ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป |
ผู้ส่ง |
ข้อความ |
อับดุลเลาะห์(สอน) มือใหม่
เข้าร่วมเมื่อ: 25/09/2009 ตอบ: 26
|
ตอบ: Sun Sep 27, 2009 8:09 am ชื่อกระทู้: วิชา ซีเฮด ที่ทุกคน สงสัย |
|
|
อัสลามุอลัยกุม บัง asan คับ
55+มีปัญหามาถามอีก1เรื่องและ มันมีอยู่ว่า>>>
เรื่อง วิชาซีเฮด
1. จริงหรือไม่ที่บรรดาผู้เลี้ยง ญิน ทั้งหลายไม่ส่งข้าวปลาอาหารให้ญิน ตามเวลา หรือ
ตามกำหนด ญินผู้ที่ตนเลี้ยงนั้น จะย้อนกลับมากินภายในตัวเราเอง?
2. จริงหรือไม่ วิชาซีเฮด นั้นเป็นวิชาต้องห้าม ?
3. แช ของผมนั้น ท่านได้ทรงเลี้ยง ญิน การเลี้ยงญิน ของท่านนั้นผิดต่อหลักศาสนาหรือ ไม่ อย่างไร
*ช่วย อธิบายเกี่ยวกับ บุคคลที่รับ ตาลีกัต ซึ้ง ตาลีกัตนี้ เป็น วิธิการเข้าหา พระองค์ อัลเลาะห์
(ซ.บ.) ทางหนึ่ง
-*- วาน บังasan ช่วยหาข้อมูล ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ บังคนเก่ง |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
asan ผู้ดูแลกระดานเสวนา
เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005 ตอบ: 3165
|
ตอบ: Sun Sep 27, 2009 9:49 am ชื่อกระทู้: Re: วิชา ซีเฮด ที่ทุกคน สงสัย |
|
|
อับดุลเลาะห์(สอน) บันทึก: | อัสลามุอลัยกุม บัง asan คับ
1. จริงหรือไม่ที่บรรดาผู้เลี้ยง ญิน ทั้งหลายไม่ส่งข้าวปลาอาหารให้ญิน ตามเวลา หรือ
ตามกำหนด ญินผู้ที่ตนเลี้ยงนั้น จะย้อนกลับมากินภายในตัวเราเอง?
|
سئل الشيخ بن عثيمين: ما حكم خدمة الجن والإنس؟
فأجاب بقوله : ذكر شيخ الإسلام رحمه الله في المجلد الحادي عشر من مجموع الفتاوى ما مقتضاه أن استخدام الإنس للجن له ثلاث حالات :
الأولى : أن يستخدمه في طاعة الله كأن يكون نائبا عنه في تبليغ الشرع ، فمثلا إذا كان له صاحب من الجن المؤمن يأخذ عنه العلم فيستخدمه في تبليغ الشرع لنظرائه من الجن ، أو في المعونة على أمور مطلوبة شرعا فإنه يكون أمرا محمودا أو مطلوبا وهو من الدعوة إلى الله عز وجل. والجن حضروا للنبي صلى الله عليه وسلم وقرأ عليهم القرآن وولّوا إلى قومهم منذرين ، والجن فيهم الصلحاء والعباد والزهاد والعلماء لأن المنذر لا بد أن يكون عالما بما ينذر عابدا.
الثانية : أن يستخدم في أمور مباحة فهذا جائز بشرط أن تكون الوسيلة مباحة فإن كانت محرمة فهو محرم مثل أن لا يخدمه الجني إلا أن يشرك بالله كأن يذبح للجني أو يركع له أو يسجد ونحو ذلك .
الثالثة : أن يستخدم في أمور محرمة كنهب أموال الناس وترويعهم وما أشبه ذلك ، فهذا محرم لما فيه من العدوان والظلم ، ثم إن كانت الوسيلة محرمة أو شركا كان أعظم وأشد.
المصدر : الفتوى 193 من فتاوى العقيدة للشيخ رحمه الله
ชัยคฺมุฮัมมัด บิน ซอและฮ์ อัลอุษัยมีน์ ยัรฮุมุฮุลลอฮุตาอาลา ถูกถามเกี่ยวกับการใช้ญินว่ามีหุกุมว่าอย่างไร
เขาตอบ ด้วยการระบุว่า
ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ์ รอฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในเล่มที่ 11 จากหนังสือมัจญ์มั๊วะอฺ อัลฟะตาวา ซึ่งมีความหมาย ว่า การที่มนุษย์ได้ทำการใช้ญินนั้น มี 3 สภาพด้วยกัน
สภาพที่หนึ่ง
การที่มนุษย์ใช้ญินเกี่ยวกับการฏออัตต่ออัลเลาะฮ์ เช่นให้ญินเดินเนินการแทนเขาในการเผยแพร่ศาสนา อาทิเช่น เมื่อเขามีมิตรสหายเป็ญินที่ผู้มีผู้ศรัทธาได้รับความรู้มาจากเขา แล้วเขาก็ใช้ญินในการเผยแพร่ศาสนาให้กับมิตรสายทั้งหลายของเขาที่เป็นญิน , หรือให้ช่วยเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่ศาสนามีบัญญัติใช้ แท้จริงแล้วมันย่อมเป็นสิ่งที่ได้รับการสรรเสริญและถูกใช้ให้กระทำ และมันยังเป็นการเรียกร้องไปสู่อัลเลาะฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง ทรงเลิศยิ่ง และญินก็ได้หามาท่านนบี แล้วท่านก็อ่านอัลกุรอานให้แก่พวกเขา และพวกเขาก็หวนกลับไปยังกลุ่มชนของพวกเขาโดยทำหน้าที่ผู้คอยตักเตือน ในญินนั้นมีทั้งบรรดาญินดี ญินที่ทำอิบาดะฮ์ ญินที่มีความสมถะ และเป็นญินที่มีความรู้ เนื่องจากผู้ที่ทำหน้าที่ตักเตือนนั้นจำเป็นต้องเป็นผู้รู้ต่อสิ่งที่เขาได้นำมาบอกต่อผู้ทำอิบาดะฮ์
สภาพที่สอง
การที่มนุษย์ใช้ญินในเรื่องต่าง ๆ ที่มุบาฮฺ(อนุญาต) ซึ่งดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่อนุญาต แต่ด้วยเงื่อนไขที่ว่าสื่อที่นำมาใช้ต้องมุบาฮฺด้วย ดังนั้นหากสื่อที่นำมาใช้เป็นสิ่งที่ฮะรอม แน่นอนการใช้ญินก็เป็นสิ่งฮะรอม เช่น ญินจะไม่รับใช้เขานอกจากเขาต้องกระทำการตั้งภาคีต่ออัลเลาะฮ์ เช่น เชื่อดสัตว์ให้ญิน หรือก้มรอกั๊วะหรือสุยูดให้แก่ญิน และอื่นๆ
สภาพที่สาม
มนุษย์ใช้ญินในเรื่องที่ฮะรอม เช่น ปล้นสดมภ์ทรัพย์สินของผู้คนทั้งหลาย หรือทำให้ผู้คนหวาดกลัว และสิ่งที่คล้ายคลึงกับกรณีดังกล่าว ซึ่งดังกล่าวนี้ย่อมเป็นสิ่งที่ฮะรอม เพราะทำให้มีความเป็นศัตรูและอธรรมต่อกัน จากนั้นหากว่าสื่อ(ในการใช้ญิน)เป็นสิ่งที่ฮะรอมหรือชิริก การใช้ญินก็ย่อมเป็นบาปใหญ่และรุนแรง
ฟะตาวาหมายเลข193 จากฟะตาวาอะกีดะฮของเช็ค(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน
والله أعلم بالصواب
http://www.ahlalhdeeth.com/vb/showthread.php?t=42447 _________________ จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
asan ผู้ดูแลกระดานเสวนา
เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005 ตอบ: 3165
|
ตอบ: Sun Sep 27, 2009 10:05 am ชื่อกระทู้: Re: วิชา ซีเฮด ที่ทุกคน สงสัย |
|
|
อับดุลเลาะห์(สอน) บันทึก: | อัสลามุอลัยกุม บัง asan คับ
2. จริงหรือไม่ วิชาซีเฮด นั้นเป็นวิชาต้องห้าม ?
|
วิชาสิฮีร หรือใสย์ศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องห้าม และนำไปสู่การปฏิเสธศรัทธา(กุฟุร) ดังอัลกุรอ่านระบุว่า
وَاتَّبَعُواْ مَا تَتْلُواْ الشَّيَاطِينُ عَلَى مُلْكِ سُلَيْمَانَ وَمَا كَفَرَ سُلَيْمَانُ وَلَكِنَّ الشَّيَاطِينَ كَفَرُواْ يُعَلِّمُونَ النَّاسَ السِّحْرَ وَمَا أُنزِلَ عَلَى الْمَلَكَيْنِ بِبَابِلَ هَارُوتَ وَمَارُوتَ وَمَا يُعَلِّمَانِ مِنْ أَحَدٍ حَتَّى يَقُولاَ إِنَّمَا نَحْنُ فِتْنَةٌ فَلاَ تَكْفُرْ فَيَتَعَلَّمُونَ مِنْهُمَا مَا يُفَرِّقُونَ بِهِ بَيْنَ الْمَرْءِ وَزَوْجِهِ وَمَا هُم بِضَارِّينَ بِهِ مِنْ أَحَدٍ إِلاَّ بِإِذْنِ اللَّهِ وَيَتَعَلَّمُونَ مَا يَضُرُّهُمْ وَلاَ يَنفَعُهُمْ وَلَقَدْ عَلِمُواْ لَمَنِ اشْتَرَاهُ مَا لَهُ فِي الآخِرَةِ مِنْ خَلاقٍ وَلَبِئْسَ مَا شَرَوْا بِهِ أَنفُسَهُمْ لَوْ كَانُواْ يَعْلَمُونَ
-และพวกเขาได้ปฏิบัติตามสิ่งที่บรรดาชัยฏอน(ซาตาน)ในสมัยสุลัยมานอ่านให้ฟัง และสุลัยมานหาได้ปฏิเสธการศรัทธาไม่ แต่ทว่าชัยฏอนเหล่านั้นต่างหากที่ปฏิเสธศรัทธา โดยสอนประชาชนซึ่งวิชาไสยศาสตร์ และสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่มะลาอีกะฮ์(ทูตสวรรค์)ทั้งสอง คือฮารูต และมารูต ณ เมืองบาบิล และเขาทั้งสองจะไม่สอนแก่ผู้ใด จนกว่าจะกล่าวว่า แท้จริงนั้นเราเพียงเป็นผู้ทดสอบเท่านั้น ท่านจงอย่าปฏิเสธศรัทธาเลย แล้วเขาเหล่านั้นก็ศึกษาจากเขาทั้งสอง สิ่งที่พวกเขาใช้มัน ยังความแตกแยกระหว่างบุคคลกับภรรยาของเขา และพวกเขาไม่อาจทำสิ่งนั้นให้เป็นอันตรายแก่ผู้ใดได้ นอกจากอนุมัติของอัลเลาะฮ์เท่านั้น และพวกเขาก็เรียนสิ่งที่เป็นโทษแก่พวกเขา และมิใช่เป็นคุณแก่พวกเขา และแท้จริงนั้นพวกเขารู้แล้วว่า แน่นอนผู้ที่ซื้อมันไว้นั้น ในวันปรโลกเขาย่อมไม่มีส่วนได้ใดๆ และแน่นอนเป็นสิ่งที่ชั่วช้าจริงๆ ที่พวกเขาขายตัวของพวกเขาด้วยสิ่งนั้น หากพวกเขารู้-(อัลกุรอาน2/102)
.........................
โองการนี้ อัลเลาะฮ์ ทรงประทานให้นบีมูฮัมหมัด เพื่อโต้แย้งกับชาวยิวซึ่งพวกเขาอ่านคัมภีร์เตารอต(พระคัมภีร์เดิม)กันอยู่ ซื่งมีข้อกล่าวหาต่อท่านนบีสุลัยมาน(กษัตริย์โซโลมอนของชาวอิสราเอล)หลายเรื่องในนั้น เช่น การออกนอกแนวทางของอัลเลาะฮ์ รวมทั้งเรื่องการศึกษาวิชาไสยศาสตร์และเก็บรวบรวมตำราไว้ จนถึงเรื่องร้ายแรงที่สุดที่ชาวยิวในยุคท่าน นบีมูฮัมหมัด ซ.ล. ในเมืองมะดีนะฮ์(เมดินา)ต่างก็ปักใจเชื่อตามพระคัมภีร์เดิมของเขาที่ว่าท่าน นบีสุลัยมาน(โซโลมอน) เลิกนับถือ อัลเลาะฮ์ แต่หันไปนับถือศาสนาอื่นและบูชารูปปั้น ตามลัทธิศาสนาความเชื่อของบรรดา มเหสีและนางสนมจำนวนมากมายของท่าน
ดังนั้นฉันขอยกข้อความของนักอธิบายอัลกุรอาน มาให้ฟังอย่างละเอียดหน่อย เพราะแต่ละข้อความในโองการนี้ มีความรวบรัดมาก เพราะหากใครไม่มีความรู้ในประวัติศาสตร์ หรือข้อความที่มีอยู่ในคัมภีร์เตารอตซึ่งเป็นยุคก่อนหน้าท่านนบีเป็นพันปี(ยุคกษัตริย์โซโลมอนประมาน960ปี-586 ปี ก่อนค.ศ.ท่านนบีมูฮัมหมัดเกิดในปี ค.ศ. 570-571)ก็ยากที่จะเข้าใจ และสาวกส่วนใหญ่ของท่านก็เป็นอาหรับแทบทั้งสิ้นในช่วงเวลานั้น ย่อมมีข้อซักถามมากมาย และจากข้อซักถามเหล่านี้ก็เป็นข้อมูลที่นักอธิบายอัลกุรอานใช้ขยายความให้พวกเราได้เข้าใจในยุคนี้
ความที่ว่า และพวกเขาได้ปฏิบัติตามสิ่งที่บรรดาชัยฏอน(ซาตาน,ผู้ประพฤติชั่ว)ในสมัยสุลัยมานอ่านให้ฟังนั่นคือ พวกนักปราชญ์ของยิวกลุ่มหนึ่งที่ผินหลังให้แก่คัมภีร์เตารอต(โตรา)ได้ถือปฏิบัติในวิชาไสยศาสตร์ที่พวกประพฤติชั่วในสมัยท่าน นบีสุลัยมานเผยแพร่ พวกเขากล่าวว่า ท่านนบีสุลัยมานได้รวบรวมตำราไสยศาสตร์จากประชาชนแล้วนำไปฝังใต้บัลลังก์ของพระองค์ หลังจากที่พระองค์ได้สิ้นชีวิตลง ประชาชนก็นำตำราเหล่านั้นออกมาศึกษา และถ่ายทอดต่อๆกันมา ดังกล่าวมานี้เป็นเรื่องมุสา ซึ่งอิสราเอลได้กุขึ้นเพื่อเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติของตน โดยโยนบาปให้แก่ท่านนบีสุลัยมานผู้บริสุทธิ์
และความที่ว่า และสุลัยมานหาได้ปฏิเสธศรัทธาไม่นั้นคือ ท่านนบีสุลัยมานหาได้เชื่อถือและปฏิบัติในวิชาไสยศาสตร์แต่อย่างใดไม่ เพราะการเชื่อถือในวิชาไสยศาสตร์นั้นเป็นการปฏิเสธศรัทธา ในฐานะที่ท่านเป็นนบีของอัลเลาะฮ์ กระทำหน้าที่เชิญชวนประชาชนให้ยอมรับและยึดถือในเอกภาพของอัลเลาะฮ์ แล้วตัวท่านเองจะปฏิบัติในสิ่งตรงกันข้ามกระนั้นหรือ ย่อมเป็นไปไม่ได้แน่นอน ด้วยเหตุนี้อัลเลาะฮ์ ซ.บ.จึงได้ทรงแก้ข้อกล่าวหาของวงศ์วานอิสรออีล(อิสราเอล)หรือยิวในสมัยท่านนบีมูฮัมหมัด
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=452301 _________________ จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
asan ผู้ดูแลกระดานเสวนา
เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005 ตอบ: 3165
|
ตอบ: Sun Sep 27, 2009 10:17 am ชื่อกระทู้: Re: วิชา ซีเฮด ที่ทุกคน สงสัย |
|
|
อับดุลเลาะห์(สอน) บันทึก: |
3. แช ของผมนั้น ท่านได้ทรงเลี้ยง ญิน การเลี้ยงญิน ของท่านนั้นผิดต่อหลักศาสนาหรือ ไม่ อย่างไร
*ช่วย อธิบายเกี่ยวกับ บุคคลที่รับ ตาลีกัต ซึ้ง ตาลีกัตนี้ เป็น วิธิการเข้าหา พระองค์ อัลเลาะห์
(ซ.บ.) ทางหนึ่ง
-*- วาน บังasan ช่วยหาข้อมูล ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ บังคนเก่ง |
.........
คำตอบดูจากคำตอบข้อที่หนึ่ง
อยากจะแนะนำว่า แช ควรจะเลิกสิ่งเหล่านี้เสียเถิด แล้วเลี้ยงหลาน หรือไม่ก็เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ไว้กินไข่จะดีกว่า เรื่องของฏอรีกัต เป็นความเชื่อของลัทธิซูฟี เป็นความเชื่อแบบผิดผิดๆ เพราะหนทางที่จะเข้าหาอัลลอฮ คือ การปฏิบัติตามอัลกุรอ่านและอัสสุนนะฮ
{ قُلْ إِن كُنتُمْ تُحِبُّونَ اللّهَ فَاتَّبِعُونِي يُحْبِبْكُمُ اللّهُ وَيَغْفِرْ لَكُمْ ذُنُوبَكُمْ وَاللّهُ غَفُورٌ رَّحِيمٌ }آل عمران 31
จงประกาศเถิด (มุหัมหมัด) หากพวกท่านรักอัลลอฮ ก็จงปฏิบัติตามฉัน และอัลลอฮก็จะรักพวกท่านและอภัยความผิดแก่พวกท่าน และอัลลอฮนั้น คือ ผู้ทรงอภัยและเมตตายิ่ง - อาลิอิมรอน/31
والله أعلم بالصواب _________________ จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
อับดุลเลาะห์(สอน) มือใหม่
เข้าร่วมเมื่อ: 25/09/2009 ตอบ: 26
|
ตอบ: Sun Sep 27, 2009 10:33 am ชื่อกระทู้: ขอแย้ง นิดนะ บัง asan |
|
|
คือ เรื่อง แช ของผม ก่อน คือ( อัลมัรฮูม)แช นะ คงจะลุกขึ้นมาเลี้ยงเป็ด เลียงไก่ และ หลานไม่ได้หรอกนะ
ข้อท่าวความเกี่ยวกับแช ผมสักนิดแด่ความดีที่ท่านทำไว้มันมากมาย อัลฮำดุลิ้ลละห์ ที่ผมได้เกิดเป็นหลาน แช
ท่านชื่อ เชคครูเลาะห์(สอน) >>เยาะห์ ผมตั้งชื่อเหมือนแชด้วยคับ
เชคครูเลาะห์ (สอน) อับดุลลากาซิมท่านเป็นคนบางอ้อ เป็นอาจารย์ ของ
อ.สวาสดิ์ สุมาลัยศักดิ์
ท่านได้เป็น นักเรียนนอกคนแรกในประเทศไทย (ถ้าผู้ใด สง สัยลองไปหาหนังสือ อุลามะห์ของประเทศไทย) ที่กล่าวอ้าง ถึง แช ณ ตรงนี้ เพื่อ ให้บุคคล รุ่นให่มได้รู้จักผู้มีความรู้คนก่อน ๆ
อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง วัสลามคับ |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
asan ผู้ดูแลกระดานเสวนา
เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005 ตอบ: 3165
|
ตอบ: Sun Sep 27, 2009 10:40 am ชื่อกระทู้: Re: ขอแย้ง นิดนะ บัง asan |
|
|
อับดุลเลาะห์(สอน) บันทึก: | คือ เรื่อง แช ของผม ก่อน คือ( อัลมัรฮูม)แช นะ คงจะลุกขึ้นมาเลี้ยงเป็ด เลียงไก่ และ หลานไม่ได้หรอกนะ
ข้อท่าวความเกี่ยวกับแช ผมสักนิดแด่ความดีที่ท่านทำไว้มันมากมาย อัลฮำดุลิ้ลละห์ ที่ผมได้เกิดเป็นหลาน แช
ท่านชื่อ เชคครูเลาะห์(สอน) >>เยาะห์ ผมตั้งชื่อเหมือนแชด้วยคับ
เชคครูเลาะห์ (สอน) อับดุลลากาซิมท่านเป็นคนบางอ้อ เป็นอาจารย์ ของ
อ.สวาสดิ์ สุมาลัยศักดิ์
ท่านได้เป็น นักเรียนนอกคนแรกในประเทศไทย (ถ้าผู้ใด สง สัยลองไปหาหนังสือ อุลามะห์ของประเทศไทย) ที่กล่าวอ้าง ถึง แช ณ ตรงนี้ เพื่อ ให้บุคคล รุ่นให่มได้รู้จักผู้มีความรู้คนก่อน ๆ
อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง วัสลามคับ |
ขออัลลอฮ โปรดประทานความเมตตาและอภัยในความผิดพลาดของโต๊ะแชของคุณ อับดุลลอฮด้วยเถิด - อามีน _________________ จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
อับดุลเลาะห์(สอน) มือใหม่
เข้าร่วมเมื่อ: 25/09/2009 ตอบ: 26
|
ตอบ: Wed Sep 30, 2009 12:32 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
(มีข้อโต้แย้งอะไร เชิญครับ หลายคนหลายมุมมองครับ)
ข้าว ปลา เนื้อสัตว์ต่างๆ อาหารที่มีรูปร่างต่างๆล้วนเป็นอาหารกาย?
แน่นอน สิ่งเหล่านี้คืออาหารของร่างกายเรา เพื่อที่จะทำให้เรามีเรี่ยวแรง(เรี่ยวแรงนั้นมาจาก
พระองค์ อัลเลาะห์ ซ.บ.)ไปนู้นมานี่ได้ทำมาหากินได้ มีแรงทำความดีต่อพระองค์ นั้นล้วนแล้วแต่ คือ อาหารกาย
อาหารวิญญาณ คือ อะไร?
หลายคนคงยังไม่รู้ จัก ฎอรีกัต (กัดไม่ปล่อย) อันนี้ล้อเล่นนะ
ฎอรีกัต นั้นมันอยู่ ในลัทธิของ (ซูฟี)
ลัทธิ ซูฟีนั้น เป็นลัทธิ ที่มีความเคร่งศาสนาอย่างมาก ทำให้ (สุนนะห์ )ไม่ค่อยพอใจ อันเนื่องมาจากเขาเคร่งกว่ามั่ง ?
เรามาพูดกันต่อ ลัทธิซูฟี นั้น พยายามหาวิธีที่จะเขาหาพระองค์ อัลเลาะห์ (ซ.บ.) ให้มากที่สุด
เพื่อการทำความดีของเรานั้น จะได้ผลบุญมากที่สุด และการที่จิตใจเราจะอยู่ใกล้ กับ พระองค์ มากที่สุด.
เรามาต่อกันที่เรื่อง ของ ฎอรีกัต
การจะได้ฎอรีกัตมานั้นจะได้อย่างไรและวิธิไหน ?
อันนี้ไม่ไช่เรื่องง่าย การที่จะได้ ฎอรีกัต นั้นมันเป็น คนๆ หรือที่เรียก ว่า สืบต่อ ทายาทอะไรประมาณ นั้น
การมอบฎอลีกัต จะต้อง มอบ สองต่อ สองระหว่างผู้มี กับผู้รับมอบ
ถ้าสายสกุลไหนมี ฎอรีกัตอยู่แล้ว ลูกหลานคงจะอ้อน ขอกันได้ง่ายหน่อย
แต่สำหรับสายสกุลที่ไม่เคยได้รับมอบละ ? อันนี้ก์ ต้องพยายามเสาะหา (ขอพร ต่อ พระองค์
อัลเลาะห์ ซ.บ.)จะดีกว่า
ผู้ที่มีฎอลีกัตแล้วนั้น ถ้าเขาผู้นั้นหมั่น ทำฎอลีกัตทุกวัน แน่นอน หัวใจเขา จะอยู่กับ พระองค์ ตลอดเวลา?
คงจะไม่เข้าใจว่าตลอดเวลามันเป็นไง?
เคยไหม เวลานอนแล้ว หัวใจเราซิเกรเองได้?
อันนี้คง งง ไปตามๆกัน.
ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อ แต่พอตั้งใจทำอย่างจิงๆจังๆ ลิ้ลลาฮิตะอาลา แล้วนั้น มันจริง ครับ หัวใจ เราจ้องแต่จะ ลาอิลาฮาอิ้ลลั้ลลอฮ์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากพระองค์ อัลเลาะห์ (ซ.บ.)องค์เดียว
อันนี้เป็นเนื้อหาคร่าวๆ พอที่จะอธิบาย อย่างมีเหตุผลที่สุด นี่ไม่ไช่การ บิดอะห์ หรือการ อุตริ
อะไรทั้งสิ้น
อัลเลาะห์ (ซ.บ.)ทรงดูที่จิตใจ หาใช่รูปร่างหน้าตาไม่ เจ้าเหนียตจะทำความดี แค่เหนียตเจ้าก็ได้ผลบุญ ทั้งๆที่ยังไม่ลงมือปฎิบัติ ทำมัน นั้นแสดงให้เห็นว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากใจ ขอแค่ทุกท่าน (ลิ้ลลาฮิตาอาลา)เพื่อ อัลเลาะห์ (ซ.บ.)องค์เดียว ทำไปเถอะ ถ้าเพื่ออัลเลาะห์ ไม่เพื่อสิ่งใดแล้วละก็ อัลฮำดุลิ้ลละห์ ขอพระองค์ทรงตอบแทนแก่เขาด้วย เถิด อามีน
วัสลามมุอลัยกุ้มว่าเราะห์มาตุ้ลลอฮ์ ฮิว่าบารอกาตุ
ช่วยแสดงความคิด เห็น หรือ สอบถามอะไรก็ได้ ครับ
ผมจะเข้ามาตอบแด่ทุกท่าน (การให้ความรู้เปรียบเสมือนการบริจาคอย่างหนึ่ง)
การบริจาค นั้นอยู่ในรู่ก่น อิสลาม |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
asan ผู้ดูแลกระดานเสวนา
เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005 ตอบ: 3165
|
ตอบ: Wed Sep 30, 2009 1:40 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
อับดุลเลาะห์(สอน) บันทึก: | (มีข้อโต้แย้งอะไร เชิญครับ หลายคนหลายมุมมองครับ)
ลัทธิ ซูฟีนั้น เป็นลัทธิ ที่มีความเคร่งศาสนาอย่างมาก ทำให้ (สุนนะห์ )ไม่ค่อยพอใจ อันเนื่องมาจากเขาเคร่งกว่ามั่ง ?
เรามาพูดกันต่อ ลัทธิซูฟี นั้น พยายามหาวิธีที่จะเขาหาพระองค์ อัลเลาะห์ (ซ.บ.) ให้มากที่สุด
เพื่อการทำความดีของเรานั้น จะได้ผลบุญมากที่สุด และการที่จิตใจเราจะอยู่ใกล้ กับ พระองค์ มากที่สุด. |
คุณอับดุลลอฮ พี่น้องของผมครับ
ผมขอเรียนว่า หากคนที่เป็นชาวสุนนะฮ ไม่พอใจคนเคร่งศาสนา ผมว่า ชาวสุนนะฮคนนั้นเพี้ยนและมีใจอิจฉาริษยาแน่นอน แต่.. ที่เขาไม่พอใจคือ การเคร่งในสิ่งที่ไม่ได้มาจากคำสอนศาสนา ซึ่ง หมายถึง คำสอนที่มาจากกิตาบุลลอฮ และซุนนะฮของท่านรอซูลุลลอฮ
เพราะอัลลอฮตรัสว่า
وَمَن يَبْتَغِ غَيْرَ الإِسْلاَمِ دِينًا فَلَن يُقْبَلَ مِنْهُ وَهُوَ فِي الآخِرَةِ مِنَ الْخَاسِرِينَ 85 - (ال عمران
และผู้ใดแสวงหาศาสนาอื่นจากอิสลาม เขาก็จะไม่ถูกรับรอง จากมัน และในวันสุดท้าย เขาเป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาผู้ที่ขาดทุน" - ซูเราะฮอาลิอิมรอน อายะฮที่ 85
ท่านอิบนุกะษีร(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)อธิบายว่า
أي من سلك طريقا سوى ما شرعه الله فلن يقبل منه "وهو في الآخرة من الخاسرين" كما قال النبي صلى الله عليه وسلم في الحديث الصحيح "من عمل عملا ليس عليه أمرنا فهو رد
หมายถึง ผู้ใดก็ตามที่ดำเนินตามแนวทางอื่นจากสิ่งที่อัลลอฮทรงบัญญัติไว้ เขาก็จะไม่ถูกรับรอง และในวันสุดท้าย(วันอาคีเราะฮ) เขาเป็นส่วนหนึ่งจากบรรดาผู้ที่ขาดทุน ดังที่ท่านนบี ศอ็ลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวไว้ในหะดิษเศาะเฮียะว่า
ผู้ใดประกอบ การงานใดที่ไม่ใช่กิจการ(ศาสนา)ของเรา บนมัน มันถูกตีกลับ(ถูกปฏิเสธ) - ดูตัฟสีรอิบนุกะษีรอรรถาธิบาย ซูเราะฮอาลิอิมรอน อายะฮที่ 85
ส่วนฏอริกัตที่จะนำไปสู่การใกล้ชิดกับอัลลอฮนั้น คือ การปฏิบัติในสิ่งคำสอนศาสนาได้สั่งให้กระทำ และห่างใกลจากสิ่งที่ศาสนาห้ามไม่ให้กระทำ
ท่านนบี ได้สอนไว้ว่า
((ما تركت شيئاً يقربكم إلى الله إلا وأمرتكم به، وما تركت شيئاً يبعدكم عن الله إلا وقد نهيتكم عنه)
ฉันไม่ได้ทิ้งสิงใดที่ทำให้พวกท่านได้ใกล้ชิดต่ออัลลอฮ นอกจากฉันได้ใช้พวกท่าน ด้วยมันแล้ว และฉันไม่ได้ทิ้งสิ่งใด ที่ทำให้พวกท่าน ห่างใกลจากอัลลอฮ นอกจากฉันได้ห้ามพวกท่าน จากมันแล้ว (1)
@@@@@@@@@@@@@
-----------------------------------------
(1)
صحيح، أخرجه عبد الرزاق في مصنفه: كتاب الجامع باب القدر، حديث (20100)، وابن أبي شيبة: كتاب الزهد باب ما ذكر عن نبينا في الزهد (8/129)، والطبراني في المعجم الكبير، حديث (1647)، قال الهيثمي في المجمع: ورجال الطبراني رجال الصحيح، غير محمد بن عبد الله بن يزيد المقرئ، وهو ثقة (8/264). _________________ จะยืนหยัดอยู่บนความจริง แม้ว่าจะขมขื่นเพียงใดก็ตาม |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
sengship มือเก๋า
เข้าร่วมเมื่อ: 10/09/2008 ตอบ: 102
|
ตอบ: Thu Oct 01, 2009 12:28 am ชื่อกระทู้: |
|
|
แน่นอนจิงๆคับบัง azan |
|
กลับไปข้างบน |
|
|
|