ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
ขอเชิญร่วมสร้างมัสยิด
มูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม
ขอเชิญท่านบริจาคสมทบทุน
โครงการก่อสร้างอาคาร
มัสยิดอนุรักษ์



โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร

ชื่อบัญชี
มูลนิธิอนุรักษ์มรดกอิสลาม
ธนาคาร
กรุงไทย สาขาย่อยประเวศ
ประเภท กระแสรายวัน
เลขที่ 188 – 6 – 00316 – 5

>>>..ร่วมบริจาคคลิ๊ก!..<<<

ญะซากุมุ้ลลอฮุคอยร็อน


เมนูหลัก
 หน้าแรก(ข่าวสาร) :
 หน้าแรก
 ค้นหา
 หัวข้อเรื่องที่น่าสนใจ
 สำหรับสมาชิก :
 รายนามสมาชิก
 เข้าสู่ระบบ(สมัครสมาชิก!)
 ร่วมด้วยช่วยกัน :
 แนะนำบอกต่อ
 กระดานเสวนา
 
 สถิติของผู้เข้าชม :
 ยอดฮิตติดอันดับ
 แบบสำรวจ
 คู่มือและเอกสาร :
 ถาม-ตอบ
 วารสารประจำเวบ
 บริการอื่นๆ :
 ติดต่อลงโฆษณา
 ติดต่อเรา
 ห้องแสดงภาพ
 ดาวน์โหลด
 Mozaks_News

 เมนูทั่วไป :
เนตคุณแรงแค่ไหน!
ล้อเลียนการเมือง
เพิ่มเว็บนี้ใน Favourites !
เมล์ด่วนสายตรง
02:21:27
วัน : 21-08-2017
GMT : +0700

สาระวิชาการ
วิชาการ :
ศรัทธาและยึดมั่น
อัลฮะดีษ
จริยธรรมอิสลาม
ประเพณีและความเชื่อ
ประวัติศาสตร์อิสลาม
เหตุแห่งการประทานอัลกุรอาน
อุลูมุ้ลฮะดีษ
ตัฟซีรอัลกุรอาน
คอลัมน์ประจำ :
บทความทั่วไป
ตรรกวิทยา

ดาวน์โหลด

  1: ถาม-ตอบ
ดาวน์โหลด 262 ครั้ง

  2: ขุดโคตรชีอะ
ดาวน์โหลด 171 ครั้ง

  3: การทำแทน
ดาวน์โหลด 94 ครั้ง

  4: ศรัทธาแบบอิสลาม
ดาวน์โหลด 176 ครั้ง

  5: สัญญาณวันสิ้นโลก
ดาวน์โหลด 220 ครั้ง

  6: หลักยึดมั่น
ดาวน์โหลด 133 ครั้ง

..ดูทั้งหมด..

เว็บไซต์อนุรักษ์ซุนนะห์

เผยข้อเท็จจริงลัทธิชีอะห์:





แนวร่วมต่อต้านรอฟิเฏาะ

ภาษาอาหรับ

www.d-sunnah.net
www.fnoor.com
www.albrhan.com
www.wylsh.com
www.khominy.com
http://dhr12.com
www.albainah.net
www.ansar.org
www.almanhaj.com
www.almhdi.com

ภาษาอังกฤษ

www.ahlelbayt.com


หนังสือใหม่
ผลงานล่าสุด
ของ อ.ฟารีด เฟ็นดี้


รู้ทันชีอะฮ์



เผยกลลวงของชีอะห์ในการดึงมุสลิมออกจากอิสลาม
ตอบโต้ข้อกล่าวหา,ใส่ร้าย,ประณามศอฮาบะห์
ติดต่อและสั่งซื้อได้ที่
คุณยะอ์กู๊บ น้อยนงค์เยาว์
084 0004619


ข่าวสาร
หนังสือพิมพ์ไทย :
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
กรุงเทพธุรกิจ
ข่าวสด
ผู้จัดการออนไลน์
มติชน
ประชาไทย
ไทยนิวส์
ศูนย์ข่าวอิศรา
หนังสือพิมพ์อาหรับ :
الاهرام
الجمهورية
الوطن
القبس
البيان
الاتحاد
الرأي العام
الشرق الأوسط
السياسة
دار الخليج
ตำราศาสนาภาษาอาหรับ :
almeshkat
almaktba
kribani
sahab
internet radio
จส.100
คลื่นประชาธิปไตย


บทความเรื่อง ฟิร๊อก กลุ่มแนวคิดบิดเบือน
ตอนชีอะห์อิหม่ามสิบสอง

อย่าให้กะลิมะห์ชะฮาดะห์ของผู้ใดมาล่อลวงเรา
อิสลามไม่มีนิกาย
ข้อแตกต่างด้านโครงสร้างศาสนาของซุนนะห์กับชีอะฮ์
อัลกุรอานและฮะดีษตามความเชื่อของชีอะฮ์
อายะห์อัลกุรอานที่ขาดหาย
"อะฮ์ลุ้ลบัยต์" ครอบครัวและวงศ์วานของท่านนบี
ภรรยาของนบีคือ"อะฮ์ลุ้ลบัยต์"
ฮะดีษซะก่อลัยน์ สิ่งหนักทั้งสอง
ใครคือ"อะฮ์ลุ้ลบัยต์" ที่ระบุในซูเราะห์อัลอะห์ซาบ อายะห์ที่ 33
ฮะดีษกิซาอ์
ท่านอาลีและครอบครัว จากซูเราะห์อัซชุอะรออ์ อายะห์ที่ 23
"อิมามะห์"การศรัทธาต่ออิหม่าม
คำสั่งแต่งตั้งอิหม่าม
หลักฐานแต่งตั้งอิหม่าม จากซูเราะห์อัลมาอิดะห์ อายะห์ 55
อายะห์"อัตตับลีฆ" ซูเราะห์อัลมาอิดะห์ อายะห์ 67
มุบาฮะละห์
ฮะดีษ "มันซีละห์" เปรียบท่านนบีกับอาลีดั่งมูซากับฮารูณ
ละครฉากนี้ที่ "ฆ่อดีรคุม"
คำตอบจากท่านอาลี
อาลีช่วยด้วย !!
อาลี หรือ เยซู
นครแห่งความรู้
ฮุเซนมาจากฉันและฉันก็มาจากฮุเซน
ศอฮาบะห์ในมุมมองของชีอะห์
"อัศฮาบีย์" ประชาชาติของฉัน
ชีอะห์ใส่ร้ายศอฮาบะห์ว่าเป็นมุนาฟิก
พฤหัสบดีวิปโยค
จุดยืนของท่านอาลีที่มีต่อท่านอบูบักร์และท่านอุมัร
เมื่อท่านอาลีประณามและสาปแช่งชีอะฮ์

รายงานความคืบหน้าการนัดสนทนาระหว่างซุนนะห์กับชีอะฮ์


 ตอนที่ 26 ฮะดีษเมากูฟ

อุลูมุ้ลฮะดีษ
เรายังอยู่ในประเด็นของการอ้างถึงแหล่งที่มาของฮะดีษ ซึ่งท่านได้ทราบมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ฮะดีษบทใดที่อ้างถึงท่านรอซูล ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม จะถูกเรียกว่า ฮะดีษมัรฟัวอ์ และเช่นเดียวกัน ฮะดีษบทใดที่อ้างถึงคำพูดหรือการกระทำของศอฮาบะห์ จะถูกเรียกว่า مَوْقُوْفٌ “ฮะดีษเมากูฟ” ซึ่งเป็นฮะดีษที่สายรายงานสุดแค่ศอฮาบะห์ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำของศอฮาบะห์ที่ท่านนบีมิได้รับทราบด้วย

ฮะดีษเมากูฟยังถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า أَثَرٌ “อะษัร” มีความหมายว่า ร่องรอย โดยบรรดานักวิชาการด้านฮะดีษและฟิกฮ์ มักจะเรียกฮะดีษที่สืบถึงท่านนบีว่า “มัรฟัวอ์” หรือ “ค่อบัร” และเรียกฮะดีษที่สืบถึงศอฮาบะห์ว่า “เมากูฟ” หรือ “อะษัร” ตัวอย่างตำราฮะดีษที่นักวิชาการได้รวบรวมไว้โดยจำแนกประเภทฮะดีษระหว่าง ฮะดีษมัรฟัวอ์ (ค่อบัร) กับฮะดีษเมากูฟ (อะษัร) เช่นหนังสือชื่อ معرفة السنن والآثار ของท่านอิหม่ามบัยฮาบีย์ เป็นต้น

ในการเรียกฮะดีษที่สืบถึงศอฮาบะห์ว่า “เมากูฟ” หรือ “อะษัร” นั้นเป็นการเรียกโดยพิจารณาถึงแหล่งที่มาเพียงอย่างเดียว โดยยังไม่ได้พิจารณาความถูกต้องของสายรายงาน,ตัวผู้รายงาน หรือเนื้อหาของฮะดีษ เพราะฉะนั้น ฮะดีษเมากูฟ หรือ อะษัร ที่สืบถึงแค่ระดับศอฮาบะห์นี้ อาจจะศอเฮียะห์ (ดีเลศ) ฮะซัน (ดีพอใช้ได้) ฏออีฟ (อ่อน) หรือเมาฏัวอ์ (เก้) ก็อาจเป็นได้



ตัวอย่างฮะดีษเมากูฟ

عَنْ جَرِيْرِ بْنِ عَبْدِ اللهِ البَجَلِيِّ قَالَ كُنَّا نَرَى الاجْتِمَاعَ اِلَى أهْلِ المَيِّتِ وَصَنْعَةَ الطَعَامِ مِنَ النِيَاحَةِ


“ท่านญะรีร บินอับดิลลาฮ์ อัลบะญะลีย์ รายงานว่า พวกเราเห็นว่าการรวมตัวกันที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและการทำอาหาร
(ที่ครอบครัวผู้เสียชีวิต) เป็นส่วนหนึ่งจากนิยาหะฮ์” สุนันอิบนิมาญะห์ ฮะดีษเลขที่ 1601

หมายเหตุ นิยาหะฮ์ คือพิธีกรรมไว้ทุกข์แบบญาฮิลียะฮ์


ฮะดีษเมากูฟที่อยู่ในสถานะเดียวกับมัรฟัวอ์

ยังมีฮะดีษอีกลักษณะหนึ่งที่ก้ำกึ่ง คือเป็นคำพูดและการกระทำของศอฮาบะห์ที่คล้ายกับว่าจะอ้างถึงท่านนบีด้วยเช่น การที่บรรดาศอฮาบะห์กล่าวว่า أُمِرْنَا แปลว่า พวกเราถูกใช้ หรือ نُهِيْنَا แปลว่า พวกเราถูกห้าม ซึ่งการกล่าวเช่นนี้พิจารณาได้ว่า ท่านนบีเป็นผู้ใช้หรือเป็นผู้ห้ามพวกเขา เพราะฉะนั้นบรรดานักวิชาการฮะดีษส่วนใหญ่จึงจัดให้ฮะดีษเมากูฟประเภทนี้อยู่ในสถานะเดียวกับฮะดีษมัรฟัวอ์ คือหมายถึงฮะดีษที่อ้างถึงท่านนบีด้วย ตัวอย่างเช่น

عَنْ أُمِّ عَطِيَّةَ رَضِىَ اللهُ عَنْهَا قَالَتْ نُهِيْنَا عَنِ اِتِّبَاعِ الجَنَائِزِ وَلَمْ يُعْزَمْ عَلَيْنَا


“อุมมุนอะฏียะห์ ร่อดิยัลลอฮุอานฮา รายงานว่า พวกเราถูกห้ามตามส่งศพ แต่ก็ไม่ถึงกับห้ามเด็ดขาด”
บันทึกโดยอิหม่ามบุคคอรี ฮะดีษเลขที่ 1199

عَنْ أَنَسِ بْنِ مَالِكٍ قَالَ أُمِرَ بِلالٌ أنْ يَشْفَعَ الأذانَ وَأنْ يُوْتِرُ الاقَامَةَ


“ท่านอะนัสบินมาลิก รายงานว่า บิลาลถูกใช้ให้อะซานจำนวนคู่ และให้อิกอมะห์จำนวนคี่”
บันทึกโดยอิหม่ามบุคคอรี ฮะดีษเลขที่ 572

หรืออีกกรณีหนึ่งคือคำพูดหรือการกระทำของบรรดาศอฮาบะห์ที่รายงานว่า كُنَّا نَقُوْلُ พวกเราได้เคยกล่าวกันว่า และ كُنَّا نَفْعَلُ พวกเราได้เคยกระทำ หรือ كُنَّا نَرَى พวกเราได้เคยเห็นว่า หรือ مِنَ السُنَّةِ จากซุนนะห์เช่นนี้ ซึ่งคำรายงานเหล่านี้ได้อ้างถึงคำพูดและกระทำของศอฮาบะห์ ไม่ว่าพวกเขาจะพูดหรือกระทำในขณะที่ท่านนบียังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม โดยฮะดีษประเภทเหล่านี้แม้จะเป็นฮะดีษเมากูฟแต่บรรดาญุมฮูร (ปวงปราชญ์ด้านฮะดีษ) ก็จัดให้อยู่ในสถานะมัรฟัวอ์ด้วย ตัวอย่างเช่น

عَنْ جَابِرٍ قَالَ كُنَّا نَعْزِلُ عَلى عَهْدِ رَسُوْلِ اللهِ صَلى اللهُ عَليْهِ وَسَلَّمَ


“ท่านญาบิรได้รายงานว่า พวกเราเคยหลั่งอสุจินอกช่องคลอดในยุคของท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม”
บันทึกโดยอิหม่ามบุคคอรี ฮะดีษเลขที่ 4808

عَنْ جَابِرٍقَالَ كُنَّا نَأْكُلُ لُحُوْمَ الخَيْلِ عَلَى عَهْدِ رَسُوْلِ اللهِ صَلى اللهُ عَليْهِ وَسَلَّمَ


“ท่านญาบิรได้รายงานว่า พวกเราเคยกินเนื้อม้าในยุคของท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม”
บันทึกโดยอิหม่ามนะซาอีย์ ฮะดีษเลขที่ 4256

ตัวอย่างฮะดีษทั้งสองบทข้างต้นนี้ ท่านฮาฟิตอบูบักร์ อัลอิสมาอิลีย์ กล่าวว่าเป็นฮะดีษเมากูฟ หมายถึงสุดสายรายงานที่ศอฮาบะห์ชื่อ ญาบิรเท่านั้น แต่บรรดานักวิชาการฮะดีษส่วนใหญ่ให้สถานะของฮะดีษทั้งสองบทและฮะดีษทำนองนี้ว่าเป็น ฮะดีษมัรฟัวอ์ คืออ้างถึงท่านนบีด้วย (ดูตัดรีบุ้ลรอวีย์ หน้าที่ 186)

อีกตัวอย่างหนึ่งที่เป็นการกระทำของศอฮาบะห์ที่ถูกจัดให้อยู่ในสถานะมัรฟัวอ์เช่น


عَنْ عَطَاءِ بْنِ أَبِى رَبَاحٍ قَالَ صَلىَ بِنَا اِبْنُ الزُبَيْرِ فِى يَوْمِ عِيْدٍ فِى يَوْم جُمُعَةٍ أَوَّلَ النَهَارِ ثُمَّ رُحْنَا اِلىَ الجُمُعَةِ فَلَمْ يَخْرُجْ اِلَيْنَا فَصَلَيْنَا وُحْدَانًا وَكاَنَ ابْنُ عَبَّاسٍ بِالطَائِفِ فَلَمَّا قَدِمَ ذَكَرْنَا ذَلِكَ لَهُ فَقَالَ أَصَابَ السُنَّةَ


รายงานจากอะฏออ์ อิบนิอบีรอบาฮ์ว่า “ท่านอิบนุซุบัยร์ได้นำเราละหมาดอีดซึ่งตรงกับวันศุกร์ในตอนเช้า และเมื่อเราได้ไปละหมาดวันศุกร์ ท่านก็ไม่ได้ออกมานำเราละหมาด พวกเราจึงต่างคนต่างละหมาด ขณะนั้นท่านอิบนุอับบาสอยู่ที่เมืองฏออิฟ เมื่อท่านกลับมาเราจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ท่านกล่าวว่า ถูกต้องตรงตามซุนนะห์แล้ว” บันทึกโดยอบูดาวู๊ด ฮะดีษที่ 905

อิบนุซุบัยร์เป็นศอฮาบะห์ของท่านรอซูล ซึ่งการกระทำของท่านในรายงานข้างต้นนี้ถูกกำกับด้วยคำของท่านอิบนุอับบาสว่า “ถูกต้องตรงตามซุนนะห์แล้ว” ฉะนั้นจึงถือว่า ฮะดีษบทนี้เป็นฮะดีษเมากูฟที่อยู่ในสถานะมัรฟัวอ์ด้วยเช่นกัน

ประเด็นที่น่าติดตามก็คือ คำของศอฮาบะห์ที่อ้างถึงนบี แต่ถูกแย้งด้วยคำของศอฮาบะห์อีกท่านหนึ่ง อย่างนี้จะพิจารณาว่าเป็นฮะดีษมัรฟัวอ์หรือฮะดีษเมากูฟกันแน่ ตัวอย่างเช่น

قَالَ حُذَيْفَةُ لِعَبْدِ اللهِ يَعْنِي ابْنَ مَسْعُوْدٍ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ مررتُ عَلى أُنَاسٍ عَكُوف بَيْنَ دَارِكَ وَدَارِ أَبِِي مُوْسَى وَقَدْ عَلِمْتَ أَنَّ رَسُوْلَ اللهِ صَلى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ لاَ اِعْتِكَافَ اِلاَّ فِي المَسْجِدِ الحَرَامِ أو قَالَ فِي المَسْجِدِ الثَلاَثَةِ فَقَالَ عَبْدُ اللهِ لَعَلَّكَ نَسِيْتَ وَحَفِظُوا وَأخْطَأْ تَ وَأَصَابُوا


“ท่านฮุซัยฟะห์ได้กล่าวแก่อับดุลลอฮ์ หมายถึง อิบนิมัสอู๊ดว่า ฉันได้ผ่านผู้คนที่ทำการเอียะอ์ติกาฟ
(ในมัสยิด) ระหว่างบ้านของท่านกับบ้านของอบีมูซา ทีจริงแล้วท่านก็ทราบว่า ท่านรอซูลุ้ลลออ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า ไม่มีการเอียะอ์ติกาฟนอกจากในมัสยิดฮะรอม หรือในสามมัสยิดเท่านั้น ท่านอับดุลลอฮ์ได้ตอบว่า หวังว่าท่านอาจจะหลงลืมแต่พวกเขาจดจำมาก็ได้ หรือว่าท่านจะผิดแต่พวกเขาถูกก็เป็นได้” บันทึกโดยท่านอิหม่ามบัยฮะกีย์

ฮะดีษข้างต้นนี้เป็นรายงานการสนทนาระหว่างศอฮาบะห์สองท่านคือ ท่านฮุซัยฟะห์ บินญะมาล กับท่านอับดุลลอฮ์ อิบนิมัสอู๊ด ซึ่งปกติแล้วคำของท่านฮุซัยฟะห์ที่อ้างถึงท่านนบีนั้นก็ต้องถือว่าเป็นฮะดีษมัรฟัวอ์อย่างแน่นอน เพราะสุดคำรายงานที่ท่านนบี แต่ปัญหาก็คือท่านอิบนิมัสอู๊ดได้แย้งคำรายงานนี้ (หมายถึงท่านอิบนิมัสอู๊ดแย้งคำรายงานของท่านฮุซัยฟะห์ที่อ้างนบี ไม่ใช่แย้งคำท่านนบี) ด้วยคำพูดที่ว่า “หวังว่าท่านอาจจะหลงลืมแต่พวกเขาจดจำมาก็ได้ หรือว่าท่านจะผิดแต่พวกเขาถูกก็เป็นได้” นอกจากนั้นการกระทำของบรรดาผู้คนที่กำลังเอียะติกาฟกันอยู่ คือเหล่าศอฮาบะห์และตาบีอีนที่การกระทำของพวกเขาค้านกับคำรายงานของท่านฮุซัยฟะห์ จึงกลายเป็นประเด็นขัดแย้งของนักวิชาการในการให้สถานะของฮะดีษบทนี้ว่า เป็นฮะดีษมัรฟัวอ์ หมายถึงสิ้นสุดที่ท่านนบี หรือเป็นฮะดีษเมากูฟ คือเป็นคำพูดของท่านฮุซัยฟะห์เอง และการกระทำของผู้คนหมายถึงศอฮาบะห์และเหล่าตาบีอีนที่กำลังเอียะติกาฟกันอยู่นั้น พวกเขาได้ร่อยรอยมาอย่างไร ทำไมอิบนิมัสอู๊ดจึงให้การยอมรับ

ท่านผู้อ่านคงให้น้ำหนักและมีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่า ฮะดีษพิพาทนี้อยู่ในสถานะใด ระหว่างมัรฟัวอ์ กับเมากูฟ แต่ผมให้แง่คิดกับท่านเล็กน้อยว่า

เบาๆ กันหน่อย เพราะหันซ้ายก็โดนศอฮาบะห์ หันขวาก็โดนศอฮาบะห์
อะกีดะห์จะแกว่งนะขอรับท่าน



 
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม อุลูมุ้ลฮะดีษ
· เสนอข่าวโดย วิทยากร


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด อุลูมุ้ลฮะดีษ:
ตอนที่ 28 ฮะดีษมุตะวาติร


คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 0
จำนวนผู้ลงคะแนน: 0

โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่


ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์


หัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

อุลูมุ้ลฮะดีษ

News ©







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.09 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004