ข้าวตังไก่หยองตรา..ฮาซัน..

ยินดีต้อนรับสู่ Moradokislam.org!
Homeหน้าแรก     Forumsกระดานข่าว     Your Accountสำหรับสมาชิก     Downloadsดาวน์โหลด     Submit Newsเผยแพร่ข่าวสาร     Topicsหัวข้อเรื่อง     Select Thai LangaugeThai Langauge   
อนุรักษ์มรดกอิสลาม :: ดูกระทู้ - ว่าด้วยเรื่อง ฮิญาบ เพราะสาเหตุใดในอิสลามจึงได้มีทั้ง 3 แบบ
อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก อนุรักษ์มรดกอิสลาม  
  เพื่อการอนุรักษ์มรดกอิสลาม      คำถามถามบ่อยของกระดานข่าว      ค้นหา      รายนามสมาชิก  
  · เข้าระบบ ข้อมูลส่วนตัว · เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ · กลุ่มผู้ใช้งาน  
ว่าด้วยเรื่อง ฮิญาบ เพราะสาเหตุใดในอิสลามจึงได้มีทั้ง 3 แบบ
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> เกี่ยวกับมุสลิมะห์
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
ba
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2005
ตอบ: 27


ตอบตอบ: Mon Jan 16, 2006 12:40 pm    ชื่อกระทู้: ว่าด้วยเรื่อง ฮิญาบ เพราะสาเหตุใดในอิสลามจึงได้มีทั้ง 3 แบบ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

แบบ เปิดใบหน้า

แบบ ปิดใบหน้า

แบบ ปิดหมดทั้งใบหน้าและดวงตา

ดิฉันกำลังตัดสินใจอยู่ค่ะว่าจะเป็นแบบไหนดี ตอนนี้กำลังเปิดใบหน้าอยู่ค่ะ บ้างวันก็ปิดหน้าเหลือแต่ดวงหน้าทั้ง 2 แบบนี้จะทำรู้สึกอึดอัดมากค่ะ หายใจลำบาก แต่ที่ทำนี้เพราะมีนียะที่ดีว่าเป็นการปฏิบัติของคำสั่งของอัลลอฮฺ จึงซอบัรไว้

แต่ดิฉันยังไม่มีข้อมูลจริง ๆ เลยค่ะ ว่าทั้ง 3 แบบนี้ มีไว้สำหรับช่วงสถานการณ์ใดจึงเป็นที่เหมาะสมที่สุดและได้ผลบุญดีที่สุด

ต้องการคำแนะนำและข้อมูลมาก ๆ เลยค่ะ

ยาซากุมุลลอฮฺ



wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jan 16, 2006 3:51 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
ขอชมเชยและชื่นชม คุณ ba ที่ให้ความสำคัญกับหลักการแต่งการในศาสนาอิสลามเป็นอย่างมา ขอให้คุณ อ่านบทความต่อไปนี้นะครับ ในสามแบบที่คุณกล่าวมานั้น คุณสะดวกแบบใหน ก็ถือว่าถูกต้องทั้งนั้นแหละครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Mon Jan 16, 2006 3:54 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
ขอชมเชยและชื่นชม คุณ ba ที่ให้ความสำคัญกับหลักการแต่งการในศาสนาอิสลามเป็นอย่างมา ก สามแบบที่คุณกล่าวมานั้น คุณสะดวกแบบใหน ก็ถือว่าถูกต้องทั้งนั้นแหละครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
AbdurRahman
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 26/07/2005
ตอบ: 185


ตอบตอบ: Mon Jan 23, 2006 9:45 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
แหม โพสที2กระทู้เลยนะบัง แก่แล้วหลบไปก่อน เด๋วหนุ่มๆจะมาแนะนำเอง
ว่าแต่น้อง บาอ์ บ้านอยู่แถวภาคไหนหรือครับ ทำไมถึงคลุมหน้า ใครเป็นคนสอนคนแรกของน้องที่ให้น้องคลุมหน้าครับ
รบกวนถามรายละเอียดนิดนึงนะครับ
Rolling Eyes Rolling Eyes Rolling Eyes
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
AbdurRahman
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 26/07/2005
ตอบ: 185


ตอบตอบ: Tue Jan 24, 2006 8:58 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
ถามแค่นี้ก็โดนต่อว่าไม่มีมารยาทซะแล้ว เสียใจจิงๆ ไม่ถามก็ได้ Mad
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
nur-ainee
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 25/10/2005
ตอบ: 16


ตอบตอบ: Sun Apr 16, 2006 2:46 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


อัยนีว่าปิดตา ก้ออัฟดอลสุดนะ เพราะบางทีเราปิดหน้า แต่ไม่ปิดตาก้อฟิตนะฮฺ เหมือนกัน เพราะคนจะสังเกตุว่า เราผิวสีอะไร หรือมีเค้าว่าจะสวยหรือเปล่า เวลาปิดตาเนี่ย อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ไม่มีใครกล้าแซว และไม่มีใครกล้ามาเดินเบียดเลยค่ะ แรกๆๆ ร้อนหน่อย หลังๆก้อชินเอง แล้วเราจะรู้ว่า บ้านคือสวรรค์ของเรา เพราะเราไม่ต้องคลุมอะไรเลย 555
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
fais
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 01/09/2005
ตอบ: 84


ตอบตอบ: Sun Apr 16, 2006 4:33 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam
เป็นอันว่า คุณผู้หญิงคนใหนถ้าใครรู้ตัวเองว่าสวยและกลัวว่าจะเป็น ฟิตนะห์ ก็จงคลุมฮียาบให้เต็มตัว Razz

และถ้าใครรู้ตัวเองว่าขี้เหร่ ดูไม่ได้เลย อันนี้ก็ไม่เป็นฟิตนะห์ ยกเว้นขี่เหร่แล้วแต่แต่งหน้าให้สวยก็เช่นกัน อาจจะเป็นฟิตนะห์ได้ นะครับ Evil or Very Mad
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ba
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2005
ตอบ: 27


ตอบตอบ: Wed May 03, 2006 9:57 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

หน้าตาไม่สวย แล้วอยากปิดได้ป่ะค่ะ แบบว่าอยากใส่ค่ะ บ้างครั้งมันก็เก๋ดีออก

หรือใส่เพื่อเข้าสังคมได้ป่ะค่ะ ไปไหนมาไหนคนก็สนใจ Very Happy

เห็นผู้ชายหลายคนขนาดแต่งงานเขาก็จะเลือกคนที่ปิดหน้ามากกว่าที่ไม่ปิด จะปิดเพื่ออย่างนี้ได้ป่ะ จะได้แต่งงานเร็ว ๆ Rolling Eyes

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ba
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 12/12/2005
ตอบ: 27


ตอบตอบ: Wed May 03, 2006 10:03 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

เพ้อเจ้อไปใหญ่แล้วเรา ... ทำอีบาดะเพื่ออัลลอฮฺดีกว่าการสอบสวนจะได้เบาบาง อินชาอัลลอฮฺ

wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
มนุษย์
มือใหม่
มือใหม่


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2005
ตอบ: 19


ตอบตอบ: Fri May 05, 2006 11:16 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แนะนำว่า ให้เข้าไปหาข้อมูลที่www.mureed.com ลองsearch หาคำว่าปิดหน้าก็ได้ค่ะ
เพราะที่นั่น อ.มุรีด เคยตอบคำถามไว้เรื่องเหตุผล+หลักฐานการปิดหน้า

เราเป็นคนหนึ่งที่ปิดหน้า แรกๆอาจมีบ้างที่หายใจไม่สะดวกแต่อัลฮัมดุลิลละห์ เพื่อความศรัทธาและภักดี เดี๋ยวก็ชินค่ะ คิดเสียว่าในนรกร้อนกว่านี้อีก

Very Happy เอามาฝากไปอ่านเจอมาค่ะ



ย่างก้าวแรกที่ออกสู่โลกภายนอก

คือภาพของผู้คนหลากหลายรูปแบบ

บ้างคือกลุ่มคนที่ไม่สนใจใช้ปัญญาคิด แม้แต่เรื่องของผู้ที่สร้างพวกเขามา

บ้างคือกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ โดยมีความสุขกับการไปเที่ยวและฟังเพลง

บ้างคือกลุ่มคนที่เคยได้ฟังสัจธรรม แต่ก็ปฏิเสธเพียงเพราะต้องการอิสระ

บ้างคือกลุ่มคนที่บอกว่า “ฉันเป็นอิสลาม” โดยไม่ใยดีแม้เรื่องละหมาด

บ้างคือกลุ่มคนที่อุทานว่า “อัลลอฮฺ” แต่ก็ไม่ได้รู้จักพระองค์อย่างแท้จริง

บ้างคือกลุ่มคนที่ละหมาดครบห้าเวลา และถือว่านั่นเพียงพอแล้ว

สิ่งหนึ่งที่ได้รับจากคนเหล่านั้น

คือสายตาที่มองมาพร้อมคำถาม...

“ทำไมต้องปิดอะไรมากมายขนาดนั้นด้วย”

“ทำไมต้องเคร่งด้วย ฉันไม่เคร่งสบายกว่าตั้งเยอะ”

“บ้ารึเปล่า”

“ไม่ร้อนรึไง”

“เฮ้ย ๆ นินจาว่ะ”

“ว้าย! ขอโทษค่ะนึกว่าผี”


คงไม่มีใครที่ผ่านสายตาและคำพูดเหล่านี้ไปอย่างสบายใจ

แค่อาจแตกต่างกันในระดับความกังวล

แต่เมื่อกลับมุมมอง

ทำไมต้องเกิดสายตาและคำถามเหล่านั้น

เพราะเขาไม่รู้? หรือไม่คิด? หรือไม่อยากจะคิด?

แล้วฉันได้ทำอะไรเพื่อเรียกร้องพวกเขาบ้าง

ทำสิ! ฉันแต่งตัวแบบนี้เพื่อเรียกร้องให้พวกเขาคิดไง

แต่เมื่อพวกเขาไม่คิด... ฉันก็ต้องทำอะไรมากกว่านั้น

ต้องทำให้มากพอที่จะไปตอบกับอัลลอฮฺในวันกิยามะฮฺ

ว่าฉันได้ทำหน้าที่ในส่วนของฉันอย่างเต็มที่แล้ว

บทสรุปของเรื่องนี้

ก็ยังคงจบลงด้วยสายตาและคำถาม

แต่ภายใต้ฮิญาบที่ถูกมอง

ไม่มีเวลาสำหรับความวิตกกังวลอีกต่อไป

เพราะเวลาที่มีอยู่ หมดไปกับการครุ่นคิดต่อภาระอันยิ่งใหญ่

“ฉันจะทำอะไรได้บ้างเพื่อเรียกร้องพวกเขาสู่อิสลาม!”

โดย : อุมมุ ฮัมซะฮฺ
บทความจาก : ห้องนั่งเล่น
กลุ่มบทความ : มองผ่านม่าน


ที่มา : http://baanmuslimah.pinonlines.com/
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Fri May 05, 2006 8:18 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

บัญญัติของอิสลามที่ พระองค์อัลลอฮ์ ทรงบัญญัติ ไว้ใน อัลกุรอานนั้น มุสลิมปฏิบัติโดยเคร่งครัด บัญญัติที่ป็น ข้อปฏิบัติ เช่น การ ทำละหมาด, การถือศีลอด, การประกอบพิธีฮัจจฺ, การจ่ายซะกัต ฯลฯ และที่เป็นข้อห้าม เช่น ห้ามดื่มสุรา, ห้าม บริโภคเนื้อสุกร, ห้ามไหว้เคารพบูชารูปปั้น ฯลฯ นั้น ข้อห้ามและข้อปฏิบัติ ต่างๆ เหล่านี้ มุสลิมปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด โดยไม่ต้อง มีการบังคับ และ กล่าวชักชวน แต่อย่างไร มุสลิมทุกๆท่านทำด้วยความศรัทธา อย่างจริงใจ “อินชาอัลลอฮ์” โดยพระประสงค์ ของ พระองค์ อัลลอฮ์

ดังนั้น ถ้าการสวมฮิญาบเป็น ข้อบัญญัติ และ พระประสงค์ของพระเจ้า(อัลลอฮ์) และเป็นบัญญัติ แล้ว ทำไม จึงเป็นการ ยากสำ หรับ มุสลิมมะ ที่จะต้องมีการ บังคับ หรือ เชิญชวน ให้ ใส่ฮิญาบ? , และทำไมประเทศที่ มีประชาชน นับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ ใน ตะวันออกกลาง บางประเทศ จึงไม่มีการบังคับในเรื่อง การสวมฮิญาบ โดยที่ผู้นำของเขา เชื่อว่า “การสวม ฮิญาบ” เป็นประเพณี อรับ และแยก ไม่ได้ว่า ผู้สวม ฮิญาบ อาจจะ เป็น ยิว, คริสเตียน หรือ มุสลิม ก็ได้ อาจารย์ทั้งหลายทราบดีว่า ไม่มีการบังคับให้ สตรี มุสลิม สวมฮิญาบ ใน อัลกุรอาน ซึ่งผมและมุสลิมอีกหลายท่าน เขียนเรื่องนี้มาแล้ว และโต้กันมาอย่างยืดยาวแล้ว

ตัวอย่างในประเทศไทยที่เห็นได้ชัดว่า “ฮิญาบเป็นเพียงเครื่อง แบบ และเครื่อง แต่งกาย ชนิดหนึ่งเท่านั้น” เช่นการปฏิบัติ ที่ร้านอาหาร มุสลิม ที่ ใหญ่ และทันสมัยมาก แห่งหนึ่ง แถวๆ พระโขนง ปิดร้านวัน สงกรานต์ ผมเกิดความสงสัย ทำไม มุสลิม จึงปิดกิจการ วันสงการานต์ คำตอบก็คือ พนักงานเสริฟ ต้องกลับบ้าน ไปฉลองวันสงกรานต์ ผมจึงถามว่า “เขาไม่ได้เป็นมุสลิมหรือ เห็นทุกๆคน สวมฮิญาบ ? เขาตอบว่ามันเป็นเพียง เครื่องแบบ เท่านั้น ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว การสวมฮิญาบ จะมีความหมายอย่างไร สำหรับมุสลิมมะ

ถ้าการสวมฮิญาบ จะทำให้ มุสลิมมะ ขึ้นสวรรค์แล้ว ไม่มีทางใดหรือที่มุสลิมมะจะได้ขึ้นสวรรค์ และมีความสุข เช่นเดียวกับ มุสลิมชาย บนสวรรค์ มีอะไรเป็นรางวัลให้กับ มุสลิมมะที่รออยู่บนสวรรค์บ้าง?

เท่าที่อ่านดูบทสนทนาต่างๆ ในกระดานเสวนานี้ มุสลิม ต้องการเพียงรางวัลบนสวรรค์ เท่านั้น หาได้ มีความศรัทธา ต่อพระองค์ อัลลอฮ์ อย่างแท้จริงไม่ , ทุกๆอย่างมี เงื่อนไขเกี่ยวกับการ กระทำที่จะได้บุญและผลตอบแทนมากน้อย จากพระเจ้า เท่าใด

ผมมีความรู้สึกว่า ถ้า มุสลิม มีความศรัทธาต่อพระองค์อัลลอฮ์ เพื่อหวังผลตอบแทนแล้ว เท่ากับ มุสลิมเราหลอกตัวเอง และผู้อื่น ว่า เราศรัทธา ต่อพระองค์ อัลลอฮ์ แต่ด้วยความจริง แล้ว การกระทำหรือปฏิบัติ เกิดจากความ โลภและ ความสุขบนสวรรค์ ที่มีทั้งสุรา และ นารีเป็นรางวัลสำหรับ ผู้ชายเท่านั้น(เป็นเพียงการอุปมาอุปมัย ในอัลกุรอาน), ผมคิดว่ามุสลิมเราควรจะเปลี่ยนทัศนะในความศรัทธาด้วยแสดงความศรัทธา ต่อพระองค์อัลลอฮ์ อย่างจริง ใจ โดยไม่ต้อง หวัง ผลตอบแทนจากพระองค์ และทิ้งเรื่องรางวัลเป็น เพียง พระประสงค์ ของพระองค์ เท่านั้น “อินชาอัลลอฮ์”

wassalam

แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
อับดุรเราะฮ์มาน
มือเก่า
มือเก่า


เข้าร่วมเมื่อ: 14/02/2006
ตอบ: 56


ตอบตอบ: Sun May 28, 2006 9:24 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อัสสลามมุอะลัยกุ้ม ขอความสันติสุขจงมีต่อทุกๆท่านนะครับ
นานมากที่ไม่ได้เข้ามาและคงจะไม่ได้เข้ามาบ่อยๆเหมือนเช่นแต่ก่อนเพราะผมต้องใช้เวลาชุโกรกับความโปรดปรานที่พระองค์มีให้ผม กับภรรยาทั้งสาม -*- ในการที่จะ(ฆ่ายิว)เอ๊ยผลิตประชาชาติตัวอย่าง พอดีอ่านข้อความของพี่มูฮำหมัด อี.ยูซุฟ หรือที่เราๆท่านๆรู้จักในชื่อ มุชริก ว่า แมท??? (เพราะพี่เค้านิยมให้เราเรียกเช่นนั้น) แล้วไม่ค่อยสบายใจครับซึ่งก็ไม่ค่อยสบายใจทุกทีที่อ่านข้อความของพี่ท่านนี้จริงๆ (บางคนอ่านข้อความของผมก็คงไม่สบายใจกับข้อความผมเช่นกันมั้ง หุหุ ขอมะอัฟล่วงหน้าด้วยแล้วกันนะครับโดยเฉพาะเรื่องการต่อต้านชื่อมูลนิธิ)
พี่บอกว่า “ผมมี”ความรู้สึก”ว่า ถ้า มุสลิม มีความศรัทธาต่อพระองค์อัลลอฮ์ เพื่อหวังผลตอบแทนแล้ว เท่ากับ มุสลิมเราหลอกตัวเอง และผู้อื่นว่า เราศรัทธา ต่อพระองค์ อัลลอฮ์ แต่ด้วยความจริง แล้ว การกระทำหรือปฏิบัติ เกิดจากความ โลภและ ความสุขบนสวรรค์ ที่มีทั้งสุรา และ นารีเป็นรางวัลสำหรับ ผู้ชายเท่านั้น” (เป็นเพียงการอุปมาอุปมัย ในอัลกุรอาน)
และพี่ยัง “คิดว่า”มุสลิมเราควรจะเปลี่ยนทัศนะในความศรัทธาด้วยแสดงความศรัทธา ต่อพระองค์อัลลอฮ์ อย่างจริง ใจ โดยไม่ต้อง หวัง ผลตอบแทนจากพระองค์
โชคดีนะครับที่พี่แค่คิด โชคดีนะครับที่พี่แค่รู้สึกและไม่ได้”ชี้ขาด”ว่าคำพูดของพระองค์เป็นแค่คำอุปมาอุปมัย
พี่บอกว่า”เท่าที่อ่านดูบทสนทนาต่างๆ ในกระดานเสวนานี้ มุสลิม ต้องการเพียงรางวัลบนสวรรค์ เท่านั้น หาได้ มีความศรัทธา ต่อพระองค์ อัลลอฮ์ อย่างแท้จริงไม่ , ทุกๆอย่างมี เงื่อนไขเกี่ยวกับการ กระทำที่จะได้บุญและผลตอบแทนมากน้อย จากพระเจ้า”
พี่ครับ มุสลิมต้องการ”รางวัล”บนสวรรค์ นี่ยังไม่สะกิดใจพี่อีกเหรอครับ ว่า มันต่างกันยังไงกับการลงโทษในนรก “ใคร”กันครับเป็นผู้มีอำนาจเต็ม และการที่มุสลิมจะคิดถึงสวรรค์ได้มันเป็นเรื่อง ออโตเมติกทางความคิดเลย ว่า พวกเขาต้องรู้แล้วและศรัทธาอย่างแท้จริงว่า พระองค์อัลลอฮ์อัซซะวะญัลนั้น เป็นเจ้าของสวรรค์ แล้วมันเป็นยังไงล่ะครับถ้าการที่มุสลิมจะแสวงหาการกระทำที่จะได้ผลตอบแทนมากๆ พี่ไม่ตระหนักหรือครับว่า คำว่า”ผลบุญมากๆ” ถ้าเรากระทำในคอนเซปท์นั้นได้จะเป็นการยกระดับความเป็น”มนุษยชาติตัวอย่าง”ที่พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้เราทุกคนเป็น และก็เอาสวรรค์ไปเป็นรางวัลซึ่งมีข้อแม้อยู่แล้วครับว่าต้องทำด้วยใจที่"อิคลาส" แล้วพี่ยังคิดอยู่ได้ไงว่าพวกเขาหาได้ศรัทธาต่อพระองค์อย่างแท้จริง
ลองสมมุติเรื่องดูซักเรื่องนะครับ-ถ้านายดำเอาเงินเข้าฝากใน”ธนาคารแสนดี”ที่มีความมั่นคงสุดๆทีละเล็กทีละน้อยไปเรื่อยๆทุกๆวันเพื่อเก็บสะสมไว้ แล้วจู่ๆวันนึงก็มีนายแดงมาบอกว่าเงินที่ดำฝากไว้ในธนาคารน่ะ อย่าไปคาดหวังว่าจะได้คืนเลยนะปล่อยให้สุดแล้วแต่ทางธนาคารแล้วกัน- พี่ว่านายแดงมันบ้าหรือประสาทไม้ครับ
พี่น่าจะรู้ดีว่าพวกเราคือ “ประชาชาติที่ดีที่สุดที่ถูกส่งลงมาเป็นแบบอย่างต่อมวลมนุษยชาติ” การตอบแทนในสิ่งต่างๆที่พระองค์ได้ทรงสัญญาเอาไว้เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอนที่จะเกิดขึ้น นี่แหละครับคือการศรัทธาในพระองค์อย่างแท้จริง
พี่จะอ้างว่า “และทำไมประเทศที่ มีประชาชน นับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ ใน ตะวันออกกลาง บางประเทศ จึงไม่มีการบังคับในเรื่อง การสวมฮิญาบ โดยที่ผู้นำของเขา เชื่อว่า “การสวม ฮิญาบ”เป็นประเพณี อรับ”
เพราะอะไรพี่น่าจะรู้นะครับ ว่า”ผู้นำ”เหล่านั้นมันไม่มีความรู้ความเข้าใจในศาสนาหรือไม่ก็เข้าใจศาสนาในแนวทางที่ผิดๆ(น่าจะบอกมานะครับว่าประเทศอะไร เฉลยมาได้ฮาตึงแน่ หุหุ)
ท้ายที่สุดอยากจะรู้จริงๆครับที่พี่ว่า”อาจารย์ทั้งหลาย”ทราบดีว่า ไม่มีการบังคับให้ สตรี มุสลิม สวมฮิญาบ ใน อัลกุรอาน ซึ่งผมและมุสลิมอีกหลายท่าน เขียนเรื่องนี้มาแล้ว และโต้กันมาอย่างยืดยาวแล้ว
ขอซักชื่อได้มั้ยครับพี่ว่า “อาจารย์ทั้งหลาย” มีอาจารย์อะไรบ้าง อาจมกะอาเจียนไม่เอานะครับเพ่!!!!
ด้วยรักในทุกๆท่านแต่น้อยกว่าอัลลอฮ์และร่อซุ้ล (รวมทั้งภรรยาทุกท่าน หุหุ)
อับดุรเราะฮ์มาน บินอับดุลเลาะฮ์ บินอิบรอฮีม กำลังหล่อวันหล่อคืน Razz
wassalam
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
dabdulla
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 15/06/2005
ตอบ: 437


ตอบตอบ: Mon May 29, 2006 1:25 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จากคุณ แมทท์

ผมมีความรู้สึกว่า ถ้า มุสลิม มีความศรัทธาต่อพระองค์อัลลอฮ์ เพื่อหวังผลตอบแทนแล้ว เท่ากับ มุสลิมเราหลอกตัวเอง และผู้อื่น ว่า เราศรัทธา ต่อพระองค์ อัลลอฮ์ แต่ด้วยความจริง แล้ว การกระทำหรือปฏิบัติ เกิดจากความ โลภและ ความสุขบนสวรรค์ ที่มีทั้งสุรา และ นารีเป็นรางวัลสำหรับ ผู้ชายเท่านั้น(เป็นเพียงการอุปมาอุปมัย ในอัลกุรอาน), ผมคิดว่ามุสลิมเราควรจะเปลี่ยนทัศนะในความศรัทธาด้วยแสดงความศรัทธา ต่อพระองค์อัลลอฮ์ อย่างจริง ใจ โดยไม่ต้อง หวัง ผลตอบแทนจากพระองค์ และทิ้งเรื่องรางวัลเป็น เพียง พระประสงค์ ของพระองค์ เท่านั้น “อินชาอัลลอฮ์”

_____________________________________________________________________

คุณแมทท์ครับ

การที่มุสลิมมีความศรัทธาในเรื่องวันสิ้นโลก และ นรก สวรรค์นั้น เป็นจุดยืนที่สำคัญของผู้ที่จะเป็นประชาชาติตัวอย่างของโลก เพราะอะไรรู้มั้ยครับ

1. เวลาที่เขาทำความดีกับเพื่อนมนุษย์ เขาก็ไม่คุยโวโอ้อวด เพราะเขารู้ว่าสิ่งนี้จะทำให้ความดีของเขาต้องมลายไป
2. เขาไม่กิน ดอกเบี้ย เพราะคนที่มีความหวังในการเข้าสู่สรวงสวรรค์ของอัลลอฮนั้นจะไม่ทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ว่าจะชาติใด ภาษาใด หรือแม้แต่คนที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮก็ตาม
3. ไม่เล่นการพนัน ไม่ดื่มสิ่งมึนเมา ไม่ต้องอธิบาย เพราะคุณคงนึกได้
4. ไม่นินทาว่าร้ายต่อผู้ใด ผู้จะทำให้ความดีไปตกอยู่กับคนอื่น

ผมเอาแค่ตัวอย่างเท่านี้แล้วกันนะครับ ถ้าคุณลองนึกถึงบรรดาผู้ศรัทธา ซึ่งพวกเขาไม่เคยเห็นสวรรค์ แต่เขามีความเชื่อในสิ่งเหล่านี้ คุณลองนึกดูว่า ถ้ามีคนเหล่านี้อยู่ครึ่งโลก แผ่นดินมันสูงขนาดใหน และคนเหล่านี้เสียผลประโยชน์บนดุนยาขนาดใหน

อัลลอฮ ซบ พูดถึงสิ่งเหล่านี้ เปรียบประดุจดังการซื้อขาย การซื้อขายที่อัลลอฮมีสวรรค์เป็นเครื่องแลกเปลี่ยน ในขณะที่เราจะต้องเตรียมสินค้าไว้ตามที่พระองค์ตรงการ เมื่อนั้นการซื้อขายก็จะเกิดขึ้น

และถ้าคนไปดูอีกบางอายะห์ พระองค์ได้พูดถึงเรื่องที่มนุษย์นั้น พวกเขาขาดทุน ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับการซึ้อขายอีกเช่นกัน
_____________________________________________________________________

ดูเหมือนว่าคุณจะตามอัลกุรอ่านนะครับ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย คุณเลือกเอาเฉพาะตรงอายะห์ที่ถูกใจ เป็นห่วงตัวคุณเองให้มากๆ นะครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
asan
ผู้ดูแลกระดานเสวนา
ผู้ดูแลกระดานเสวนา


เข้าร่วมเมื่อ: 21/03/2005
ตอบ: 3165


ตอบตอบ: Tue May 30, 2006 6:29 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

ผมมีความรู้สึกว่า ถ้า มุสลิม มีความศรัทธาต่อพระองค์อัลลอฮ์ เพื่อหวังผลตอบแทนแล้ว เท่ากับ มุสลิมเราหลอกตัวเอง และผู้อื่น ว่า เราศรัทธา ต่อพระองค์ อัลลอฮ์ แต่ด้วยความจริง แล้ว การกระทำหรือปฏิบัติ เกิดจากความ โลภและ ความสุขบนสวรรค์ ที่มีทั้งสุรา และ นารีเป็นรางวัลสำหรับ ผู้ชายเท่านั้น(เป็นเพียงการอุปมาอุปมัย ในอัลกุรอาน), ผมคิดว่ามุสลิมเราควรจะเปลี่ยนทัศนะในความศรัทธาด้วยแสดงความศรัทธา ต่อพระองค์อัลลอฮ์ อย่างจริง ใจ โดยไม่ต้อง หวัง ผลตอบแทนจากพระองค์ และทิ้งเรื่องรางวัลเป็น เพียง พระประสงค์ ของพระองค์ เท่านั้น “อินชาอัลลอฮ์
....................
ตอบ
ไม่ทราบว่า คุณแมทเชื่อหรือไม่ว่า สวรรค์มีจริง วันอาคีเราะฮมีจริง และการตอบแทนความดี ความชั่วนั้นมีจริง ผมอยากจะให้คุณแมทตอบ เพราะผมจะได้รู้จักคุณแมทมากขึ้นว่าคุณมีอะกีดะฮอย่างไร สับสนจริงๆครับ ด้วยความเคารพ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
matt
มือเก๋า
มือเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 02/06/2004
ตอบ: 254
ที่อยู่: usa

ตอบตอบ: Wed May 31, 2006 10:03 am    ชื่อกระทู้: ว่าด้วยเรื่อง ฮิญาบ เพราะสาเหตุใดในอิสลามจึงได้มีทั้ง 3 แบบ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

salam

คุณdabdulla ขอบคุณในความหวังดีของคุณ

wassalam

แมทท์
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    อนุรักษ์มรดกอิสลาม หน้ากระดานข่าวหลัก -> เกี่ยวกับมุสลิมะห์ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 3

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้
คุณ สามารถ แนบไฟล์ในกระดานข่าวนี้
คุณ สามารถ ดาวน์โหลดไฟล์ในกระดานข่าวนี้


Powered by phpBB ฉ 2001, 2002 phpBB Group







ที่ตั้งมูลนิธิ


สำนักงาน มูลนิธิ อนุรักษ์มรดกอิสลาม
เลขที่ 27/5 หมู่ที่ 2 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ
ติดต่อ : 02-956-9860, 02-956-9958
E-mail : moradokislam@hotmail.com
ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการนำไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง และควรระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

PHP-Nuke Copyright © 2005 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.20 วินาที
IPBNukeRed theme by HOLBROOKau and
PHP-Nuke Thailand ©2004