุหนูตเฉพาะละหมาดซุบห์ที่ซอเหี๊ยะห์ ผมจึงนำเอาหลักที่ว่า "สิ่งที่ระบุว่ามีอยู่ก่อนสิ่งที่ระบุว่าไม่มี" คุณอะสันเองก็คงไม่ถือว่าการกุหนูตในละหมาดซุบห์เป็นบิดอะฮ์ และผมก็ไม่ถือว่าการทิ้งกุหนูตเป็นบิดอะฮ์ และตรงจุดนี้ท่านอิบนุ้ลกอยยิมกล่าวไว้ว่า
فَأَهْلُ الْحَدِيثِ مُتَوَسِّطُونَ بَيْنَ هَؤُلَاءِ وَبَيْنَ مَنِ اسْتَحَبَّهُ عِنْدَ النَّوَازِلِ وَغَيْرِهَا، وَهُمْ أَسْعَدُ بِالْحَدِيثِ مِنَ الطَّائِفَتَيْنِ، فَإِنَّهُمْ يَقْنُتُونَ حَيْثُ قَنَتَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، وَيَتْرُكُونَهُ حَيْثُ تَرَكَهُ، فَيَقْتَدُونَ بِهِ فِي فِعْلِهِ وَتَرْكِهِ، وَيَقُولُونَ: فِعْلُهُ سُنَّةٌ وَتَرْكُهُ سُنَّةٌ، وَمَعَ هَذَا فَلَا يُنْكِرُونَ عَلَى مَنْ دَاوَمَ عَلَيْهِ، وَلَا يَكْرَهُونَ فِعْلَهُ، وَلَا يَرَوْنَهُ بِدْعَةً، وَلَا فَاعِلَهُ مُخَالِفًا لِلسُّنَّةِ،
"นักวิชาการหะดีษอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเหล่านั้นและผู้ที่ชอบให้กุหนูตขณะมีภัยพิบัติและไม่มีมัน พวกเขาชีื่นชมหะดีษมากกว่าทั้งสองกลุ่ม แท้จริงพวกเขา(นักหะดีษ)จะกุหนูตตามที่ท่านนบีซ.ล.กุหนูตและทิ้งกุหนูตตามที่ท่านทิ้ง พวกเขาจึงปฏิบัติตามท่านนบีซ.ล.ทั้งในด้านการกระทำและการทิ้งของท่านนบีซ.ล. พวกเขาจึงกล่าวว่า การทำกุหนูตเป็นซุนนะฮ์และการทิ้งกุหนูตเป็นซุนนะฮ์ และทั้งนี้ก็ไม่มีการปฏิเสธต่อผู้ที่ทำกุหนูตเป็นประจำ และไม่ถือว่าการทำมันเป็นส่ิงน่ารังเกียจ และไม่ถือว่าเป็นบิดอะฮ์ และไม่ถือว่าผู้ปฏิบัติมันขัดแย้งกับซุนนะฮ์" จากซาดุ้ลมะอ๊าด เล่ม1 หน้า266 |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
asan ผู้ดูแลกระดานเสวนา
เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005 ตอบ: 3165
|
ตอบ: Mon Nov 26, 2012 11:44 am ชื่อกระทู้: |
|
|
abdooh บันทึก: | ผมยึดถือคำชี้ขาดของนักวิชาการหะดีษที่ตัดสินว่า หะดีษเหล่านั้นที่ระบุให้กุหนูตเฉพาะในละหมาดซุบห์เป็น "ซอเหี๊ยะห์ หรือ หะซํน" (หนังม้วนนี้ฉายซ้ำได้หลายครั้ง เพราะมันเป็นวิชาการ) และผมก็ไม่ปฏิเสธว่า มีหะดีษที่ไม่ให้กุหนูตเฉพาะละหมาดซุบห์ที่ซอเหี๊ยะห์ ผมจึงนำเอาหลักที่ว่า "สิ่งที่ระบุว่ามีอยู่ก่อนสิ่งที่ระบุว่าไม่มี" คุณอะสันเองก็คงไม่ถือว่าการกุหนูตในละหมาดซุบห์เป็นบิดอะฮ์ และผมก็ไม่ถือว่าการทิ้งกุหนูตเป็นบิดอะฮ์ และตรงจุดนี้ท่านอิบนุ้ลกอยยิมกล่าวไว้ว่า
فَأَهْلُ الْحَدِيثِ مُتَوَسِّطُونَ بَيْنَ هَؤُلَاءِ وَبَيْنَ مَنِ اسْتَحَبَّهُ عِنْدَ النَّوَازِلِ وَغَيْرِهَا، وَهُمْ أَسْعَدُ بِالْحَدِيثِ مِنَ الطَّائِفَتَيْنِ، فَإِنَّهُمْ يَقْنُتُونَ حَيْثُ قَنَتَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، وَيَتْرُكُونَهُ حَيْثُ تَرَكَهُ، فَيَقْتَدُونَ بِهِ فِي فِعْلِهِ وَتَرْكِهِ، وَيَقُولُونَ: فِعْلُهُ سُنَّةٌ وَتَرْكُهُ سُنَّةٌ، وَمَعَ هَذَا فَلَا يُنْكِرُونَ عَلَى مَنْ دَاوَمَ عَلَيْهِ، وَلَا يَكْرَهُونَ فِعْلَهُ، وَلَا يَرَوْنَهُ بِدْعَةً، وَلَا فَاعِلَهُ مُخَالِفًا لِلسُّنَّةِ،
"นักวิชาการหะดีษอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเหล่านั้นและผู้ที่ชอบให้กุหนูตขณะมีภัยพิบัติและไม่มีมัน พวกเขาชีื่นชมหะดีษมากกว่าทั้งสองกลุ่ม แท้จริงพวกเขา(นักหะดีษ)จะกุหนูตตามที่ท่านนบีซ.ล.กุหนูตและทิ้งกุหนูตตามที่ท่านทิ้ง พวกเขาจึงปฏิบัติตามท่านนบีซ.ล.ทั้งในด้านการกระทำและการทิ้งของท่านนบีซ.ล. พวกเขาจึงกล่าวว่า การทำกุหนูตเป็นซุนนะฮ์และการทิ้งกุหนูตเป็นซุนนะฮ์ และทั้งนี้ก็ไม่มีการปฏิเสธต่อผู้ที่ทำกุหนูตเป็นประจำ และไม่ถือว่าการทำมันเป็นส่ิงน่ารังเกียจ และไม่ถือว่าเป็นบิดอะฮ์ และไม่ถือว่าผู้ปฏิบัติมันขัดแย้งกับซุนนะฮ์" จากซาดุ้ลมะอ๊าด เล่ม1 หน้า266 |
ประเด็นนี้ ไม่ใช่ประเด็นที่จะกล่าวหาผู้ทำว่าเป็นบิดอะฮ อันนี้ เข้าใจกัน แต่ ประเด็นอยู่ที่หะดิษ ที่บ้างก็ให้การเชื่อถือ บ้างก็ไม่เชื่อถือ แต่ผลที่ตามมา คือ หุกุมที่แตกออกมา คือ ถ้าทิ้งต้องสุญูดสะฮวีย์ ซึ่งเป็นการเพิ่มหุกุมขึ้นมาอีกโดยไม่มีหลักฐาน ไม่มีสุนนะฮปรากฏ การเพิ่มสุญูด โดยไม่มีหลักฐานมันอันอันตราย จึงอยากทราบหลักฐานที่คุณอับดุฮสุญูดสะฮวีย์ เมื่อทิ้งกุนูตศุบฮิ คุณเอามาจากใหน _________________ จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
abdooh มือเก๋า
เข้าร่วมเมื่อ: 08/06/2012 ตอบ: 188
|
ตอบ: Mon Nov 26, 2012 2:38 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
ต้องขอบอกคุณอะสันว่า ผมเชื่อในซุนนะฮ์ของการอ่านดุอากุหนูตในละหมาดซุบห์ตามหลักฐานที่ปรากฎ ส่วนการสุหยูดซะฮ์วี ผมไม่ได้ยึดมั่นเช่นนั้นครับ |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
|